วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.26 คุญไสยลูกสวาด

 




คุณไสยลูกสวาท(ลูกสวาด) lovepotion

  สภากาแฟแถวบ้านข้าพเจ้าจะเป็นแหล่งรวมเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไร้สาระ แต่เรื่องที่มีสาระก็มีเหมือนกัน ที่ข้าพเจ้าชอบที่สุดคือ เรื่องย้อนระลึกความจำ ถ้าวันไหนที่สภากาแฟมีคนวัยเดียวกับข้าพเจ้าหรืออายุมากกว่า วันนั้นจะชวนกันระลึกความหลัง แล้วความทรงจำที่ต่างลืมกันไปบ้าง จะถูกชาวเจเนอเรชั่นเบบี้บูมเมอร์ช่วยกันต่อจิ๊กซอร์ความทรงจำที่ลืมไปให้สมบูรณ์ขึ้นได้ แต่วันไหนมีพวกไอ้เนี้ยวมาคุยก็เหรี้ยเลย...แมร่ง มีแต่เรื่องไร้สาระเพ้อเจ้อ หรือไม่ก็เรื่องXXX…ไอ้หอกหัก มรึงถามกรูได้ไงว่า...อาจารย์ XXXน้องออยแล้วยัง หรือถามว่า...อาจารย์ xxxหญิงมากี่คนแล้ว..ไอ้เนี้ยวนี่เหรี้ยจริงไรจริง

  ในที่สุดไอ้เนี้ยวถามเรื่อง...คุณไสยลูกสวาทหรือลูกสวาด...ลุงอายุ 80 บอกว่า...อาจารย์เล่าให้มันฟังเถอะ ไม่งั้นมันกวนไม่ยอมกลับ...เอาวะเล่าก็เล่า เลยจำมาเขียนให้อ่านกันแบบไม่ประเทืองปัญญา

ยาเสน่ห์ ยาแฝด เสน่ห์ยาแฝด

  สมัยโบราณมีความเชื่อเรื่องเครื่องยาอาถรรพ์ที่ทำให้คนมาหลงรัก แต่ความรักแบบนี้ไม่ใช่รักแบบความรักจริงๆ เพราะมันออกไปทางบังคับสะกดจิตใจ หรือทำให้หลงเลอะเลือนคล้อยตามยอมตัว ของแบบนี้มักเรียกรวมๆว่า...เสน่ห์ยาแฝด

  ข้าพเจ้าได้ยินเรื่องเสน่ห์ยาแฝดครั้งแรกตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมปลาย ตอนไปเที่ยว จ.ปราจีนบุรี พวกลุงๆเขาเล่าให้ฟังสนุกๆ แถมยังมีหลวงน้าแปเล่าเสริมด้วย ฟังแล้วยังไม่เข้าใจเรื่องยาเสน่ห์ที่ว่า ถ้าแอบให้ผู้หญิงกินได้ จะได้อึ๊บๆผู้หญิง ลุงก็ไม่ขยายความเรื่องอึ๊บๆให้ด้วย ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเพิ่งเริ่มต้นเข้าวัยทีน ยังไม่มีความรู้สึกแบ่งเพศเลย สมัยนั้นเด็กผู้ชายเป็นหนุ่มช้ากว่าที่เด็กผู้หญิงเป็นสาว ยังไม่เข้าใจว่าตอนเล่นกับเพื่อนผู้หญิงแล้วมือเราไปโดนนมเพื่อนผู้หญิง ทำไมมันโกรธวะ

  เมื่อเรียนชั้นมัธยมค่อยรู้จักแยกความเหมาะสมความแตกต่างระหว่างเพศ ด้วยความอยากรู้ว่านมผู้หญิงมันเป็นยังไง ข้าพเจ้ากับเพื่อนถึงกับยอมเสียเงินคนละ1บาท เพื่อจับนมเพื่อนหญิงจอมแก่น เจ้าเพื่อนหญิงนี้วันไหนที่เงินค่าขนมไม่พอ สมัยนั้นข้าวแกงที่โรงอาหารจานละ2บาท มันจะเรียกเลยว่า...พวกแกมาฉับนมฉันเดี๋ยวนี้ ทีละ 1 บาทห้ามบีบนมนะโว๊ย...ข้าพเจ้าอุดหนุนมันไปหลายครั้งเหมือนกัน

ภาพโฆษณาผ้าอนามัยโกเต๊กซ์


  เจ้าเพื่อนหญิงนี้มันเคยเล่าเรื่องเสน่ห์ยาแฝดให้ฟังด้วย มันว่ายายเล่าให้ฟังอีกที ข้าพเจ้าฟังแล้วขำๆผสมงงๆ เพราะเพื่อนหญิงจอมแก่นมันเล่าว่า..เสน่ห์ยาแฝดใช้ประจำเดือนทำ...ตอนนั้นข้าพเจ้ายังไม่รู้จักประจำเดือน มันยังบอกว่าก็ที่..โกเต๊กซ์ไง..ข้าพเจ้าพยักหน้าอย่างงงๆเพราะไม่รู้ว่าโกเต๊กซ์ใช้ทำอะไร เพื่อนสาวจอมแสบเล่าว่าเขาให้เอาประจำเดือนไปให้ผู้ชายกิน ผู้ชายจะหลงรัก พอถามว่าทำไมถึงหลงรัก เพื่อนหญิงจอมแสบมันบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

  เรื่องที่เพื่อนหญิงจอมแสบสมัยเรียนมัธยมเล่าเรื่องเสน่ห์ยาแฝดให้ฟัง แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับสักเท่าไร จะรู้จักได้ยินมาทั้งชายหญิง ไม่ใช่ว่าความเชื่อเรื่องเสน่ห์ยาแฝดมีแต่ผู้ชายที่ใช้เสน่ห์ยาแฝด ผู้หญิงก็ใช้เสน่ห์ยาแฝดได้เหมือนกัน

  หลายปีต่อมาเรียนจบทำงานแล้วได้เห็นโลกภายนอกกว้างไกลมากขึ้น ในวงสนทนาในวงเหล้า คุยไปคุยมาก็มักมีเรื่องลึกลับมหัศจรรย์ไสยศาสตร์เอามาคุยกันเรื่อยเฉื่อย ก็ยังมีคุยเรื่องเสน่ห์ยาแผดกันสนุกๆ ข้าพเจ้าเคยคุยเรื่องนี้กับเหล่าคนเก่าแก่ซึ่งเก่าและแก่จริงๆ ได้ฟังแง่มุมของเสน่ห์ยาแฝดหลายเรื่อง แม้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อเรื่องเสน่ห์ยาแฝด ท่านก็เล่าให้ฟังแต่จะเน้นไปในทางแก้ไข ท่านว่าไปบังคับสะกดใจให้ผู้หญิงเสียเนื้อเสียตัวมันบาป บางอย่างมันเป็นอัปมงคล

  ข้าพเจ้าได้ยินได้ฟังเรื่องเสน่ห์ยาแฝดมาตั้งแต่เริ่มเข้าวัยทีน มาจนถึงวัยทำงาน จนกระทั่งวัยหลังเกษียณแล้ว ก็ยังมีคนเล่าลือถึงเสน่ห์ยาแฝด โดยเฉพาะในวงเหล้ายิ่งเหมือนกันเลย คือ พอดื่มเหล้าครึ้มๆคุยกันเรื่อยเฉื่อย ในที่สุดก็วกเข้าเรื่องแปลกพิลึกกึกกืออภินิหารอาถรรพ์เวท ยังไงๆก็มักมีเรื่องเสน่ห์ยาแฝดอยู่เสมอ แล้วพวกหนุ่มๆจะหูผึ่ง อยากจะได้เสน่ห์ยาแฝดไปใส่ให้ผู้หญิงกิน จะได้ฟักกิ้งหญิงให้ได้ ซึ่งข้าพเจ้าจะด่าไปทุกครั้ง โดยเฉพาะไอ้หอกเนี้ยวนี่โดนเขกกบาลไปหลายที

เสน่ห์ยาแฝดมีกี่แบบ

  เท่าที่เคยได้ยินเรื่องพวกเสน่ห์ยาแฝด ซึ่งอาจเรียกต่างกันบ้างว่า ยาเสน่ห์ ยาแฝด หรือเรียกรวมๆว่าเสน่ห์ยาแฝด พบว่ามีหลายตำราหลายความเชื่อหลายๆสูตร ก็พอจะแยกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 4 แบบ คือ

1.วิทยาคมลบผงวิเศษ

2.ใช้คราบสกปรกในกาย

3.ใช้พืชพันธุ์เป็นเครื่องยา

4.ใช้แรงผี

  การแยกประเภทเสน่ห์ยาแฝดนี้ เป็นการอนุมานของข้าพเจ้าเอง โดยแยกตามส่วนผสมที่ใช้ซึ่งมีหลายตำราหลายวิธี แต่วัตถุประสงค์ตรงกันคือ ต้องให้คนกินเข้าไป พอกินแล้วจะหลงรักแบบงงงวยยอม

1.วิทยาคมลบผงวิเศษ

  วิธีลบผงวิทยาคมเอาไปใช้ทำเสน่ห์นี้ บางท่านอาจจะแย้งว่าไม่ใช่ยาเสน่ห์เพราะไม่มีผักหญ้าพืชสมุนไพรอะไรเลย เป็นเพียงผงดินสอพองเท่านั้น แต่ถ้าพิจารณาวิธีการใช้แล้ว ก็ยังเป็นการให้บุคคลเป้าหมายกินเข้าไป หรือให้ใกล้เคียงกับการกินที่สุดคือให้เคี้ยวในปาก โดยเอาผงที่ลบได้ตามวิชา ใช้ผสมกับสิ่งที่บุคคลเป้าหมายจะกินหรือเคี้ยว ซึ่งในสมัยโบราณนั้นนิยมกินหมากเคี้ยวหมากกันเป็นปกติ จึงมักจะใช้ผงวิทยาคมมหาเสน่ห์แอบผสมลงในเต้าปูนคือปูนที่ใช้กินกับหมากพลู

  ในตำราโบราณหลายเล่ม มีบอกไว้ว่า..ยันต์นี้(หรือนะ) ใช้ทำผงใส่เต้าปูนเป็นยาเสน่ห์...บางทีบอกว่าให้เอาผงเสน่ห์นี้ใส่ในหมากพลูคำที่จะให้เขากิน

  เท่าที่เคยเห็นตำราลบผงทำเสน่ห์ใส่ในเต้าปูนแบบนี้ ยันต์ที่ลงแล้วลบเป็นผงจะเป็นยันต์เล็กง่ายๆ ตัวนะแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน หรือลงอักขระเพียงตัวเดียวก็มี คาถาเสกมักจะเป็นพวกคาถามหาละลวย รักๆหลงๆ เคลิบเคลิ้ม อะไรทำนองนี้ เช่นคาถานี้

  อมมะละลวย มะหาละลวย ใครเห็นงงงวยหลงใหลรักใคร่ รักกูหลงกูฯ

  หรือ  นะละลวยหันหาหันมา อยู่มิได้ ร้องไห้มาหากูฯ

แบบลบผงวิเศษที่เห็นบ่อย

2.ใช้คราบสกปรกของร่างกาย

  วิธีนี้ในหลายตำรามักบอกคล้ายๆกัน จะมีต่างกันบ้างเล็กๆน้อยๆในตอนจัดหาวัสดุ ส่วนมากจะตรงกันตรงที่ใช้คราบขี้ไคล ขัดๆถูๆเอามาใส่ลงในลูกสวาด โดยคว้านเอาไส้ลูกสวาดออกก่อน พอยัดขี้ไคลลงไปแล้วให้อุดรูให้แน่นด้วยชันโรง แล้วกลืนลูกสวาดทั้งลูกลงไปในท้อง นอนภาวนาคาถานึกถึงบุคคลเป้าหมายจนหลับ พอตื่นมาให้รอเก็บลูกสวาทที่ออกมากับอุจจาระ เอาลูกสวาทไปล้างให้สะอาด แล้วเอามาบดเป็นผงยาเสน่ห์ บางตำราให้ทำซ้ำถึง 3 ครั้ง 7 ครั้ง

  บางตำรานอกจากใช้ขี้ไคลแล้ว ยังต้องใช้หยดเลือดจากกลางอกผสมลงไปด้วย

  บางตำราใช้ขี้ไคลผสมไคลเสาตลุงช้าง ไคลเสมา ซึ่งในสมัยนี้มีปัญหาสักหน่อย เพราะไม่รู้จะไปขูดตะไคร่ใบเสมาที่วัดไหน ขืนไปขูดอาจโดนคนในวัดกระทืบ เสาตลุงช้างก็มีปัญหา ไม่รู้จะไปเอาไคลเสาตลุงช้างที่ไหน จะไปถึงหมู่บ้านช้างสุรินทร์ก็ไกล

  อีกตำรานี้ตรงกับที่เจ้าเพื่อนสาวจอมแสบเล่าให้ฟัง คือ ให้เอาขี้ไคลผสมกับประจำเดือนใส่ลงในลูกสวาด แล้วกลืนลงไป ตำราว่าที่ต้องกลืนลูกสวาดลงท้องนั้นก็เพราะเป็นการหุงลูกสวาดด้วยธาตุไฟในกาย พอเก็บลูกสวาดที่ออกมากับอุจจาระได้ ก็ให้เผาทำเป็นผงแล้วเอาไปใส่ในอาหารให้ผู้ชายกิน  ตำรานี้บอกเลยว่า..ให้ผู้ชายกิน..คงเพราะตำรานี้ผู้หญิงเป็นคนทำเสน่ห์ใส่ผู้ชายนั่นเอง จึงมีการใช้ประจำเดือนด้วย

  ประจำเดือนที่เอามาใช้นั้น เคยได้ยืนท่านผู้ชราท่านเล่าว่า ให้อาบน้ำในโอ่งน้ำตุ่มน้ำ ตอนอาบให้ถูขี้ไคลตามตัวพอประจำเดือนไหลก็ให้ไหลลงในน้ำนั้น แล้วรอให้ตกตะกอนค่อยรินน้ำทิ้งไป เอาผงตะกอนที่มีประจำเดือนผสมไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามายัดลงในลูกสวาด รอเก็บลูกสวาดตอนถ่ายอุจจาระ เอามาทำคุณไสยลูกสวาด(สวาท)หรือเสน่ห์ยาแฝด หลอกให้ผู้ชายกินจะหลงรักหัวปักหัวปำเขาว่างั้นนะ

  ประจำเดือนที่เอามาใช้ต้องเป็นประจำเดือนของหญิงที่ต้องการทำยาเสน่ห์ มีทั้งใช้วิธีเก็บประจำเดือนแบบที่กล่าวมาข้างต้น และอีกวิธีใช้ผ้าหรือสำลีซับเอาเลือดประจำเดือนมาใช้

  อีกตำราคล้ายกับว่าเป็นผู้หญิงทำเสน่ห์ใส่ผู้ชาย เพราะ..ให้เอาขี้ไคลกับขนม้อยซ์เจอร์ของหญิงนั้นใส่ลงไปในลูกสวากด ให้หญิงนั้นกลืนลงไป แล้วคอยเก็บลูกสวากดจากอุจจาระ เอาไปเผาเป็นผง แล้วใส่ในอาหารให้กิน กินแล้วรักหญิงนั้นแล

  บางตำราให้เอาสมุนไพรเครื่องหอมผสมผงลูกสวาดที่ได้ก่อนเอาไปใช้ คงเพราะต้องการกลบกลิ่นนั่นเอง ก็มากับอุจจาระจึงน่าจะมีกลิ่นไม่ดี ต้องหาอะไรหอมๆมากลบกลิ่น

3.ใช้พืชพันธุ์เป็นเครื่องยา

    คุณไสยลูกสวาทแบบนี้มีทั้งใช้พืชล้วนๆ กับที่ใช้พืชพันธุ์ผสมขี้ไคลเหมือนเดิม ที่ฮิตมากคือ ยอดรักซ้อน ยอดสวาด ยอดกาหลง เอามาตากแห้งแล้วบดเป็นผง  ยัดลงในลูกสวาทแล้วกลืนลงท้อง รอเก็บลูกสวาดจากอุจจาระเหมือนตำราแบบอื่น เผาลูกสวาทเสกด้วยคาถามหาเสน่ห์ต่างๆ เช่น คาถาช้างผสมโขลง

  ตำราคุณไสยลูกสวาดแบบนี้ บางตำราใช้พืชพันธุ์ที่เชื่อว่ามีอาถรรพ์ เช่นว่านทางเสน่ห์

4.ใช้แรงผี

  คุณไสยลูกสวาดยาเสน่ห์แบบนี้ ข้าพเจ้าว่าวิธีทำมันค่อนข้างทะแม่งๆ ยังสงสัยด้วยซ้ำว่า วิธีทำอาจจะเกิดการเล่าต่อๆกันมาจนคลาดเคลื่อน คือได้ฟังมานิดแล้วเอามาเล่าต่อเติมเรื่องให้พิสดารขึ้น หรืออาจจะจำคลาดเคลื่อนไปเอาตำรับการทำเสน่ห์แบบอื่นมารวมกัน ซึ่งเป็นตำรับที่ไม่ต้องมีลูกสวาด

  การใช้แรงผีมาทำเสน่ห์นั้นมีอยู่ เช่น น้ำมันพราย ผงพรายผงผี เส้นผมผี สีผึ้งปิดหน้าศพ ซึ่งเป็นการทำวิชาผีๆสางๆโดยตรง ใช้อำนาจภูติพรายผีสางจากซากศพมาบังคับจิตใจบุคคลที่เป็นเป้าหมาย

  คุณไสยลูกสวาดที่มีซากศพมีผีเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น สมัยข้าพเจ้าเป็นวัยรุ่นยุคเซเว่นตี้จนถึงวัยทำงานแม้กระทั่งลาออกจากงานก่อนปี พ.ศ.2540 เล็กน้อย กระทั่งทำงานส่วนตัวพเนจรไปทั่วประเทศอีกหลายปีบอกตรงๆว่ายังไม่เคยได้เห็นตำราลูกสวาดแบบนี้เลย วิธีนี้อาจมีก็ได้ ข้าพเจ้าอาจไม่เคยเห็นเอง แต่จำได้ว่าได้ยินคนรุ่นหลังเขาเล่าสู่กันฟังในวงเหล้าเมื่อไม่สิบกว่าปีก่อน ตอนรุ่นน้องเล่าให้ฟัง ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามันทะแม่งๆชอบกล เพราะ...จะทำเสน่ห์ใส่คนอื่น แต่ดันเอาผงผีมากินเข้าไปในร่างกายตัวเอง

  ตำราคุณไสยลูกสวาดผงผีที่เขาเล่าให้ฟังนั้น ก็เหมือนกับการทำคุณไสยลูกสวาดตำรับอื่นๆ คือเอาลูกสวาดมาคว้านไส้ในออก แล้วเอาผงกระดูกผีตายโหงยัดเข้าไป อุดรูด้วยชันโรง แล้วกลืนเข้าไปในท้อง รอจนอุจจาระออกมา แล้วเขี่ยหาลูกสวาดเอามาทำเป็นผงยาเสน่ห์แล้วค่อยเอาไปให้บุคคลเป้าหมายกิน เขาเล่ามาอย่างนี้ ข้าพเจ้าว่ามันทะแม่งๆตรงที่กลืนลูกสวาดผงกระดูกผีตายโหงเข้าไปในตัวคนที่จะทำย่าเสน่ห์นี่แหละ


น้ำมันพราย

  เท่าที่เคยคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่คนเก่าแก่ที่เก่าและแก่จริง ถ้าเป็นเรื่องทำเสน่ห์ด้วยผงกระดูกผี  จะเป็นการเอาผงผีหรือสิ่งที่มาจากศพเช่นน้ำมันพราย ผงพราย คนโบราณท่านเรียกวิธีใช้ว่า..ดีด..คือ หาทางดีดยาเสน่ห์ผงผีน้ำมันผีนี้ให้โดนตัว หรือหาทางผสมในของกินให้บุคคลเป้าหมายกินให้ได้

สีผึ้งพราย

สีผึ้งภูตพราย

  สำหรับคุณไสยลูกสวาดผงผี ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่า น่าจะทำแล้วเอาไว้พกติดตัวมากกว่า ทำนองเป็นพวกลูกอมลูกสะกด ที่อาศัยแรงผีปีศาจช่วยเวลาไปจีบสาวจีบหนุ่ม มันไม่น่าจะใช่ว่าเอาผงผีมากลืนเข้าตัว แบบนี้มันยังกับทำของเข้าตัวเองชัดๆ แต่ข้อสันนิษฐานของข้าพเจ้าอาจจะผิดก็ได้ ที่แน่ๆข้าพเจ้าไม่แนะนำให้กลืนลูกสวาดผงผีเข้าตัว อยู่ดีๆเอาซากศพมากินนี่มันชอบกลๆอยู่นะ

  คุณไสยลูกสวาดนี้เขาทำกันมาตั้งแต่ยุคโบราณ ทำกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย ยกเว้นตำรับที่ใช้ประจำเดือนที่แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิงเขาทำเท่านั้น

  ข้าพเจ้าเล่าเรื่องคุณไสยลูกสวาดเรื่องไร้สาระและไม่ประเทืองปัญญาให้คนในสภากาแฟฟังแล้ว อยู่ๆไอ้เนี้ยวถามว่าจะซื้อลูกสวาดได้ที่ไหน ตอบมันว่า..เขาขายกันโครมๆในลาซาด้าชอปปี้ ยังมีคนซื้อเอามาไว้ให้กรูดูเลย..ไอ้เนี้ยวถามว่ายังมีอยู่ที่บ้านอาจารย์ไหมขอหน่อย ข้าพเจ้าเขกหัวมันไปทีว่า...ไอ้หอกหักมึงจะริทำรึ...ข้าพเจ้าลุกขึ้นจะกลับบ้านเพราะฝนจะตก อยู่ๆมีมือมาจับชายเสื้อฉุดตัวไว้ก่อน หันไปดู อ้าว ลุงอายุ 80 นี่หว่า แกว่า...เผื่อผมสัก4-5ลูก...ชะอ้าว

เรื่อง...จากความทรงจำที่เคยเห็นตำรา เคยสอบถามพระอาจารยต่างๆ คนรุ่นก่อน

ภาพ เม็ดลูกสวาด จากลาซาด้า

       โฆษณาผ้าอนามัย  จาก Pantip

        ขวดและสีผึ้ง ภาพภ่ายของ sihawatchara




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น