วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

หลวงพ่อกับของวิเศษ.16หลวงปู่เส็งวัดบางนา

 


หลวงปู่เส็ง วัดบางนา อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

  เมื่อ 50 กว่าปีก่อน(นับจาก พ.ศ.2569) ข้าพเจ้าเรียนชั้นมัธยม หลวงปู่เส็งเป็นที่รู้จักกันแล้ว และค่อยๆมีชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนั้นสำหรับวัยรุ่นชั้นมัธยมฝั่งธนบุรีถ้าจะไปกราบท่านระยะทางนับว่าไกลไม่น้อยเลย ต้องไปต่อรถหลายต่อในถิ่นที่ไม่เคยไป จะทุลักทุกเลเอาเรื่อง

  พอเรียนช่างกลเป็นหนุ่มช่างกลใส่กางเกงขายาวแล้ว แถมมีกิ๊กและกิ๊กของเพื่อนๆเป็นสาวพาณิชย์ บ้านอยู่ อ.สามโคก อีกด้วย จึงไปกราบหลวงปู่เส็งได้สะดวก เพราะมีคนท้องถิ่นที่เป็นศิษย์ของหลวงปู่เส็งพาไป

  ยุคที่ข้าพเจ้าเรียนช่างกลนั้น...ยังไม่มีเรื่องพญาครุฑหลวงปู่เส็ง...แถมหมูทองแดงก็ยังไม่ได้สร้าง ในยุคข้าพเจ้าเรียนช่างกล หลวงปู่เส็งท่านดังเหรียญ พระพิมพ์สมเด็จ ตะกรุด และน้ำมนต์

  ถ้าข้าพเจ้าไปกราบหลวงปู่เส็ง ท่านจะหยิบเหล็กจารมาลงวิชาให้ แต่ไม่ใช่ลงกระหม่อม หลวงปู่ลงวิชาที่ขวัญของข้าพเจ้า เสียงเหล็กจารขูดหนังหัวดังแกรกๆเชียวแหละ ท่านว่า..เอ็งเรียนช่างกลเดี๋ยวก็ตีกันบ่อย ข้าลงวิชาให้อย่างนี้จะได้ปลอดภัย...

  ข้าพเจ้าเรียนช่างกล ป.ว.ช - ป.ว.ส. รวม 5 ปี ไปส่งหญิงที่ อ.สามโคก ครอบครัวกิ๊กเพื่อนๆเป็นศิษย์หลวงปู่เส็ง จึงพาหนุ่มช่างกลอย่างข้าพเจ้าไปกราบหลวงปู่ ได้เห็นเหตุการณ์จริงของคนในสมัยนั้นว่า เขาไปหาหลวงปู่เส็งเพื่อทำอะไรบ้าง ยิ่งเรื่องวัตถุมงคลด้วยแล้ว บางเรื่องมันไม่ใช่แบบที่คนปัจจุบันรับรู้มา ซึ่งเรื่องนี้ข้าพเจ้าบอกเล่าเป็นสาธารณะไม่ได้...เดี๋ยวทัวร์(ที่ไม่เคยเห็นหลวงปู่)จะลง

  เท่าที่เห็น มีคนไปอาบน้ำมนต์กับหลวงปู่เส็งบ่อยๆ จำได้เลยว่าหลวงปู่เสกน้ำมนต์ในถังแบบเก่า คือ เป็นถังเหล็กหนักๆ ตักน้ำมนต์รดให้จนหมดถัง บางทีท่านยกถังขึ้นมาแล้วเทน้ำมนต์อาบให้ ข้าพเจ้ายังทึ่งว่าท่านยกขึ้นมาไหวได้อย่างไร ผู้ที่มาอาบน้ำมนต์มีทั้งผู้ชายผู้หญิง สถานที่อาบน้ำมนต์แรกๆจะเป็นริมคลองบางนาที่อยู่ข้างวัดนั่นเอง คลองนี้ต่อมาจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สมัยเก่าจะเป็นหน้าวัด

พระนางพญาพิมพ์จิ๋ว

  หลวงปู่เส็งมักจะหยิบพระมาแจกศิษย์ที่ไปกราบท่าน ข้าพเจ้าเคยได้รับพระพิมพ์สมเด็จองค์จิ๋ว พระนางพญา พระปิดตา ซึ่งก็เป็นขนาดจิ๋วเหมือนกัน บางทีท่านจะหยิบผ้าขนาดครึ่งหนึ่งของผ้าเช็ดหน้า บางทีสีแดง บางทีสีจีวร แล้วลงยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ที่เป็นแบบนะหน้าทองชนิดหนึ่ง เสกแล้วจึงมอบให้ศิษย์ ท่านไม่เคยตีราคาเป็นเงินเลย แจกโดยเมตตา

  วันหนึ่งนั่งคุยกับหลวงปู่ มีคนเอาแบบวัตถุมงคลมาขออนุญาตสร้าง พอมองดูก็เห็นว่าเป็น..เห้งเจีย..ยังจำลักษณะเห้งเจียในวันนั้นได้ พอเขาคะยั้นคะยอขอหลวงปู่ ท่านตอบเรียบๆว่า..อันนี้ทำไม่เป็น ให้ทำเป็นอย่างอื่น...คนอยากสร้างพยายามขอ สุดท้ายท่านก็เสกให้ กราบเรียนสอบถามท่าน ท่านก็ว่าเสกวิชาที่ถนัดไปก็แล้วกัน....เรื่องของเรื่อง ในยุคนั้นวงการพระเครื่องนิยมสร้างเป็นสิงสาราสัตว์ เรียกว่าเป็นเทรนแห่งยุคสมัย คนรุ่นอายุ 60 กลางๆขึ้นไปคงจำกันได้

เหรียณนั่งวัว

ด้านหลัง

  ช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนช่างกลไปสักพักนี่เอง มีหมูทองแดงหลวงปู่เส็งเกิดขึ้น เคยบูชาไว้หลายตัว ภายหลังโดนคนขอไปหมด ต่อมาหมูทองแดงกลายเป็นซิกเนเจอร์ของหลวงปู่เส็ง..จำไว้ดีๆ ซิกเนเจอร์ของหลวงปู่เส็ง คือ หมูทองแดง..จากความทรงจำของคนทันยุคทันสอบถามหลวงปู่

    เรียนช่างกลไปพักใหญ่ ได้รับเหรียญนั่งวัวของหลวงปู่เส็ง เพื่อนที่ไปด้วยกันก็ได้รับด้วย ต่อมาเพื่อนไปดื่มสุราที่ท่าน้ำนนท์จนดึก มีเรื่องเขม่นกับขี้เมาโต๊ะข้างๆ โดนตีศีรษะด้วยท่อนไม้ หัวไม่แตกแต่หัวโน

  อีกครั้งหนึ่งเพื่อนช่างกลไปเที่ยวโรงน้ำชาแถวๆใกล้แยกทางรถไฟสถานีบางซ่อน พอออกจากโรงน้ำชาก็โดนอาชีวะโรงเรียนหนึ่งรุมตี โดนฟันทีหนึ่งไม่เข้าเนื้อ อาโกที่เฝ้าโรงน้ำชาออกมาเรียกให้เข้าไปหลบในโรงน้ำชาก่อน วันนั้นมันเลยค้างคืนที่โรงน้ำชานั้น เพื่อนมีเหรียญนั่งวัวเหรียญเดียว

รูปหล่อใบโพธิ์หลวงปู่มอบให้

ด้านหลัง

  น้องชายของสาวพาณิชย์ที่อยู่ อ.สามโคก ขับมอเตอร์ไซด์พาพี่สาวไปตลาด  ขากลับเจอฝนตกไม่มีที่หลบฝน จึงรีบใช้ความเร็วเพื่อหนีฝนกลับบ้านเร็วๆ ไปพลาดตรงทางโค้งมอเตอร์ไซด์ล้มแฉลบไปกับถนนลงข้างทาง พี่น้องกระเด็นฟาดถนนแล้วกลิ้งไปหลายเมตร ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย น้องชายแขวนพระสมเด็จ พี่สาวแขวนเหรียญรุ่นแรก

  ศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงปู่เส็งที่เจอกันที่กุฏิเล่าว่า แกไปรบสงครามลาว มีตะกรุดผ้ายันต์หลวงปู่เส็ง เคยโดนโจมตีฐาน กระสุนปืนกล ระเบิด RPG ลงในฐาน แกไม่โดนสะเก็ดระเบิดเลย และในตอนลาดตระเวนเจอซุ่มโจมตี ก็แคล้วคลาดไม่เคยโดนยิง สุดท้ายครบวาระก็กลับไทยอย่างปลอดภัย

  น้องชายคนสุดท้องของข้าพเจ้าห้อยพระสมเด็จขี่หมูองค์เดียว ชอบขี่มอเตอร์ไซด์แข่งกับเพื่อนๆ พลาดรถล้มหลายครั้งไม่เคยเป็นอะไรเลย บางครั้งมอเตอร์ไซด์พังแบบล้อบิดแฮนด์รถหักตัวมอเตอร์ไซด์งอ ก็รอดมาทุกที ปัจจุบันพระสมเด็จขี่หมูชุดนี้ตกทอดถึงลูกของน้องชาย

ชุดพระองค์จิ๋ว

  หลังจากข้าพเจ้าเรียนจบทำงานแล้ว ก็ยังแวะไปกราบหลวงปู่เส็ง ท่านชราภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่กล้าสนทนานานๆ หลวงปู่เส็งยังมอบพระเครื่ององค์เล็กๆให้ไปแจก ข้าพเจ้าก็แจกพวกเมียๆของเพื่อนร่วมงานที่ทำงานขายของหน้าร้าน เขาว่าค้าขายดี และมีแปลกที่..ผัวเอาใจ..พระเครื่องเล็กๆของหลวงปู่เส็งนี้แจกเกือบหมด พอวันเวลาผ่านไปเป็นสิบๆปี พระเครื่องชุดนี้เริ่มแตกร้าวหรือป่นเป็นชิ้นสาเหตุเพราะตัวประสานเนื้อพระเสื่อมสภาพ ข้าพเจ้าจึงแยกเก็บเป็นผงวิเศษเอาไว้สร้างพระ

  วัตถุมงคลหลวงปู่เส็งในปัจจุบันที่ราคาถูกๆยังมีมาก พวกพระผงที่ดูธรรมดาพื้นๆยิ่งราคาถูกยังหาได้ง่าย แต่ถ้าเป็นหมูทองแดงหรือครุฑข้าพเจ้าไม่แนะนำเพราะเก๊เยอะ สำหรับข้าพเจ้าถ้าให้เลือกหมูทองแดงกับครุฑ ขอเลือกหมูทองแดง เพราะ..ซิกเนเจอร์หลวงปู่เส็งในยุคที่ข้าพเจ้าทันหลวงปู่เส็งนั้นคือ หมูทองแดง

พระปิดตาก็แตกแล้ว

ประวัติหลวงปู่เส็ง จนฺทรํสี โดยย่อ

  วันเดือนปีเกิดของหลวงปู่เส็งจำได้แค่ว่า ท่านเกิดวันจันทร์ ปี พ.ศ.2444 โยมบิดามาจากเมืองจีน มาตั้งรกรากที่ จ.ปทุมธานี โยมมารดาเป็นชาวมอญที่ อ.สามโคก

  อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2465 โดยท่านเจ้าคุณพระรามัญมุนี วัดบางหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบวรธรรมกิจ หรือหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงปู่ทัด ลาหุโล เจ้าอาวาสวัดบางนา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จันทรังสี

  หลวงปู่เส็งเล่าเรียนวิทยาคมจากหลายพระอาจารย์ พระอาจารย์ที่โด่งดังคือ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์

  ปี พ.ศ.2486 หลวงปู่ทัด เจ้าอาวาสวัดบางนา ซึ่งเป็นหลวงน้าได้มรณภาพ หลวงปู่เส็ง ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าอาวาส พอถึงปี พ.ศ.2487 หลวงปู่เส็งสอบได้นักธรรมชั้นเอก เมื่อถึงปี พ.ศ.2489 ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนา

  หลวงปู่เส็งสร้างพระเครื่องครั้งแรกในปี พ.ศ.2510 เป็นพระพิมพ์สมเด็จ ขณะนั้นท่านมีอายุ 65 ปี มีผู้พบประสบการณ์พระสมเด็จทางคุ้มครองกันมาก จนมีผู้คนไปกราบนมัสการท่านมากยิ่งขึ้น ต่อมามีการสร้างวัตถุมงคลหลายรายการ วัดสร้างเองบ้าง มีคนขออนุญาตสร้างบ้าง

   หลวงปู่เส็งท่านอุปถัมภ์สร้างวัดวังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จึงมีการสร้างวัตถุมงคลหลายรายการ ได้รับความนิยมมาก ชื่อเสียงหลวงปู่เส็งโด่งดังระดับต้นๆของเมืองไทย

  หลวงปู่เส็ง มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2531 สิริอายุ 87 ปี

เรื่อง จากความทรงจำ จากเจ้าของประสบการณ์

ภาพ ภาพหลวงปู่เส็งจากอินเทอเน็ต

ภาพพระเครื่อง ของ sihawatchara

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

หลวงพ่อกับของวิเศษ.15 หลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ

 


หลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี

  นึกอยากรับประทานข้าวหมูแดงแถวบ้านเก่า เป็นข้าวหมูแดงสูตรเก่าแก่จริง ข้าพเจ้ารับประทานมานานถึงหกสิบปีนิดๆ ปัจจุบันเป็นรุ่นลูกสาวที่เป็นเพื่อนน้องข้าพเจ้า รับประทานเสร็จพร้อมซื้อกลับบ้าน คนเก่าๆเห็นว่าข้าพเจ้าผ่านมา เลยดึงให้นั่งคุยที่สภากาแฟในสนามพระแถวนั้น คุยกันเรื่องของขลัง แล้วก็คุยไปถึงของขลังที่ดีทางเจ้าชู้ หนุ่มใต้คนหนึ่งพูดว่า ทางใต้เชื่อถือหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ พวกหนุ่มๆชอบขูดเอาผงพระไปแอบใส่ให้ผู้หญิงกิน แล้วผู้หญิงจะหลงรัก คนเล่าถามข้าพเจ้าว่า..อาจารย์รู้จักหลวงปู่จันทร์ไหม ข้าพเจ้าหัวเราะพยักหน้าว่า..รู้จักสิวะ...บอกมันว่าเคยมีพระของหลวงปู่จันทร์อยู่สิบกว่าองค์ โดนคนขอไปจนหมด เหลือพระแม่นางกวักอยู่องค์เดียว พอหยิบพระแม่นางกวักออกมาให้ดู(พกติดตัว)..หนอย..ชาวสภากาแฟจะแย่งเอาจากมือ เลยเขกหัวหนุ่มใต้มันไปหนึ่งที

  ไอ้หนุ่มมันพลิกดูด้านหลังพระแล้วร้องว่า...พระยังสวยยังผิวเรียบ ทำไมจารย์ไม่ขูดผงไปใช้บ้างล่ะ เลยเขกหัวไปอีกที บอกมันว่า..กรูกลัวพระไม่สวยเว้ย..แล้วเล่าประสบการณ์พระเครื่องหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำให้ชาวสภากาแฟที่สนามพระฟัง

พระมหาเสน่ห์แดนใต้

  ราวๆ 50 ปีก่อน(นับจาก พ.ศ.2569) ครั้งที่ข้าพเจ้าเรียนช่างกล มีเพื่อนเป็นคนใต้หลายคน ปิดเทอมก็ไปเที่ยวบ้านเพื่อนชาวใต้ทีละจังหวัด พอไป จ.สุราษฎร์ธานี ญาติๆเพื่อนแนะนำให้ไปเที่ยวเกาะพงัน ไปกราบหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ เขาแนะนำว่าท่านมีของดีทางเมตตามหาเสน่ห์ ตอนแรกข้าพเจ้าสะดุ้งเพราะว่ายน้ำไม่แข็ง แต่กลัวเสียฟอร์มก็เลยไปด้วย

  นั่งเรือไปตั้งไกล ทะเลเวิ้งว้างเสียวใจไม่น้อย พอใกล้ๆเกาะๆหนึ่งข้าพเจ้าค่อยสบายใจว่าจะถึงแล้ว แต่เพื่อนบอกว่านี่มันเกาะสมุย ส่วนเกาะพงันยังอยู่เลยเกาะสมุยไปอีก เรือแล่นไปจนมองเห็นเกาะพงัน

  สมัยนั้นที่เกาะพงันเงียบสงบมาก เห็นแต่ชาวบ้านชาวประมง วัดโฉลกหลำอยู่ถัดเข้าไปจากชายฝั่งไม่มาก แค่เดินไปไม่นานก็ถึงวัด ภายในวัดมีต้นไม้ครึ้มๆ หลวงปู่จันทร์ท่านใจดี พูดคุยสุภาพ ตอนนั้นท่านชราไม่น้อย ใครขอวัตถุมงคลท่านก็หยิบให้ จะได้พระพิมพ์ไหนก็สุดแต่ท่านจะหยิบได้สะดวก

  เนื่องจากการเดินทางโดยเรือเล็กใช้เวลามาก จึงทำให้การไปกราบหลวงปู่จันทร์แล้วต้องรีบกลับ ไม่งั้นจะมืดค่ำจะไปเรือได้ลำบาก ไปกราบหลวงปู่จันทร์จึงไม่มีเวลากราบเรียนสนทนามากนัก แต่ท่านใจดีมอบพระเครื่องให้ทุกคน

พระแม่นางกวักหลวงปู่จันทร์

ประสบการณ์

  ช่วงนั้นเที่ยวบ้านเพื่อนที่ จ.สุราษฎร์ธานี อยู่เดือนกว่าๆ เพื่อนมีเมียอยู่ที่บ้านแล้ว ข้าพเจ้าสะดุ้งเพราะยังอยู่ในวัยเรียนช่างกล แต่เพื่อนมีเมียเป็นตัวเป็นตน ซึ่งทางบ้านเพื่อนเห็นเป็นเรื่องปกติ แล้วพี่สาวเมียเพื่อนเป็นแม่หม้าย เขามาเทคแคร์ข้าพเจ้าผิดปกติมากๆ จนไอ้เพื่อนกับเมียมันบอกว่า..เจ้กินมึงแน่..เพื่อนมันกระซิบว่า..ของดีหลวงปู่นี้ดีจังหู้ว่ะ...สุดท้ายโดนเจ้กินจริงๆ เจ้อายุมากกว่า 4-5ปี สวยคมเข้ม เป็นเจ้าของสวนเงาะและสวนยาง

  ข้าพเจ้าทดลองอาราธนาพระสมเด็จพิมพ์เล็กหลวงปู่จันทร์ติดตัว ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องชู้สาวอะไรจริงจังเพราะยังเรียนอยู่ แต่สักพักสังเกตพบว่า แม่ค้าในโรงอาหารจะเมตตาเราเกินกว่าปกติ คือ ซื้อข้าวซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านไหน พวกเจ๊ๆจะตักข้าวตักกับข้าวให้มากเป็นพิเศษ ต่อมาชวนไปเที่ยวบ้านอีกด้วย เจ๊ๆเริ่มถึงเนื้อถึงตัวข้าพเจ้าซะงั้น ตอนนั้นสยิวไม่น้อย แต่ข้าพเจ้าไม่ได้คิดอะไรนึกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องล้อเล่นกัน แบบนี้พอจะอนุมานได้ว่า เกิดประสบการณ์ทางเมตตามหานิยม

  ภายหลังไม่ได้ห้อยพระหลวงปู่จันทร์ เพราะชอบทดลองห้อยพระทีละองค์เพื่อสังเกตดูคุณวิเศษ เก็บพระลืมไปจนเรียนจบทำงาน ตอนทำงานนี้เองที่ทำให้พระหลวงปู่จันทร์ที่เก็บไว้หลายองค์ต้องแทบหมดไป เพราะโดนเพื่อนร่วมงานเป็นชาวใต้ในที่ทำงานขอไปทีละองค์  ข้าพเจ้ากลัวโดนขอพระไปอีก เลยเอาพระหลวงปู่จันทร์พิมพ์แม่นางกวักมาพกติดตัว เพราะคนจะเข้าใจไปเองว่าพระแม่นางกวักดีทางค้าขายจึงไม่มาขอจากข้าพเจ้าแน่ๆ ข้าพเจ้ายังเหลือพระสมเด็จพิมพ์เล็กที่เคยพกในช่วงเรียนช่างกล

 ลูกน้องคนหนึ่งเป็นคนพูดมากจนน่ากระทืบ มักโดนลูกค้าคอมเพลนเข้ามา มันขอของดีติดตัวเผื่อจะดีขึ้น ข้าพเจ้าให้พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่และเตือนให้ลดพูดเพ้อเจ้อ ผ่านไป 3 เดือน เจ้านี่ควงลูกค้าสาวที่เคยคอมเพลนมัน พามาเที่ยวดิสโกเธค มันว่านี่ตกลงเป็นเมียตัวจริงของมันแล้ว รอเรียนจบจะแต่ง

   รุ่นพี่ขอพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่หลวงปู่จันทร์ไปเป็นกำลังใจจีบสาว ซึ่งสาวคนนี้เป็นสาวเอ๊าะเพิ่งจบมัธยมต้นมาทำงานที่บริษัท อายุห่างกัน 1 รอบกว่าๆ รุ่นพี่กลัวว่าตัวเองอายุมากแล้วเด็กสาวจะไม่สนใจ พอแกได้พระหลวงปู่จันทร์ก็คอยไปจีบเรื่อยๆ สุดท้ายก็พาเจ้าน้องสาวเอ๊าะๆมาแด๊นซ์ในดิสโกเธคเปิดตัวว่าเป็นแฟนกันแล้ว แกกระซิบว่าลองขูดผงพระเอามาใช้ด้วย หลังจากข้าพเจ้าลาออกจากบริษัทไปทำงานส่วนตัว สองคนนี้ก็แต่งงานกัน

  ข้าพเจ้าอาราธนาพระแม่นางกวักพกติดตัว ก็รู้สึกว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ถ้าอยู่ออฟฟิศก็จะมีพนักงานแผนกอื่นเป็นเพื่อนเพิ่มขึ้น ประมาณว่าไม่เคยมองหน้ากันไม่เคยคุยกัน ก็ได้รู้จักกันง่ายๆ มีเพื่อนใหม่เป็นสาวออฟฟิศทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่หลายคน แล้วยังมีสาวประเภทสองทั้งในออฟฟิศและลูกค้าเข้ามาเป็นเพื่อน

  ลูกค้าสาวสวยรายหนึ่งอยู่ๆก็มาสนิทสนม เป็นแม่หม้ายสวยพริ้ง ชอบเรื่องวัตถุมงคล เธอขับรถลงภาคใต้ไปทำธุรกิจบ่อยๆ อยู่ๆก็มาสนิทแบบ...อ่านว่าจุดๆๆ....ช่วงนั้นพกพระสมเด็จหลวงปู่จันทร์ เนื่องจากเธอลงภาคใต้ไปทำธุรกิจบ่อยๆ จึงพลอยได้ยินเรื่องหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ เมื่อเจอข้าพเจ้าในวันหนึ่ง เธอถามว่า..มีพระหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำบ้างไหม ขอที่รักไว้ติดตัวสักองค์นะ.. ข้าพเจ้าก็มอบพระพิมพ์สมเด็จเล็กองค์สุดท้ายที่พกติดตัวให้เธอไป แถมมอบสีผึ้งหลวงปู่จันทร์ที่ท่านมอบให้และข้าพเจ้าเก็บซ่อนไม่ให้ใครรู้ว่ามี เผื่อให้กิ๊กสาวแม่หม้ายเธอเอาไปใช้เจรจางาน

สีผึ้งหลวงปู่จันทร์

  วันหนึ่งเธอโทรศัพท์มาเล่าแบบตื่นเต้นว่า....ที่รัก เค้าเกือบตาย...เรื่องมีอยู่ว่า...เธอขับรถลงไปภาคใต้คนเดียว ระหว่างที่ขับรถไปถึงช่วงรอยต่อ จ.ประจวบฯ กับ จ.ชุมพร เธอขับรถตามหลังรถบรรทุกเหล็กเส้นด้วยความเร็ว อยู่ๆรถบรรทุกก็เบรก(ราชบัณฑิตให้เขียนอย่างนี้)กะทันหัน

  เรื่องที่เกิดคือมีรถตัดหน้ารถบรรทุก รถบรรทุกจึงเบรกกระทันหันแต่ก็ชนกันจนได้ เธอเหยียบเบรกแต่รถคันหน้าอยู่ใกล้เกินไปสุดวิสัยที่เธอจะเบรกรถได้ทัน เธอตกใจหลับตาคิดว่าไม่รอดแน่ รถของเธอชนท้ายรถบรรทุก เหล็กเส้นท้ายรถเสียบทะลุกระจกหน้ารถเข้ามาอย่างแรง แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิด

  เหล็กเส้นที่เสียบทะลุกระจกเข้ามายังใบหน้าของเธอนั้น เกิดหยุดห่างจากใบหน้าเธอเพียง 1 คืบ เพราะรถของเธอสะดุดหยุดพอดีนั่นเอง เธอจึงรอดตาย เรื่องแบบเดียวกันนี้เคยเกิดกับข้าพเจ้า ตอนนั้นมีเหรียญหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือติดตัวแค่เหรียญเดียว

  อุบัติเหตุครั้งนั้น รถของเธอพังต้องเข้าซ่อม หน้ารถยุบ หม้อน้ำแตก กระจกแตก วันนั้นเธอแขวนพระสมเด็จหลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำเพียงองค์เดียว

  ปัจจุบันจะหาพระเครื่องหลวงปู่จันทร์นับว่าลำบากไม่น้อย เพราะของปลอมมีมานานแล้ว ข้าพเจ้าเองเหลือแค่พระแม่นางกวักเพียงองค์เดียว ก็ว่าจะหาเช่าบูชามาเพิ่ม เพราะหลวงปู่จันทร์ท่านดีจริง

เรื่องจากความทรงจำ

ภาพ หลวงปู่จันทร์  จากอินเทอเน็ต ไม่ทราบต้นทาง

ภาพ พระแม่นางกวักและสีผึ้ง เป็นของข้าพเจ้า



วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.28ยาเสน่ห์จากปลัดขิก

 



ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.28 ยาเสน่ห์ปลัดขิก

ยาเสน่ห์ปลัดขิก Love potion derived from a phallic amulet.

  ข้าพเจ้าไปจัดการเรื่องเอกสารที่บ้านหลังเก่าที่ไม่ได้แวะมานานแล้ว เดินผ่านถิ่นเก่าก็มีเสียงเรียก..เฮียๆ ตั้วเสี่ย..คือเรียกเฮียบ้างตั้วเสี่ยบ้าง ก็ต้องแวะทักทายตามทางผ่าน คนเก่าคนแก่ทั้งนั้น พอเดินผ่านร้านกาแฟเก่าแก่ของย่านนั้น ต้องขมวดคิ้วมองอย่างปลงและระลึกอดีต ร้านนี้มีมาก่อนข้าพเจ้าเกิดเสียอีก ขณะนี้เลิกกิจการเสียแล้ว ยืนมองร้านกาแฟที่ไม่ขายกาแฟแต่เปลี่ยนมาขายน้ำอัดลมอย่างเดียว เฮียลูกชายอาแป๊ะเจ้าของร้านมองเห็นข้าพเจ้าก็จำได้ แกเรียกให้เข้าไปแวะนั่งคุยในร้าน เฮียคนนี้แกอายุมากกว่าข้าพเจ้า

  นั่งร้านกาแฟร้านเก่าแก่ที่ไม่ได้ขายกาแฟแล้วโต๊ะยังเป็นโต๊ะหินอ่อนกลมเหมือนเดิม เก้าอี้ยังเป็นเก้าอี้เช็กโกเก่าแก่ นั่งคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงในย่านนั้น เฮียแกเล่าถึงคนโน้นคนนี้ที่ข้าพเจ้ารู้จัก ยังเล่าถึงอดีตน้องหนูๆแถวนี้ว่าชีวิตเป็นอย่างไรไปบ้าง พวกน้องหนูกลายเป็นเจ้ใหญ่ไปหมดแล้ว เฮียแกว่าพวกอดีตน้องหนูอยากเจอข้าพเจ้ามากบางคนยังอยู่บ้านเดิมแถวนี้ แล้วเฮียแกให้หลานวิ่งไปเรียกอดีตน้องหนูคนหนึ่ง

  พวกน้องหนูที่ว่านี้ ก็คือสาวๆ(เมื่อ20ปีก่อน) เป็นเคลือข่ายสาวสวยที่ทำงานกลางคืนเช่น คาเฟ่ ค็อกเทลเล้าจ์ ผับ บาร์ที่มาเช่าบ้านอยู่ในซอย บางคนสนิทกับที่บ้านข้าพเจ้ามาก สนิทขนาดมากินนอนที่บ้านข้าพเจ้ากันเลย คือ มารดาข้าพเจ้าใจดีให้มาอยู่ที่บ้านได้ในตอนที่พวกน้องหนูเดือดร้อน เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้รับรู้ชีวิตกลางคืนอีกด้านหนึ่งจากพวกน้องหนู

  อดีตน้องหนูคนหนึ่งรีบมาหาที่ร้านกาแฟ เสือกเข้ามากอดกรูเสียอีก มองดูแล้วเจ้านี่ยังสวยอยู่ไม่น้อย เป็นสาววัยสี่สิบกว่าที่ยังดูดีมาก มันหัวเราะแล้วว่า..เฮียเสร็จธุระแล้วต้องไปดินเนอร์กับหนูนะ..ถามมันว่า..แล้วผัวเอ็งจะไม่ว่ารึ..มันตอบว่า..มันไม่กล้าว่าหรอกมันอยากเจอเฮียจะตาย มันอยากได้ของดีจากเฮีย...

  คุยกับน้องหนูแล้วก็ระลึกอดีตเรื่องหนึ่งขึ้นมา พวกน้องหนูนี้เป็นหน่วยทดลองความขลังเรื่องมหาเสน่ห์ปลัดขิกให้ข้าพเจ้า คือ ทดลองว่าผู้หญิงใช้ปลัดขิกในทางเสน่ห์กับผู้ชายได้หรือไม่ เพราะในความเข้าใจคุ้นเคยเรื่องปลัดขิกนั้น ผู้ชายเป็นคนใช้คุณวิเศษมหานิยมมหาเสน่ห์ต่อผู้หญิง


ปลัดขิกงาช้างขนาดเล็ก

 

  ความจริงการทดลองให้สาวๆใช้ปลัดขิกเป็นเสน่ห์ต่อผู้ชายนั้น ข้าพเจ้าทดลองมาก่อนให้น้องหนูกลุ่มนี้ไปทดลองใช้ โดยทดลองครั้งแรกประมาณก่อนปี พ.ศ.2540เล็กน้อย ครั้งนั้นสาวทำงานในผับแห่งหนึ่งเธอเป็นแฟนของลูกน้องข้าพเจ้า เธอถามว่ามีอาจารย์ที่ไหนทำเสน่ห์ขลังๆไหม เธออยากจะทำเพราะที่ทำงานมีคู่แข่งเยอะ แล้วคู่แข่งนั้นอายุน้อยกว่าเอ๊าะกว่าด้วย ลูกค้ามักจะซื้อดริ๊งค์พวกนี้มากกว่าเธอ

  ข้าพเจ้าฟังแล้วก็ห้ามเรื่องการหาหมอเสน่ห์ เพราะโอกาสถูกหลอกมีสูงปรี๊ด จึงให้เอาปู่ปลัดขิกไปทดลองตามวิธีที่เคยได้ยินคนเก่าและแก่ท่านเล่าให้ฟัง แต่เรื่องที่คนเก่าและแก่ท่านเล่านั้น เป็นเรื่องการใช้ยาเสน่ห์ตามความเชื่อ ไม่ใช่วิธีใช้ปลัดขิก

อภินิหารยาเสน่ห์ปู่ปลัดขิก

  ข้าพเจ้าเคยได้ยินคนเก่าแก่เล่าเรื่องยาเสน่ห์ให้ฟัง ประมาณว่า สมัยโบราณเวลาที่ผู้หญิงใช้ยาเสน่ห์ใส่ผู้ชาย จะใช้วิธีผสมยาเสน่ห์ลงในน้ำ อาหาร หมากพลู บุหรี่ พอผู้ชายกินเข้าไปก็จะหลงใหลบางทีก็ใช้ยาเสน่ห์แต้มตามตัวตรงบริเวณที่ผู้ชายจะมาสัมผัส พอผู้ชายไปโดนยาเสน่ห์ที่ป้ายไว้ ก็จะเคลิบเคลิ้มหลงใหล บางทีหาทางเอายาเสน่ห์ไปโปรยใส่ศีรษะเส้นผมไม่ให้รู้ตัว คนรุ่นเก่าท่านเล่าเรื่องวิธีใช้ยาเสน่ห์มาแบบนี้ว่า คนโบราณเขาใช้ยาเสน่ห์ด้วยวิธีไหน

  ยาเสน่ห์ที่ข้าพเจ้าไม่มีและไม่ชอบด้วย จึงแนะให้น้องหนูเอาปู่ปลัดขิกไปทดลอง อนุมานว่าทำเสน่ห์ด้วยปู่ปลัดขิกนั่นเอง  โดยให้อาราธนาปู่ปลัดขิกแบบที่แม่ค้าขายของเขาทำกัน คือ ตอนเปิดร้านขายของหรือขายอาหารนั้น สมัยก่อนแม่ค้าแกจะเอาปู่ปลัดขิกชี้ๆวนๆที่ของนั้น ขอให้ปู่ปลัดขิกช่วยให้ขายดีขายคล่องขายได้หมด ข้าพเจ้าเคยเห็นแม่ค้ารุ่นเก่าเอาปู่ปลัดขิกจิ้มลงในขันน้ำ แล้วเอาน้ำเป็นน้ำมนต์ประพรมของขายและหน้าร้านด้วย  ที่จำได้แม่นก็ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เมืองเพชร

  ให้น้องหนูเอาปู่ปลัดขิกไปจิ้มลิปติกที่น้องหนูใช้ แล้วเอาลิปติกทาริมฝีปากตามปกติ เอาปู่ปลัดขิกจิ้มที่ตลับแป้งอธิษฐานให้เป็นแป้งมหาเสน่ห์ แล้วค่อยเอาแป้งผัดใบหน้าสวยๆของน้องหนู ให้น้องหนูเอาลิปติกและแป้งไปป้ายที่ผู้ชายที่จะมาเป็นลูกค้า วิธีป้ายก็คือ ให้ไปจุ๊บผู้ชายก่อนนั่นเอง​ พอจูบเคลียคลอกัน​ ลิปติกที่ผ่านการถูด้วยปลัดขิก​ ก็จะติดปากผู้ชายไปเอง​ แป้งเสน่ห์ปลัดขิกก็จะติดตามใบหน้าที่ไปไซร้กันไปมา

ปู่ปลัดขิกหลวงปู่เมฆวัดลำกระดาน

  ต่อมาน้องหนูรุ่นแรกรายงานผลว่า ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง ผู้ชายที่โดนน้องจุ๊บแก้มไปนั้น จะกลายเป็นลูกค้าประจำ จะไม่เลือกสาวอื่นที่เอ๊าะกว่าอายุน้อยกว่าเธอเยอะ นับตั้งแต่วันนั้นน้องก็ใช้ปู่ปลัดขิกทำเสน่ห์แบบนี้ตลอดมา การที่น้องหนูไปจูบแก้มผู้ชาย ก็คือเอาลิปติกที่อนุมานว่าเป็นยาเสน่ห์ เอาไปป้ายติดผู้ชายนั่นเอง

  น้องหนูรุ่นลองของยังพัฒนาวิธีใช้ยาเสน่ห์ปู่ปลัดขิกไปจนข้าพเจ้าต้องสะดุ้ง เริ่มจากมาขอคาถาเสกปู่ปลัดขิกทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลย น้องว่าเอาไว้เผื่อวันไหนลืมพกปู่ปลัดขิกไปด้วย เลยให้คาถาไปบทหนึ่งว่า

  ...โอม HEE HEE ควควY 32ควY แห่ห้อมล้อม HEE ขายดิบขายดีแหกHEEกลับบ้าน ถ้ายิ่งขายดีจะแหกHEEให้เย็Dอีก 7ที

 พอน้องหนูได้คาถาไปก็ขยันเสกเสียจริง ได้ผลดียิ่งนักมีลูกค้าติดหลายราย ตอนหลังน้องมาเล่าให้ฟัง ข้าพเจ้าได้ยินก็สะดุ้งสำลักกาแฟออกจมูก...ปัทโธ่ น้องเล่าว่า...วันหนึ่งน้องได้ดริ๊งค์เต็มที่เงินทิปเยอะอีกต่างหาก พอกลับหอพักนึกขี้นมาว่า วันนี้ได้ดริ๊งค์จากลูกค้ามากเป็นพิเศษ แล้วคาถาที่น้องเสกนั้นตอนจบคาถาว่า...ถ้ายิ่งขายดีจะแหกHEEให้เย็Dอีก 7ที...น้องกลัวว่าถ้าไม่ทำตามเดี๋ยวจะไม่ขลัง ก็เลยเอาปู่ลัดขิกมาเขี่ยๆที่อวัยวะเพศ ทำนองว่า..ให้เย็Dแล้วนะ ข้าพเจ้าฟังแล้วสำลักกาแฟออกจมูกทันที

    น้องได้ยินข้าพเจ้าเล่าเรื่องยาเสน่ห์ในอดีตที่ผู้หญิงใช้กับผู้ชาย มีแบบที่ใช้ประจำเดือน ใช้ขี้ไคลเอามาทำยาเสน่ห์ให้ผู้ชายกิน น้องเลยปิ้งไอเดียขึ้นมา น้องแกเห็นว่า เอาปู่ปลัดขิกมาทำเสน่ห์ที่ลิปติกกับแป้งผัดหน้าได้ ก็เลยคิดลึกไปว่าอย่างนี้เอามาใช้ร่วมกับยาเสน่ห์จากร่างกายได้ น้องเลยจิ้มๆที่อวัยวะเพศตอนมีของเหลวจากความเสียว แล้วเอามาป้ายที่หัวนม รอให้ผู้ชายมาดูด บางทีเอาปลัดที่มีของเหลวสยิวนั้นมาจิ้มลงในเหล้าที่ลูกค้าฝากไว้ที่ร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มเข้าไปเสียเลย น้องเล่าว่าลูกค้าติดน้องมากมีขนาดส่งเสียรายเดือนรายปีด้วย

  เจ้าสาวรุ่นน้องคนนี้เอาดีทางสถานเริงรมย์โดยตรง ต่อมาถึงกับเป็นมาม่าซัง เป็นเอเยนซี่พิศสวาสเจริญรุ่งเรือง น้องเคยเอาแค็ตตาล็อกมากางโปร์ไฟล์ลูกน้องสาวๆให้ข้าพเจ้าเลือกฟรีๆ ต้องสะดุ้งเขกกบาลน้องไปที น้องที่เป็นมาม่าซังไปแล้วบอกว่าก็ให้ลูกน้องสาวๆใช้วิธียาเสน่ห์ปู่ปลัดขิก ลูกค้าทั้งหลายก็ได้รับสารเหลวสยิวจากอวัยวะเพศหญิงที่พวกสาวๆใช้ปลัดขิก เอามาป้ายที่หัวนมให้ดูด ก็ดูดๆๆเข้าร่างกาย ตรงนี้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปๆมาๆกลายเป็นเสน่ห์ยาแฝดไปด้วยหรือไม่

  ในภายหลังเมื่อมีน้องหนูแถวบ้านเก่าข้าพเจ้ามาถามเรื่องยาเสน่ห์ ก็ชุดที่มานั่งคุยที่ร้านเฮียนี่แหละ ตอนนั่งสังสรรค์ที่บ้านข้าพเจ้า พวกน้องหนูเขาถามเรื่องตำรายาเสน่ห์ ก็เล่าเรื่องสาวรุ่นน้องที่ทำงานผับสุขุมวิทให้ฟัง เจ้าพวกนี้ก็เอาไปทำกันบ้าง เสน่ห์ยาแฝดจากของเหลวสยิวจากร่างกายสาว ก็เข้าร่างกายชายหนุ่มและแก่ด้วยการดูดปทุมถัน และจากการที่สาวๆเอาไปใส่ในเหล้าขวดที่ฝากไว้...นับแต่นั้นมา...จะได้ผลไม่ได้ผล ข้าพเจ้าไม่รู้ไม่เกี่ยวนะ พวกเด็กๆเขาพัฒนาวิธีการกันเอง

คาถามหาเสน่ห์ปลัดขิกสำหรับชาวต่างชาติ เทียบเสียงได้ดังนี้

Aom  Hee Hee Kuay Kuay ,

Sam Sib Song Kuay Hair Hom Lom Hee,

Kai Dib  Kai Dee Hack Hee Klub Ban,

Tha Ying Kai Dee,

Jaa Hack Hee Hai Yed Eiak Jet Tee





วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.27 ตะกรุดสาลิกา

 

ตะกรุดสาลิกามหาเสน่ห์  Charm amulet

  นั่งติดฝนที่สภากาแฟ สภาจึงเปิดทำงานล่วงเวลาต่อไป วงสนทนาท่ามกลางสายฝนพรำๆสนทนาเรื่องไร้สาระ ไปๆมาๆไอ้เนี้ยวถามถึงเรื่องของขลังใช้จีบสาวอีกแล้ว ดูมันจะมุ่งมั่นเรื่องจีบสาวโดยพึ่งไอเท็มพิเศษเสียจริงๆ เขกหัวมันไปที แต่ลุงเพื่อนร่วมวงสนทนากับโกเจ้าเก่าสนับสนุนให้เล่า ก็เล่าให้ฟังเท่าที่จำได้ เล่าไปแล้วก็เลยบันทึกความทรงจำเล่าสู่กันฟังกันลืม

ตะกรุดสาลิกา-สาริกา

  สมัยโบราณที่มีความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาเครื่องรางของขลัง จะมีวิทยาคมใช้ในทุกๆด้าน แยกประเภทการใช้ไปตามจุดมุ่งหมายด้วย ถ้าจะให้เป็นด้านเจรจาขายของหรือทางเจ้าชู้ ก็มีวิทยาคมใช้อยู่หลายแบบ แบบหนึ่งที่โด่งดังก็คือวิทยาคมสาลิกา

 ข้าพเจ้าเคยเห็นตะกรุดสาลิกามาตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมต้น เห็นเขาใส่พานให้ทำบุญในงานวัดที่บ้านมารดาที่ จ.ปราจีนบุรี ลักษณะเป็นตะกรุดทองแดงขนาดประมาณ 1 ซ.ม. หลวงน้าบอกว่า..อันน้อยนี่ตะกรุดสาลิกาไว้เกี้ยวสาว..แล้วหลวงน้าหัวเราะลั่นว่า..เจ้ายังตัวน้อยบ่ต้องใช้หรอก...ข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าเกี้ยวสาวคืออะไร พอมองดูของในพานยังมีแบบที่ใส่ไว้ 2 ดอกหลังพระเครื่องรูปแม่นางกวักเลี่ยมพลาสติก หลวงน้าบอกว่านี่ตะกรุดสาลิกาคู่ และมีแบบที่เป็นตะกรุด 3 ดอกอยู่ด้านหลังรูปพระประจำวันเกิด หลวงน้าบอกว่า นี่ตะกรุดสาลิกาสามกษัตริย์ ข้าพเจ้าเห็นมีตะกรุดตั้ง3ดอกเลยทำบุญเช่าไว้ สมัยนั้นทำบุญ 3 บาท วัตถุมงคลเหล่าหลวงปู่เคนถ้ำเขาอีโต้เสกปลุกให้ ตอนนั้นจำว่าตะกรุดเล็กๆเรียกว่า ตะกรุดสาลิกา

  พอเรียนประถมปลายโตขึ้นมาหน่อย เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน(นับจาก พ.ศ.2569ลงไป)เด็กเรียนประถมปลายนับว่าเป็นเด็กโตได้แล้ว พ่อแม่ส่วนมากไม่ค่อยเข้มงวดอะไร ยอมให้ไปเที่ยวไกลบ้านสักหน่อยได้เอง ที่เที่ยวสมัยนั้นมีงานวัดรวมอยู่ด้วย ข้าพเจ้าไปเที่ยวงานวัดที่อยู่ห่างจากบ้านมากขึ้น เช่น อยู่ฝั่งธนบุรีข้ามไปเที่ยวงานภูเขาทองวัดสระเกศ วัดอินทร์บางขุนพรหม วัดสุทัศนฯ ในงานวัดต่างๆจะมีแม่ชี(จริงหรือเก็ก็ไม่รู้) มาตั้งแผงขายเครื่องรางของขลัง มีตะกรุดสาลิกาขายทุกงาน แสดงว่าตะกรุดสาลิกาเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อย

  เมื่อเรียนมัธยมเขามองว่าเป็นหนุ่มสาวกันแล้ว ช่วงก่อน พ.ศ.2520 สมัยนั้นสาวเรียนจบมัธยมจำนวนหนึ่งแต่งงานเป็นเรื่องไม่แปลกเท่าไร บางครอบครัวที่ยังหัวโบราณมากๆยังไม่ให้ลูกสาวเรียนต่อด้วยซ้ำ เพื่อนผู้หญิงบางคนของข้าพเจ้ายังมีสามีมีครอบครัวไปแล้ว เด็กผู้ชายรุ่นข้าพเจ้านับว่าเริ่มวัยรุ่นเริ่มมีเสียงแตกเป็นเสียงเป็ด เริ่มสนใจผู้หญิง เริ่มจีบหญิง เด็กหนุ่มแรกรุ่นจึงต้องหาของดีไว้จีบสาว ประมาณว่าเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ของดียอดฮิตไว้จีบสาวในยุคนั้นก็คือ พระขุนแผนและตะกรุดสาลิกานั่นเอง

   สมัยเรียนมัธยมจำได้ว่า อาหารในโรงอาหารโรงเรียนจานละ 2 บาท กระเพาะปลาใส่ไข่เป็ดราคาชามละ 2.50บาท น้ำหวานถ้วยละ50 สตางค์ แต่ราคาวัตถุมงคลพวกเหรียญจะอยู่ที่ 20บาท ตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญที่ 20 บาท ถ้าเป็นตะกรุดโทนก็อยู่ระหว่าง 50-100บาท ถึงทางวัดจะไม่กำหนดราคาเป็นเรื่องเป็นราว แต่คล้ายๆเป็นมรรยาทของคนทำบุญบูชาที่จะทำบุญประมาณนี้ ตอนนั้นถ้าข้าพเจ้าไปเที่ยววัดไหนแล้วมีตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญบูชา บางทีกราบหลวงปู่หลวงพ่อท่านก็ให้มาแล้ว

  ตอนเรียนมัธยมพบว่า ตะกรุดสาลิกาไม่ใช่จำกัดแค่ขนาด 1 ซ.ม. ตะกรุดที่มีขนาดไม่เกิน 1 นิ้วฟุต จะเรียกเป็นตะกรุดสาลิกาเหมือนกัน และที่ทำเอาสะดุ้งก็คือ ตะกรุดสาลิกายาวแค่ 2 ม.ม.ก็มี แถมยังเป็นแบบที่หลวงปู่หลวงพ่อไม่ค่อยยอมให้ใครง่ายๆด้วย แบบนี้เรียก ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา

  ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาดอกแรกที่ไปเสาะหาในช่วงเรียนมัธยม ก็คือของหลวงพ่อเผือกวัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็น จ.สมุทรปราการด้านที่ติดกับฝั่งธนบุรี ข้าพเจ้าเดินทางไปวัดจากแดงได้ง่ายมาก แค่ขึ้นรถเมล์ที่ผ่านหน้าบ้านไปพระประแดง แล้วต่อรถสองแถวไปวัดจากแดง

  หลวงพ่อเผือกท่านทำตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาขลังมาก ส่วนมากเป็นตะกรุดเงินยาวประมาณ 2ม.ม. แต่ท่านว่าใช้เป็นทองคำจะดีกว่า ท่านไม่ได้หมายความว่าตะกรุดทองคำขลังกว่า แต่เป็นตะกรุดทองคำปลอดภัยกว่าตะกรุดเงิน เพราะทองคำไม่เป็นสนิม คะกรุดสาลิกาทองคำใส่ในดวงตาแล้วสบายใจมากกว่า

  ตอนเรียนช่างกล(ราวๆ50ปีก่อน)  มีเพื่อนเป็นคนเมืองเพชร ข้าพเจ้าจึงรู้จักหลวงพ่อแลวัดพระทรง จ.เพชรบุรี ท่านดังทางสักยันต์มาก แต่ท่านก็มีตะกรุดสาลิกาขลังมาก ท่านทำตะกรุดสาลิกาทั้งแบบดอกเดียวและสองดอก ยาวประมาณเกือบ 1 นิ้วฟุต แบบสองดอกจะร้อยเชือกผูกเป็นคู่ กราบเรียนสอบถามท่านเรื่องตะกรุดสาลิกา ท่านเมตตาเล่าว่าลงไว้ด้วย นะสาลิกา

หลวงพ่อแลวัดพระทรง

ตะกรุดสาลิกาคู่

  ช่วงเรียนช่างกล ป.ว.ช.-ป.ว.ส. รวม 5 ปี ช่วงนี้ไปกราบพระอาจารย์ต่างๆหลายรูปหลายจังหวัดที่เป็นบ้านเพื่อนๆ โดยเฉพาะจังหวัดใกล้ๆ จ.นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยาไปกราบหลวงปู่เหรียญวัดบางระโหง หลวงปู่สายวัดบางรักใหญ่ หลวงพ่อทองสุขวัดสะพานสูง หลวงปูเส่งวัดบางนา หลวงพ่อบุญเทียมวัดลาดหลุมแก้ว หลวงพ่อบุญไทวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หลวงพ่อวัดไทรน้อย หลวงปู่จูวัดเขียนเขต หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช หลวงพ่อบุญนาควัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ ถ้าจังหวัดไกลๆไปตอนปิดเทอม เช่นทางภาคใต้ในช่วงนั้นหลวงปู่หลวงพ่อที่มีชื่อเสียงว่าของจริงยังมีมาก หลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ พ่อท่านแก่นวัดทุ่งหล่อ หลวงพ่อบุญทองวัดดอนศาลา หลวงพ่อมุมวัดนาสัก หลวงพ่อกล่ำวัดศาลาบางปู แน่นนอนว่าต้องกราบเรียนสอบถามเรื่องตะกรุดสาลิกาจากหลวงพ่อต่างๆด้วย ก็ได้ความทำนองเดียวกัน ท่านมักเล่าตรงกันว่าตะกรุดสาลิกาเอาไว้สำหรับหนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม หรือพ่อค้าแม่ค้าเจรจาขายของได้ง่าย ตะกรุดสาลิกานั้นมักรักษาไว้ไม่ได้ ท่านเล่าขำๆว่า ที่รักษาไว้ไม่ได้ก็เพราะตะกรุดดอกมันเล็กๆ ชอบหล่นหายหาไม่เจอ

หลวงปู่เผือกวัดจากแดง

  ตะกรุดสาลิกาที่ข้าพเจ้ามีอยู่ได้ทดลองใช้ตั้งแต่ครั้งวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน พบว่าดีทางเจรจาธุรกิจและเจรจาจีบสาวจริงๆ ตอนเรียนมัธยมไปจีบสาวมุสลิมแสนสวย เพื่อไม่ให้ถูกคนที่บ้านสาวตำหนิว่าห้อยพระเข้าบ้านเขา ดังนั้นไปที่บ้านเธอก็ต้องถอดสายสร้อยพระเก็บไว้บ้าน ข้าพเจ้ามีตะกรุดสาลิกาใส่ที่เปลือกตาดอกเดียว ปรากฏว่าที่บ้านเพื่อนสาวอิสลามนั้นมีแต่ผู้หญิง สวยทั้งบ้าน พอไปถึงบ้านเธอ พี่สาวเธอเอาขนมมาให้รับประทาน จังหวะหนึ่งมองสบตายิ้มพอดี วันนั้นกลายเป็นพี่สาวคนสวยมานั่งแย่งน้องสาวคุยซะงั้น พอข้าพเจ้าจะกลับ คนน้องสาวที่ข้าพเจ้าจีบบอกว่า..สงสัยพี่สาวฉันจะชอบเธอ ไม่เห็นเขาจะคุยกับผู้ชายที่ไหน ในที่สุดกลายเป็นข้าพเจ้ากับพี่สาวของเธอ ต้องแอบควงกันไปเที่ยว ซึ่งข้าพเจ้าก็งงๆทำตัวไม่ถูกไม่กล้าปฏิเสธ จะจีบคนน้องที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน ไหงกลายเป็นคนพี่กลายเป็นสลับตัวไปเสียได้

  ตอนเรียนช่างกลชั้น ป.ว.ส. เพื่อนขอของดีไปจีบสาวที่เดินผ่านแล้วเพื่อนมันชอบมากๆ เป็นสาวรุ่นพี่หลายปีทำงานแล้วด้วย วัยต่างกันจนพวกข้าพเจ้ายังปรามๆมันว่านี่คนละรุ่นแล้ว แต่ไอ้เพื่อนมันเสือกรักจริงเสียแล้ว เพื่อนๆดูแล้วไม่มีทางจีบได้ ไอ้เพื่อนเห็นข้าพเจ้ามีสาวพาณิชย์มาชอบหลายคน มันเลยคิดว่าน่าจะมีของดีเลยอ้อนวอนขอ ข้าพเจ้าไม่รู้จะทำอย่างไรก็มอบตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เคยลองใช้สมัยเรียนมัธยม ให้ไป ในใจยังนึกว่าไม่น่าจีบติด เพราะมันคนละรุ่น ยิ่งผู้หญิงเขาทำงานแล้ว ต้องไม่มาสนใจหนุ่มช่างกลที่ยังเรียนไม่จบแน่ๆ

  เมื่อเพื่อนได้ตะกรุดสาลิกาไปแล้ว มันก็แยกตัวออกไปดักสาวรุ่นพี่ทุกวัน เวลาผ่านไปสักหนึ่งเดือน ขณะที่เลิกเรียนตอนค่ำ พวกข้าพเจ้านั่งดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ริมเขื่อนท่าน้ำ ไอ้เพื่อนคนนี้มันควงแขนพาผู้หญิงสวยมาร่วมวงด้วย พวกข้าพเจ้ามองแล้วสะดุ้ง กลายเป็นสาวรุ่นพี่วัยทำงานนั่นเอง หลังจากวันนั้นในวงเหล้าก็มักมีสาวสวยคนนี้มานั่งด้วยประจำ พอจะกลับบ้าน ไอ้เพื่อนคนนี้ไม่เคยกลับที่พักของมันเลย เพราะมันได้ที่พักใหม่เป็นบ้านของสาวรุ่นพี่คนนี้นั่นเอง ก็เป็นผัวเมียกัน สุดท้ายเพื่อนไม่คืนตะกรุดสาลิกา มันบอกว่า..กูยึด

    ตอนข้าพเจ้าเรียนจบทำงานใหม่ๆ ได้รับตะกรุดหลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา จ.มุกดาหาร โชคดีได้รับมาทุกขนาดตั้งแต่ตะกรุดโทนจนถึงตะกรุดสาลิกา มีตะกรุดสาลิกาขนาด 1ซ.ม.กว่าๆถักเชือกหุ้ม แบบนี้ใช้ห้อยคอหรือพกติดตัว และมีตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตารวมอยู่ด้วย โดยได้รับมาจากพระอาจารย์สอนกรรมฐานรูปหนึ่งของข้าพเจ้า ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงปู่ดี ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาของหลวงปู่ดีเป็นตะกรุดเงิน ข้าพเจ้าวัดขนาดดูจะอยู่ระหว่างขนาด 1 ม.ม.กว่าๆหรือ 2 ม.ม. ลงอักขระตัวเดียว คือ นะ

หลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีมีข้อห้ามสำคัญคือ ถ้าได้เสียกับผู้หญิงแล้วต้องรับเลี้ยง ถ้าผิดข้อห้ามแล้วตะกรุดจะหายไป เรื่องนี้พระอาจารย์ของข้าพเจ้าที่เป็นศิษย์หลวงปู่ดีเคยไม่เชื่อ ท่านเล่าว่าหลวงปู่ดีจะเรียกวัตถุมงคลคืนจากคนที่ผิดข้อห้าม ท่านจะทำพิธีในโบสถ์จะเรียกกลับในวันพระ พระอาจารย์ของข้าพเจ้าไปนั่งเฝ้าใกล้ชิดเอาไฟฉายไปส่องด้วย ท่านเล่าว่ามีวัตถุมงคลหล่นลงในบาตรดังกริ๊กๆ ชิ้นเล็กเสียงเบาหน่อย ถ้าเป็นตะกรุดโทนจะหล่นดังแกร๊ง ตะกรุดที่กลับมามากที่สุดก็คือตะกรุดสาลิกา เพราะได้เสียกับผู้หญิงแล้วไม่รับเลี้ยง เป็นพวก ฟันแล้วทิ้ง

ตะกรุดสาลิกาแบบพกติดตัว

  ตอนที่ได้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดี ข้าพเจ้าก็ทดลองใช้โดยใส่ไว้ที่เปลือกตาบ้าง ใส่ใต้ลิ้นบ้าง แต่ไม่ได้นึกจะจีบใครในบริษัทจริงๆจังๆ เพราะสาวออฟฟิศสวยๆส่วนใหญ่ดันเป็นสาวรุ่นพี่ สาวรุ่นเดียวกันมีน้อยกว่า สวยน้อยกว่าด้วย แถมยังเลิกงานไม่ทำโอที ข้าพเจ้าเข้าบริษัทก็ร่วม 1 ทุ่มทุกวัน ในบริษัทเหลือแต่สาวรุ่นพี่ที่ทำโอที พอทดลองตะกรุดสาลิกา ก็เลยลองความขลังกับสาวๆรุ่นพี่ทั้งนั้น บางคนระดับสาวใหญ่แต่ยังสวยโสด ปรากฏว่าวาบหวิวหวานชื่นสุดๆ แต่ตอนทดลองตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีนั้น ได้แต่นัวเนียไม่กล้าได้เสียไม่กล้าXXX ภายหลังอยากXXXจึงไม่ได้ใช้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีอีกเลย

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงพ่อทองดำวัดเวฬุวัน จ.มุกดาหาร ลูกศิษย์หลวงปู่ดีท่านหนึ่ง ตอนทำกฐิณไปช่วยวัด ท่านมอบให้ข้าพเจ้ามา 1 กำมือ มีขนาดราวๆ 1 ซ.ม.กว่าๆถึง 2 ซ.ม. ท่านว่าตะกรุดสาลิกานี้ดีเน้อไว้หยอกสาว

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีข้าพเจ้าปิดเป็นความลับ ไม่ให้คนในบริษัทรู้ว่าพระอาจารย์ท่านมอบให้ข้าพเจ้าทั้งหมดที่เหลือ คงรู้แค่ว่าตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อทองดำข้าพเจ้ามีหลายดอก รุ่นน้องมาขอก็ให้ไปลองใช้ ก็เห็นจีบหญิงได้เป็นตัวเป็นตนแต่งงานกัน เคยมอบให้ ผ.จ.ก.สาวร้านคอฟฟี่ช๊อปแถว ถ.สีลม ที่สวยแค่พอไปวัดไปวาได้ไปลองใช้ ร้านของเธอมีสาวๆสวยกว่าเธอมาก แต่เธอที่ได้ตะกรุดสาลิกากลับเป็นคนที่มีลูกค้ามาชอบมากที่สุด

  เท่าที่ได้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อทั้งหลายถึงเรื่องวิทยาคมตะกรุดสาลิกา ได้ข้อมูลตรงกันว่า ตะกรุดสาลิกาจะเป็นตะกรุดดอกเล็กๆไม่เกินประมาณ 1นิ้วฟุต ถ้าเป็นขนาดจิ๋วคือขนาดประมาณ 2 ม.มบวกลบเล็กน้อยตามการตัดแผ่นโลหะได้สะดวก แบบนี้เป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา อักขระที่ลงในตะกรุดสาลิกาจะเป็นอักขระหัวใจต่างๆตามแต่ตำรา ส่วนมากมีอักขระ 4-5ตัว หรือเป็นยันต์สี่เหลี่ยมเล็กๆยันต์สามเหลี่ยมเล็กๆมีอักขระ 3-4ตัว หรือลงเป็นวิชานะ เช่น นะสาลิกา ถ้าเป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เล็กกระจิ๋วหลิว แบบนี้จะลงอักขระแค่ 1-2ตัวเท่านั้น

  หลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว ท่านลงตะกรุดสาลิกาดอกจิ๋วไม่ถนัด ท่านว่ามันเล็กกระจิ๋วหลิวเกินไปจับไม่ถนัด ให้ข้าพเจ้าช่วยจัดการมาให้ ท่านให้จารอักขระ มิ ตัวเดียว หรือ นะตัวเดียว ถ้าจารสองตัวได้ให้จาร พุทโธ นั่งจารอยู่เดือนหนึ่ง ได้ตะกรุดเกินครึ่งขวดเนสกาแฟ พอท่านเสกปลุกเสร็จ ท่านให้มา 1 ถุงน้ำจิ้ม ข้าพเจ้าไม่ได้นับ แต่กะว่าน่าจะมีราวๆ 500 ดอก ต่อมาถวายให้พระพวกกันบ้าง แจกบ้าง ตอนหลังนึกได้ว่า...ของแจกฟรีต่อให้ดีอย่างไร ในทางจิตวิทยาคนที่ได้ของฟรีมักไม่เห็นค่า...แต่ของห่วยๆเก๊ๆที่เสียเงินซื้อ แบบนี้มีค่า เพราะเสียเงินซื้อไปแล้ว...ภายหลังข้าพเจ้าจึงขายเสียเลย ทีนี้มีราคาแล้วกลับเริ่มหวง เป็นกันซะอย่างนี้

ตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว

  ข้าพเจ้าอยากรู้อักขระเลขยันต์ที่ลงในตะกรุดสาลิกา ได้คลี่ตะกรุดของหลายพระอาจารย์ ที่พบจะเป็นตัวนะสาลิกาแบบต่างๆ อักขระ นะ, มิ, มะ, ชิ, สิ, สุ, อิ, ปิ, โส, นิ, พุทโธ, เอหิ, ถ้าอักขระเกิน 2 ตัว มักพบว่าลงไว้ด้วย มะอะอุ, อิธะคะมะ, การะวิโก, กาลิกาโก, สาลิกานัง ยังมีที่จำได้ไม่แม่นอีกจึงไม่ขอบอกไว้ นอกจากนี้ยังพบแบบที่ลงเป็นตัวเลขอีกด้วย

  คาถาที่เสกปลุกตะกรุดสาลิกาแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ต้องเป็นคาถาสาลิกาลิ้นทอง คือ ชิวหายัง  มะธุรังวาจัง ชิวหาวาจันติ ผุสสิตวา สันทังสุตตวา จะสุนทะรัง ปิยาเยวะ ปิยันตุนาฯ

  คาถาอื่นๆที่ใช้ก็เป็นคาถาเมตตามหานิยมบทต่างๆ เช่น ปิโยฯ ,โสกา ,

  บางตำราท่านว่า ให้ลงไปนอนในโลงศพเสกตะกรุดสาลิกา เรียกว่า สาลิกาจับปากโลง คือเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โลง แบบนี้หลวงพ่อเพิ่มวัดสามปลื้ม ท่านทำอยู่เหมือนกัน บ้านหลังแรกของข้าพเจ้าอยู่ห่างจากวัดสามปลื้มไม่ถึง 1 ก.ม. เดินเรื่อยๆไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงกุฏิหลวงพ่อเพิ่ม สมัยนั้นมีหนุ่มๆไปขอตะกรุดสาลิกาจากท่านมาก

  บางตำราว่า สาลิกาจับปากโรง โรง ร เรือ ไม่ใช่ ล ลิง แบบนี้หมายถึงโรงลิเก คือต้องเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โรงลิเกนั้น หรือรอจนมีนกมาเกาะโรงลิเก จึงจะลงอักขระได้

  วิทยาคมสาลิกานี้ นอกจากจะลงตะกรุดสาลิกา ยังมีทำเป็นผ้ายันต์ ทำเป็นตัวนกสาลิกา มีแบบที่ลงวิชาที่ฟัน ที่ลิ้น ซึ่งทุกแบบดีทางเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์ เจรจาค้าขายดี ข้าพเจ้าเคยทดลองตะกรุดสาลิกาของพระอาจารย์รุ่นเก่ามีประสบการณ์ดีจริง แต่ยุคนี้ไม่ใช่วัยที่ข้าพเจ้าจะโลดแล่นจีบสาวอีกแล้ว หรือไปเสาะแสวงหาพระอาจารย์ จึงแนะนำตะกรุดสาลิกายุคใหม่ไม่ได้ ก็ลองเสาะหากันเอาเอง 

เรื่อง  จากความทรงจำที่ได้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อต่างๆ และจากประสบการณ์ตนเองและเพื่อนๆ
ภาพ   หลวงพ่อแล  หลวงปู่เผือกจากอินเทอเน็ต
ภาพ   หลวงปู่ดี และตะกรุดสาลิกาทุกภาพ  เป็นของข้าพเจ้า