หลวงปู่ทองอยู่ อตฺตทีโป วัดท่าเสา
อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน(ปีนี้ พ.ศ.2567) ข้าพเจ้าเป็นหนุ่มช่างกล(สะดุ้งเลย
ทำไมเวลาผ่านมานานขนาดนี้) เป็นช่วงวัยรุ่นวัยหนุ่มยุคต้น
ที่นับว่าไม่ใช่เด็กๆแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่สนุกสนานไปกับเพื่อนๆ
ชีวิตเริ่มลิ้มรสของการฝ่าดงตีน และเป็นช่วง..อินเลิฟ..เป็นที่ยิ่ง
ช่วงเรียนช่างกลเป็นช่วงที่มีเพื่อนเป็นคนต่างจังหวัดหลายคน
มีครบทุกภาคของไทย มีเพื่อน 3 คนเป็นคน จ.สมุทรสาคร การที่ข้าพเจ้ามีเพื่อนเป็นคนสมุทรสาคร
ทำให้ได้รู้จักหลวงปู่หลวงพ่อของ จ.สมุทรสาคร หลายรูป
เพื่อนคนหนึ่งมันอยู่ อ.กระทุ่มแบน ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จัก
หลวงปู่ทองอยู่วัดท่าเสา เพื่อนคนนี้มันแขวนเหรียญหลวงปู่ทองอยู่รุ่นปี พ.ศ.2511
ช่วงวันหยุดได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ อ.กระทุ่มแบน
แน่นอนว่าต้องมีการดื่มเหล้าสำมะเลเมเมาไปตามเรื่อง พอเหล้าหมด
เพื่อนก็ขับมอเตอร์ไซด์ไปซื้อเหล้าทั้งที่ยังเมาๆ
มันไปคนเดียวโดยให้พวกข้าพเจ้านั่งรอ
สักพักก็มีคนมาบอกว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ล้มนอนหมดสติ
จึงพากันตกใจรีบออกไปดู
ปรากฏว่า เพื่อนขับมอเตอร์ไซด์ชนขอบทางเดินของสะพาน
แล้วตัวกระเด็นตกลงข้างทางนอนนิ่ง มอเตอร์ไซด์ล้อหน้าบิดงอพังไป
ใครๆก็นึกว่าเพื่อนแย่แล้วเพราะนอนแน่นิ่ง ต้องนำส่งสถานีอนามัยที่อยู่ใกล้ๆ
เมื่อตรวจร่างกายแล้ว ไม่มีรอยบาดแผลใดๆ ไม่แตกไม่หัก ที่เพื่อนนอนนิ่งไปก็ประมาณว่าเพราะเมาเหล้า
ทั้งตัวเพื่อนยังมีเหรียญหลวงปูทองอยู่วัดท่าเสา
เรื่องประสบการณ์วัตถุมงคลหลวงปู่ทองอยู่วัดท่าเสาที่ข้าพเจ้าพบเจอเองนั้น ไม่ได้เจอเรื่องบู๊ตีรันฟันแทง
เพราะเป็นช่วงทำงานแล้ว หมดยุคช่างกลไปแล้ว ที่พบประสบการณ์กลับเป็นเรื่องโชคลาภ เมตตามหานิยม
และ..การบอกเหตุที่ดี หรือเหตุร้ายที่จะเกิด ข้อนี้แปลกมหัศจรรย์
ช่วงที่ข้าพเจ้าทำงานได้ไปกราบหลวงปู่ทองอยู่เกือบทุกสัปดาห์
เพราะงานที่ทำเป็นงานภาคสนาม ซึ่งมีเขต อ.กระทุ่มแบน รวมอยู่ด้วย
ข้าพเจ้าจะไปจอดรถรอวิทยุเรียกที่ มหาชัยและกระทุ่มแบนทุกวัน
บางวันไปจอดรถนอนข้างกุฏิหลวงปู่ทองอยู่กันเลยทีเดียว
จากการที่ไปกราบหลวงปู่บ่อยๆแถมยังจอดรถนอนข้างกุฏิหลวงปู่
จึงได้เห็นเรื่องราวหลายอย่าง
ได้ฟังประสบการณ์ของขลังหลวงปู่ทองอยู่จากผู้ประสบเหตุโดยตรงหลายครั้ง
ซึ่งพอจะอนุมานได้ว่าของดีของวิเศษของหลวงปู่ทองอยู่วัดท่าเสานั้น
ดีเด่นทางด้านแคล้วคลาดสารพัดภัย มีโชคลาภ เมตตามหานิยมมหาเสน่ห์
ข้าพเจ้าเองก็พบประสบการณ์มากับตัวเองหลายครั้ง
พระปิดตายาจินดามณี หลวงปู่ทองอยู่มอบให้ |
ด้านหลัง |
ในช่วงที่ทำงานนั้น
ข้าพเจ้าจะทดลองแขวนเดี่ยวพระเครื่องทีละหลวงพ่อ
ช่วงที่แขวนพระปิดตาผงยาจินดามณีที่หลวงปู่ทองอยู่มอบให้ เมื่อไปติดต่องานที่ไหนๆ
มักจะมีสาวออฟฟิศมาติดพันเสมอ สาวๆชวนไปบ้านพักหอพักอยู่ประจำ
ถึงขนาดสาวๆมาดักรอที่รถก็มาก ช่วงนั้นชีวิตเป็นสีชมพูหรรษามาก
เรื่องประสบการณ์ที่ดังมากใน อ.กระทุ่มแบน
เป็นเรื่องพนักงานการไฟฟ้าที่ขึ้นไปทำงานบนยอดเสาไฟฟ้า
แล้วเกิดการผิดพลาดทางเทคนิค เกิดไฟชอร์ตสลบติดคาเสาไฟฟ้า
ใครๆต่างก็คิดว่าเสียชีวิต พอนำร่างลงมาจึงพบว่ายังมีชีวิตอยู่
จึงนำส่งโรงพยาบาลรักษาอาการ จนกลับเป็นปกติมาทำงานได้
เรื่องที่แปลกมากๆก็คือเรื่องการบอกเหตุ หลวงปู่เคยบอกไว้ว่า
ถ้าเคลื่อนที่อยู่ก็ให้หยุด ถ้าหยุดอยู่ก็ให้เคลื่อนที่ออกไป
โดยการบอกเหตุนี้ก็มาจากกลิ่นหอมของพระยาจินดามณีนั่นเอง
เรื่องนิมิตรเป็นกลิ่นหอมบอกเหตุได้ ข้าพเจ้าพบอีกหลวงพ่อ
ก็คือหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ
วันหนึ่งจำได้แม่นว่าใกล้ๆสี่แยกที่คลองถม
ขณะที่กำลังเดินจะไปซื้อของที่ย่านคลองถม อยู่ๆก็มีกลิ่นหอมพระยาจินดามณี นึกถึงคำบอกของหลวงปู่จึงหยุดเดินก่อน
ตรงนั้นมีแผงขายลอตเตอรี่อยู่พอดี
ข้าพเจ้าจึงลองเสี่ยงโชคซื้อมาคู่หนึ่งแบบหยิบมั่วๆ สุดท้ายถูกรางวัลเลขท้ายสามตัว
วันนั้นแขวนพระปิดตาที่หลวงปู่มอบให้เพียงองค์เดียว
วันหนึ่งไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง ยืนดูของอยู่ดีๆ
มีกลิ่นหอมของพระปิดตาผงยาจินดามณี นึกถึงหลวงปู่ทองอยู่ที่ท่านว่า...ถ้าหยุดอยู่ก็ให้เดินออกจากที่
ถ้ากำลังเคลื่อนที่ก็ให้หยุด...ข้าพเจ้าจึงเดินออกจากจุดนั้นซึ่งเป็นชั้นวางสินค้า
พอเดินสุดทางก็เดินเลี้ยวไปอีกทาง บังเอิญเดินชนกับผู้หญิงกระทันหัน
ปรากฏว่าเป็นลูกสาวเจ้าของกิจการแห่งหนึ่ง ที่มีทีท่าว่าชอบพอข้าพเจ้า
จึงได้ไปเที่ยวด้วยกันต่อสายสัมพันธ์ ขนาดว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงไฟเขียวให้ด้วย วันนั้นถ้ายังมัวยืนดูของ
ก็จะไม่ได้เจอสาวสวยคนนี้ จะต้องคลาดกันอีกนาน
ประสบการณ์ทางเมตตามหานิยมพบหลายครั้ง ข้าพเจ้าประทับใจมากๆ
เนื่องจากข้าพเจ้าไปกราบหลวงปู่ทองอยู่บ่อยมากๆ
จึงได้บังเอิญรู้เห็นอะไรหลายเรื่อง อยู่ร่วมในเหตุการณ์ก็มี แล้วมันดันไม่ตรงกับเรื่องที่เล่ากันในยุคนี้
เลยไม่ทราบว่าจะแนะนำการเสาะหาพระยาจินดามณีหลวงปู่ทองอยู่ได้อย่างไร
บอกตรงๆว่า..กลัวพลาด
พระปิดตาและพระพิมพ์สมเด็จมีส่วนที่ไม่ทันหลวงปู่ด้วย แต่จะมีจำนวนกี่องค์ก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ถามตอนที่มีการสร้างใหม่(หลังจากหลวงปู่มรณภาพ)
เรื่องนี้ข้าพเจ้าอยู่ร่วมในเหตุการณ์ตอนจัดสร้าง น่าจะเป็นข้าพเจ้าคนแรกนี่แหละที่รู้เรื่อง
เพราะร่วมปรึกษากัน ท่านผู้สร้างไม่ได้คิดปลอมพระ แต่แค่คิดไม่ละเอียดไม่รอบคอบ แค่คิดจะสร้างไว้แจกเท่านั้น
มีเนื้อยาจินดามณีเดิมของหลวงปู่ผสมกับยาทำใหม่ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะแยกพิมพ์ว่าทันไม่ทันได้อย่างไร
แต่น่าจะมีผู้รู้แยกได้อยู่กระมัง...เลยมีพระจำนวนหนึ่งที่ไม่เก๊ แต่ไม่ทันหลวงปู่
องค์นี้ไม่เก๊แต่ไม่ทัน ล.ป.ทองอยู่ |
ไม่เก๊แต่ไม่ทัน ล.ป.ทองอยู่ |
ด้านหลัง |
พระปิดตามีพิมพ์ที่เป็นเนื้อผงสีขาวหม่นด้วย
มีประสบการณ์ดีมากเหมือนกัน เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน ส.จ.ท่านหนี่งของกระทุ่มแบน
แกแหวกเสื้อให้ดูว่าแขวนอยู่องค์เดียว
ท่านอดีต ส.จ.ท่านนี้นับว่าเป็นขาใหญ่ท่านหนึ่งของกระทุ่มแบน มีกิจการสำคัญระดับหนึ่งของอำเภอ
แกเล่าให้ฟังว่าแกเคยผจญภัยไปทั่ว แขวนเหรียญหลวงปู่ทองอยู่เหรียญเดียว เมื่อรวยแล้วก็เลี่ยมทองแขวนมาเรื่อย
พอเริ่มแก่ก็กลัวว่าจะไปเมาสุราอยู่กับสาวๆ จะเผลอโดนปลดเอาพระเลี่ยมทอง
แกเลยเปลี่ยนมาใช้พระปิดตาเนื้อผงขาวที่เลี่ยมเงิน แกเล่าว่าไปไหนแคล้วคลาดปลอดภัย
แถมยังมีเมตตามหานิยมดี
พระปิดตาเนื้อผงขาว |
ด้านหลัง |
ด้านข้าง |
สำหรับวัตถุมงคลแบบที่เป็นเหรียญ นอกจากรุ่นหนึ่งที่ราคาแพงและหายาก
รุ่นอื่นๆยังพอที่จะเสาะหาได้ เสียดายที่ข้าพเจ้าค้นหาจะเอามาถ่ายภาพให้ชม
แต่ค้นเท่าไรก็ไม่เจอ น่าจะเก็บไว้อีกบ้านหนึ่ง ยังไม่มีเวลากลับไปค้น มีเหรียญ
รูปหล่อ ผ้ายันต์ธง
![]() |
น้ำเต้าผงยาจินดามณี |
ยังมีพระพิมพ์หนึ่งที่พบเห็นได้ไม่ยาก เป็นพิมพ์ลีลาหนังตะลุง
ข้าพเจ้าเคยกราบเรียนสอบถามหลวงปู่ทองอยู่ถึงพระพิมพ์นี้
จึงทราบรายละเอียดการสร้าง ซึ่งจะไม่ขอเล่าถึงรายละเอียดในเชิงลึก เอาเป็นว่าหลวงปู่ท่านบอกว่า...อย่าเอาไปกิน
ถ้าจะกินเอาเม็ดยาไปฝนกิน...ท่านว่า...พระนี้ข้าเสกไว้แล้ว ก็ใช้ติดตัวไปแล้วกัน
ป้องกันอันตรายได้
เรื่องของเรื่องก็คือ พระพิมพ์นี้ไม่ใช่เนื้อยาจินดามณีล้วนๆ มีส่วนผสมแบบที่ใช้สร้างเป็นพระเครื่องเช่นปูนและตัวประสานเนื้อพระรวมอยู่ด้วย
จึงควรแขวนแบบพระเครื่องมากกว่า
สำหรับลูกอมหรือเม็ดยาจินดามณีของหลวงปู่ จะปั้นด้วยมือไม่ได้ใช้เครื่องปั๊มเม็ดยา
ดังนั้นเม็ดยาจินดามณีจึงมีขนาดไม่เท่ากัน สีของเม็ดยามีทั้งเข้มจัดบ้างและสีอ่อนลงมาบ้าง
ถ้าจะกินเป็นยาก็แค่ฝนเม็ดยาออกมาเล็กน้อย แล้วผสมน้ำกินแบบกินยาหอม
หลวงปู่ท่านบอกวิธีมาอย่างนี้ ไม่ใช่ให้กินทีละเป็นเม็ดแต่อย่างไร
ประวัติ หลวงปู่ทองอยู่ วัดท่าเสา
หลวงปู่ทองอยู่ วัดท่าเสา
จ.สมุทรสาคร เกิดที่บ้านท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ท่านได้อุปสมบทที่ วัดนางสาว
อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน มีพระครูถาวรสมณศักดิ์
(คง) วัดหงอนไก่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเพี้ยน จันทสโร วัดนางสาว
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุนทรคุณธารี วัดนางสาว เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดนางสาว
ปี พ.ศ.2480
พระครูถาวรสมณศักดิ์ เจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน
ได้ส่งหลวงปู่ทองอยู่มาเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าเสา ซึ่งเป็นวัดร้าง ท่านได้ร่วมกับชาวบ้านบูรณปฏิสังขรณ์ มีการสร้างโรงเรียนวัดท่าเสา
โดยท่านทำหน้าที่เป็นครูใหญ่และสอนนักเรียนด้วย
ด้านสมณศักดิ์ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูอาทรธรรมนิเทสก์
หลวงปู่ทองอยู่
มรณภาพลงเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2531 อายุได้ 92 ปี
เรื่อง จากความทรงจำ และประวัติจากหนังสือของวัดท่าเสา
รูปภาพ ภาพหลวงปู่ทองอยู่จากสื่ออินเทอเน็ต
ภาพวัตถุมงคลเป็นของข้าพเจ้าเอง