ตะกรุดสาลิกา
นั่งติดฝนที่สภากาแฟ สภาจึงเปิดทำงานล่วงเวลาต่อไป
วงสนทนาท่ามกลางสายฝนพรำๆสนทนาเรื่องไร้สาระ
ไปๆมาๆไอ้เนี้ยวถามถึงเรื่องของขลังใช้จีบสาวอีกแล้ว
ดูมันจะมุ่งมั่นเรื่องจีบสาวโดยพึ่งไอเท็มพิเศษเสียจริงๆ เขกหัวมันไปที แต่ลุงเพื่อนร่วมวงสนทนากับโกเจ้าเก่าสนับสนุนให้เล่า
ก็เล่าให้ฟังเท่าที่จำได้ เล่าไปแล้วก็เลยบันทึกความทรงจำเล่าสู่กันฟังกันลืม
ตะกรุดสาลิกา-สาริกา
สมัยโบราณที่มีความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาเครื่องรางของขลัง
จะมีวิทยาคมใช้ในทุกๆด้าน แยกประเภทการใช้ไปตามจุดมุ่งหมายด้วย
ถ้าจะให้เป็นด้านเจรจาขายของหรือทางเจ้าชู้ ก็มีวิทยาคมใช้อยู่หลายแบบ
แบบหนึ่งที่โด่งดังก็คือวิทยาคมสาลิกา
ข้าพเจ้าเคยเห็นตะกรุดสาลิกามาตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมต้น
เห็นเขาใส่พานให้ทำบุญในงานวัดที่บ้านมารดาที่ จ.ปราจีนบุรี
ลักษณะเป็นตะกรุดทองแดงขนาดประมาณ 1 ซ.ม. หลวงน้าบอกว่า..อันน้อยนี่ตะกรุดสาลิกาไว้เกี้ยวสาว..แล้วหลวงน้าหัวเราะลั่นว่า..เจ้ายังตัวน้อยบ่ต้องใช้หรอก...ข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าเกี้ยวสาวคืออะไร
พอมองดูของในพานยังมีแบบที่ใส่ไว้ 2 ดอกหลังพระเครื่องรูปแม่นางกวักเลี่ยมพลาสติก
หลวงน้าบอกว่านี่ตะกรุดสาลิกาคู่ และมีแบบที่เป็นตะกรุด 3
ดอกอยู่ด้านหลังรูปพระประจำวันเกิด หลวงน้าบอกว่า นี่ตะกรุดสาลิกาสามกษัตริย์
ข้าพเจ้าเห็นมีตะกรุดตั้ง3ดอกเลยทำบุญเช่าไว้ สมัยนั้นทำบุญ 3 บาท
วัตถุมงคลเหล่าหลวงปู่เคนถ้ำเขาอีโต้เสกปลุกให้ ตอนนั้นจำว่าตะกรุดเล็กๆเรียกว่า ตะกรุดสาลิกา
พอเรียนประถมปลายโตขึ้นมาหน่อย เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน(นับจาก
พ.ศ.2569ลงไป)เด็กเรียนประถมปลายนับว่าเป็นเด็กโตได้แล้ว
พ่อแม่ส่วนมากไม่ค่อยเข้มงวดอะไร ยอมให้ไปเที่ยวไกลบ้านสักหน่อยได้เอง
ที่เที่ยวสมัยนั้นมีงานวัดรวมอยู่ด้วย
ข้าพเจ้าไปเที่ยวงานวัดที่อยู่ห่างจากบ้านมากขึ้น เช่น
อยู่ฝั่งธนบุรีข้ามไปเที่ยวงานภูเขาทองวัดสระเกศ วัดอินทร์บางขุนพรหม วัดสุทัศนฯ
ในงานวัดต่างๆจะมีแม่ชี(จริงหรือเก็ก็ไม่รู้) มาตั้งแผงขายเครื่องรางของขลัง
มีตะกรุดสาลิกาขายทุกงาน แสดงว่าตะกรุดสาลิกาเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อย
เมื่อเรียนมัธยมเขามองว่าเป็นหนุ่มสาวกันแล้ว ช่วงก่อน พ.ศ.2520
สมัยนั้นสาวเรียนจบมัธยมจำนวนหนึ่งแต่งงานเป็นเรื่องไม่แปลกเท่าไร บางครอบครัวที่ยังหัวโบราณมากๆยังไม่ให้ลูกสาวเรียนต่อด้วยซ้ำ
เพื่อนผู้หญิงบางคนของข้าพเจ้ายังมีสามีมีครอบครัวไปแล้ว
เด็กผู้ชายรุ่นข้าพเจ้านับว่าเริ่มวัยรุ่นเริ่มมีเสียงแตกเป็นเสียงเป็ด
เริ่มสนใจผู้หญิง เริ่มจีบหญิง เด็กหนุ่มแรกรุ่นจึงต้องหาของดีไว้จีบสาว
ประมาณว่าเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ของดียอดฮิตไว้จีบสาวในยุคนั้นก็คือ
พระขุนแผนและตะกรุดสาลิกานั่นเอง
สมัยเรียนมัธยมจำได้ว่า
อาหารในโรงอาหารโรงเรียนจานละ 2 บาท กระเพาะปลาใส่ไข่เป็ดราคาชามละ 2.50บาท
น้ำหวานถ้วยละ50 สตางค์ แต่ราคาวัตถุมงคลพวกเหรียญจะอยู่ที่ 20บาท
ตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญที่ 20 บาท ถ้าเป็นตะกรุดโทนก็อยู่ระหว่าง 50-100บาท
ถึงทางวัดจะไม่กำหนดราคาเป็นเรื่องเป็นราว
แต่คล้ายๆเป็นมรรยาทของคนทำบุญบูชาที่จะทำบุญประมาณนี้
ตอนนั้นถ้าข้าพเจ้าไปเที่ยววัดไหนแล้วมีตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญบูชา
บางทีกราบหลวงปู่หลวงพ่อท่านก็ให้มาแล้ว
ตอนเรียนมัธยมพบว่า ตะกรุดสาลิกาไม่ใช่จำกัดแค่ขนาด 1 ซ.ม.
ตะกรุดที่มีขนาดไม่เกิน 1 นิ้วฟุต จะเรียกเป็นตะกรุดสาลิกาเหมือนกัน
และที่ทำเอาสะดุ้งก็คือ ตะกรุดสาลิกายาวแค่ 2 ม.ม.ก็มี
แถมยังเป็นแบบที่หลวงปู่หลวงพ่อไม่ค่อยยอมให้ใครง่ายๆด้วย แบบนี้เรียก ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา
ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาดอกแรกที่ไปเสาะหาในช่วงเรียนมัธยม ก็คือของหลวงพ่อเผือกวัดจากแดง
อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็น จ.สมุทรปราการด้านที่ติดกับฝั่งธนบุรี
ข้าพเจ้าเดินทางไปวัดจากแดงได้ง่ายมาก แค่ขึ้นรถเมล์ที่ผ่านหน้าบ้านไปพระประแดง
แล้วต่อรถสองแถวไปวัดจากแดง
หลวงพ่อเผือกท่านทำตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาขลังมาก
ส่วนมากเป็นตะกรุดเงินยาวประมาณ 2ม.ม. แต่ท่านว่าใช้เป็นทองคำจะดีกว่า
ท่านไม่ได้หมายความว่าตะกรุดทองคำขลังกว่า
แต่เป็นตะกรุดทองคำปลอดภัยกว่าตะกรุดเงิน เพราะทองคำไม่เป็นสนิม
คะกรุดสาลิกาทองคำใส่ในดวงตาแล้วสบายใจมากกว่า
ตอนเรียนช่างกล(ราวๆ50ปีก่อน)
มีเพื่อนเป็นคนเมืองเพชร ข้าพเจ้าจึงรู้จักหลวงพ่อแลวัดพระทรง จ.เพชรบุรี
ท่านดังทางสักยันต์มาก แต่ท่านก็มีตะกรุดสาลิกาขลังมาก
ท่านทำตะกรุดสาลิกาทั้งแบบดอกเดียวและสองดอก ยาวประมาณเกือบ 1 นิ้วฟุต
แบบสองดอกจะร้อยเชือกผูกเป็นคู่ กราบเรียนสอบถามท่านเรื่องตะกรุดสาลิกา
ท่านเมตตาเล่าว่าลงไว้ด้วย นะสาลิกา
![]() |
| หลวงพ่อแลวัดพระทรง |
| ตะกรุดสาลิกาคู่ |
ช่วงเรียนช่างกล ป.ว.ช.-ป.ว.ส. รวม 5 ปี
ช่วงนี้ไปกราบพระอาจารย์ต่างๆหลายรูปหลายจังหวัดที่เป็นบ้านเพื่อนๆ โดยเฉพาะจังหวัดใกล้ๆ
จ.นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยาไปกราบหลวงปู่เหรียญวัดบางระโหง หลวงปู่สายวัดบางรักใหญ่
หลวงพ่อทองสุขวัดสะพานสูง หลวงปูเส่งวัดบางนา หลวงพ่อบุญเทียมวัดลาดหลุมแก้ว หลวงพ่อบุญไทวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม
หลวงพ่อวัดไทรน้อย หลวงปู่จูวัดเขียนเขต หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช
หลวงพ่อบุญนาควัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ ถ้าจังหวัดไกลๆไปตอนปิดเทอม
เช่นทางภาคใต้ในช่วงนั้นหลวงปู่หลวงพ่อที่มีชื่อเสียงว่าของจริงยังมีมาก
หลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ พ่อท่านแก่นวัดทุ่งหล่อ หลวงพ่อบุญทองวัดดอนศาลา
หลวงพ่อมุมวัดนาสัก หลวงพ่อกล่ำวัดศาลาบางปู แน่นนอนว่าต้องกราบเรียนสอบถามเรื่องตะกรุดสาลิกาจากหลวงพ่อต่างๆด้วย
ก็ได้ความทำนองเดียวกัน
ท่านมักเล่าตรงกันว่าตะกรุดสาลิกาเอาไว้สำหรับหนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม
หรือพ่อค้าแม่ค้าเจรจาขายของได้ง่าย ตะกรุดสาลิกานั้นมักรักษาไว้ไม่ได้
ท่านเล่าขำๆว่า ที่รักษาไว้ไม่ได้ก็เพราะตะกรุดดอกมันเล็กๆ ชอบหล่นหายหาไม่เจอ
![]() |
| หลวงปู่เผือกวัดจากแดง |
ตะกรุดสาลิกาที่ข้าพเจ้ามีอยู่ได้ทดลองใช้ตั้งแต่ครั้งวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน
พบว่าดีทางเจรจาธุรกิจและเจรจาจีบสาวจริงๆ ตอนเรียนมัธยมไปจีบสาวมุสลิมแสนสวย
เพื่อไม่ให้ถูกคนที่บ้านสาวตำหนิว่าห้อยพระเข้าบ้านเขา ดังนั้นไปที่บ้านเธอก็ต้องถอดสายสร้อยพระเก็บไว้บ้าน
ข้าพเจ้ามีตะกรุดสาลิกาใส่ที่เปลือกตาดอกเดียว
ปรากฏว่าที่บ้านเพื่อนสาวอิสลามนั้นมีแต่ผู้หญิง สวยทั้งบ้าน พอไปถึงบ้านเธอ
พี่สาวเธอเอาขนมมาให้รับประทาน จังหวะหนึ่งมองสบตายิ้มพอดี
วันนั้นกลายเป็นพี่สาวคนสวยมานั่งแย่งน้องสาวคุยซะงั้น พอข้าพเจ้าจะกลับ
คนน้องสาวที่ข้าพเจ้าจีบบอกว่า..สงสัยพี่สาวฉันจะชอบเธอ
ไม่เห็นเขาจะคุยกับผู้ชายที่ไหน ในที่สุดกลายเป็นข้าพเจ้ากับพี่สาวของเธอ
ต้องแอบควงกันไปเที่ยว ซึ่งข้าพเจ้าก็งงๆทำตัวไม่ถูกไม่กล้าปฏิเสธ
จะจีบคนน้องที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน ไหงกลายเป็นคนพี่กลายเป็นสลับตัวไปเสียได้
ตอนเรียนช่างกลชั้น ป.ว.ส.
เพื่อนขอของดีไปจีบสาวที่เดินผ่านแล้วเพื่อนมันชอบมากๆ
เป็นสาวรุ่นพี่หลายปีทำงานแล้วด้วย
วัยต่างกันจนพวกข้าพเจ้ายังปรามๆมันว่านี่คนละรุ่นแล้ว
แต่ไอ้เพื่อนมันเสือกรักจริงเสียแล้ว เพื่อนๆดูแล้วไม่มีทางจีบได้
ไอ้เพื่อนเห็นข้าพเจ้ามีสาวพาณิชย์มาชอบหลายคน
มันเลยคิดว่าน่าจะมีของดีเลยอ้อนวอนขอ
ข้าพเจ้าไม่รู้จะทำอย่างไรก็มอบตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เคยลองใช้สมัยเรียนมัธยม ให้ไป
ในใจยังนึกว่าไม่น่าจีบติด เพราะมันคนละรุ่น ยิ่งผู้หญิงเขาทำงานแล้ว
ต้องไม่มาสนใจหนุ่มช่างกลที่ยังเรียนไม่จบแน่ๆ
เมื่อเพื่อนได้ตะกรุดสาลิกาไปแล้ว มันก็แยกตัวออกไปดักสาวรุ่นพี่ทุกวัน
เวลาผ่านไปสักหนึ่งเดือน ขณะที่เลิกเรียนตอนค่ำ
พวกข้าพเจ้านั่งดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ริมเขื่อนท่าน้ำ
ไอ้เพื่อนคนนี้มันควงแขนพาผู้หญิงสวยมาร่วมวงด้วย พวกข้าพเจ้ามองแล้วสะดุ้ง
กลายเป็นสาวรุ่นพี่วัยทำงานนั่นเอง
หลังจากวันนั้นในวงเหล้าก็มักมีสาวสวยคนนี้มานั่งด้วยประจำ พอจะกลับบ้าน
ไอ้เพื่อนคนนี้ไม่เคยกลับที่พักของมันเลย
เพราะมันได้ที่พักใหม่เป็นบ้านของสาวรุ่นพี่คนนี้นั่นเอง ก็เป็นผัวเมียกัน สุดท้ายเพื่อนไม่คืนตะกรุดสาลิกา
มันบอกว่า..กูยึด
ตอนข้าพเจ้าเรียนจบทำงานใหม่ๆ ได้รับตะกรุดหลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา จ.มุกดาหาร โชคดีได้รับมาทุกขนาดตั้งแต่ตะกรุดโทนจนถึงตะกรุดสาลิกา มีตะกรุดสาลิกาขนาด 1ซ.ม.กว่าๆถักเชือกหุ้ม แบบนี้ใช้ห้อยคอหรือพกติดตัว และมีตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตารวมอยู่ด้วย โดยได้รับมาจากพระอาจารย์สอนกรรมฐานรูปหนึ่งของข้าพเจ้า ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงปู่ดี ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาของหลวงปู่ดีเป็นตะกรุดเงิน ข้าพเจ้าวัดขนาดดูจะอยู่ระหว่างขนาด 1 ม.ม.กว่าๆหรือ 2 ม.ม. ลงอักขระตัวเดียว คือ นะ
![]() |
| หลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา |
ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีมีข้อห้ามสำคัญคือ
ถ้าได้เสียกับผู้หญิงแล้วต้องรับเลี้ยง ถ้าผิดข้อห้ามแล้วตะกรุดจะหายไป
เรื่องนี้พระอาจารย์ของข้าพเจ้าที่เป็นศิษย์หลวงปู่ดีเคยไม่เชื่อ
ท่านเล่าว่าหลวงปู่ดีจะเรียกวัตถุมงคลคืนจากคนที่ผิดข้อห้าม
ท่านจะทำพิธีในโบสถ์จะเรียกกลับในวันพระ
พระอาจารย์ของข้าพเจ้าไปนั่งเฝ้าใกล้ชิดเอาไฟฉายไปส่องด้วย
ท่านเล่าว่ามีวัตถุมงคลหล่นลงในบาตรดังกริ๊กๆ ชิ้นเล็กเสียงเบาหน่อย
ถ้าเป็นตะกรุดโทนจะหล่นดังแกร๊ง ตะกรุดที่กลับมามากที่สุดก็คือตะกรุดสาลิกา
เพราะได้เสียกับผู้หญิงแล้วไม่รับเลี้ยง เป็นพวก ฟันแล้วทิ้ง
| ตะกรุดสาลิกาแบบพกติดตัว |
ตอนที่ได้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดี
ข้าพเจ้าก็ทดลองใช้โดยใส่ไว้ที่เปลือกตาบ้าง ใส่ใต้ลิ้นบ้าง
แต่ไม่ได้นึกจะจีบใครในบริษัทจริงๆจังๆ
เพราะสาวออฟฟิศสวยๆส่วนใหญ่ดันเป็นสาวรุ่นพี่ สาวรุ่นเดียวกันมีน้อยกว่า สวยน้อยกว่าด้วย
แถมยังเลิกงานไม่ทำโอที ข้าพเจ้าเข้าบริษัทก็ร่วม 1 ทุ่มทุกวัน
ในบริษัทเหลือแต่สาวรุ่นพี่ที่ทำโอที พอทดลองตะกรุดสาลิกา
ก็เลยลองความขลังกับสาวๆรุ่นพี่ทั้งนั้น บางคนระดับสาวใหญ่แต่ยังสวยโสด ปรากฏว่าวาบหวิวหวานชื่นสุดๆ
แต่ตอนทดลองตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีนั้น ได้แต่นัวเนียไม่กล้าได้เสียไม่กล้าXXX ภายหลังอยากXXXจึงไม่ได้ใช้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีอีกเลย
ตะกรุดสาลิกาของหลวงพ่อทองดำวัดเวฬุวัน จ.มุกดาหาร ลูกศิษย์หลวงปู่ดีท่านหนึ่ง
ตอนทำกฐิณไปช่วยวัด ท่านมอบให้ข้าพเจ้ามา 1 กำมือ มีขนาดราวๆ 1 ซ.ม.กว่าๆถึง 2
ซ.ม. ท่านว่าตะกรุดสาลิกานี้ดีเน้อไว้หยอกสาว
ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีข้าพเจ้าปิดเป็นความลับ
ไม่ให้คนในบริษัทรู้ว่าพระอาจารย์ท่านมอบให้ข้าพเจ้าทั้งหมดที่เหลือ
คงรู้แค่ว่าตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อทองดำข้าพเจ้ามีหลายดอก รุ่นน้องมาขอก็ให้ไปลองใช้
ก็เห็นจีบหญิงได้เป็นตัวเป็นตนแต่งงานกัน เคยมอบให้ ผ.จ.ก.สาวร้านคอฟฟี่ช๊อปแถว
ถ.สีลม ที่สวยแค่พอไปวัดไปวาได้ไปลองใช้ ร้านของเธอมีสาวๆสวยกว่าเธอมาก
แต่เธอที่ได้ตะกรุดสาลิกากลับเป็นคนที่มีลูกค้ามาชอบมากที่สุด
เท่าที่ได้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อทั้งหลายถึงเรื่องวิทยาคมตะกรุดสาลิกา
ได้ข้อมูลตรงกันว่า ตะกรุดสาลิกาจะเป็นตะกรุดดอกเล็กๆไม่เกินประมาณ 1นิ้วฟุต
ถ้าเป็นขนาดจิ๋วคือขนาดประมาณ 2 ม.มบวกลบเล็กน้อยตามการตัดแผ่นโลหะได้สะดวก
แบบนี้เป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา
อักขระที่ลงในตะกรุดสาลิกาจะเป็นอักขระหัวใจต่างๆตามแต่ตำรา ส่วนมากมีอักขระ
4-5ตัว หรือเป็นยันต์สี่เหลี่ยมเล็กๆยันต์สามเหลี่ยมเล็กๆมีอักขระ 3-4ตัว
หรือลงเป็นวิชานะ เช่น นะสาลิกา ถ้าเป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เล็กกระจิ๋วหลิว
แบบนี้จะลงอักขระแค่ 1-2ตัวเท่านั้น
หลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว ท่านลงตะกรุดสาลิกาดอกจิ๋วไม่ถนัด
ท่านว่ามันเล็กกระจิ๋วหลิวเกินไปจับไม่ถนัด ให้ข้าพเจ้าช่วยจัดการมาให้
ท่านให้จารอักขระ มิ ตัวเดียว หรือ นะตัวเดียว ถ้าจารสองตัวได้ให้จาร พุทโธ
นั่งจารอยู่เดือนหนึ่ง ได้ตะกรุดเกินครึ่งขวดเนสกาแฟ พอท่านเสกปลุกเสร็จ ท่านให้มา
1 ถุงน้ำจิ้ม ข้าพเจ้าไม่ได้นับ แต่กะว่าน่าจะมีราวๆ 500 ดอก
ต่อมาถวายให้พระพวกกันบ้าง แจกบ้าง ตอนหลังนึกได้ว่า...ของแจกฟรีต่อให้ดีอย่างไร
ในทางจิตวิทยาคนที่ได้ของฟรีมักไม่เห็นค่า...แต่ของห่วยๆเก๊ๆที่เสียเงินซื้อ
แบบนี้มีค่า เพราะเสียเงินซื้อไปแล้ว...ภายหลังข้าพเจ้าจึงขายเสียเลย
ทีนี้มีราคาแล้วกลับเริ่มหวง เป็นกันซะอย่างนี้
![]() |
| ตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว |
ข้าพเจ้าอยากรู้อักขระเลขยันต์ที่ลงในตะกรุดสาลิกา
ได้คลี่ตะกรุดของหลายพระอาจารย์ ที่พบจะเป็นตัวนะสาลิกาแบบต่างๆ อักขระ นะ, มิ, มะ, ชิ, สิ, สุ, อิ, ปิ, โส, นิ, พุทโธ,
เอหิ, ถ้าอักขระเกิน 2 ตัว มักพบว่าลงไว้ด้วย มะอะอุ, อิธะคะมะ, การะวิโก,
กาลิกาโก, สาลิกานัง ยังมีที่จำได้ไม่แม่นอีกจึงไม่ขอบอกไว้
นอกจากนี้ยังพบแบบที่ลงเป็นตัวเลขอีกด้วย
คาถาที่เสกปลุกตะกรุดสาลิกาแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ต้องเป็นคาถาสาลิกาลิ้นทอง
คือ ชิวหายัง มะธุรังวาจัง ชิวหาวาจันติ
ผุสสิตวา สันทังสุตตวา จะสุนทะรัง ปิยาเยวะ ปิยันตุนาฯ
คาถาอื่นๆที่ใช้ก็เป็นคาถาเมตตามหานิยมบทต่างๆ เช่น ปิโยฯ ,โสกา ,
บางตำราท่านว่า ให้ลงไปนอนในโลงศพเสกตะกรุดสาลิกา เรียกว่า สาลิกาจับปากโลง คือเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โลง แบบนี้หลวงพ่อเพิ่มวัดสามปลื้ม ท่านทำอยู่เหมือนกัน บ้านหลังแรกของข้าพเจ้าอยู่ห่างจากวัดสามปลื้มไม่ถึง 1 ก.ม. เดินเรื่อยๆไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงกุฏิหลวงพ่อเพิ่ม สมัยนั้นมีหนุ่มๆไปขอตะกรุดสาลิกาจากท่านมาก
บางตำราว่า สาลิกาจับปากโรง โรง ร เรือ ไม่ใช่ ล ลิง แบบนี้หมายถึงโรงลิเก
คือต้องเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โรงลิเกนั้น หรือรอจนมีนกมาเกาะโรงลิเก
จึงจะลงอักขระได้
วิทยาคมสาลิกานี้ นอกจากจะลงตะกรุดสาลิกา ยังมีทำเป็นผ้ายันต์
ทำเป็นตัวนกสาลิกา มีแบบที่ลงวิชาที่ฟัน ที่ลิ้น
ซึ่งทุกแบบดีทางเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์ เจรจาค้าขายดี
ข้าพเจ้าเคยทดลองตะกรุดสาลิกาของพระอาจารย์รุ่นเก่ามีประสบการณ์ดีจริง
แต่ยุคนี้ไม่ใช่วัยที่ข้าพเจ้าจะโลดแล่นจีบสาวอีกแล้ว หรือไปเสาะแสวงหาพระอาจารย์
จึงแนะนำตะกรุดสาลิกายุคใหม่ไม่ได้ ก็ลองเสาะหากันเอาเอง













