แหวนพิรอด
มีคนมาชวนคุยเรื่องแหวนพิรอด แถมยังบังเอิญที่สภากาแฟมีคนมาคุยเรื่องเดียวกันอีก
คุยแล้วก็รื้อฟื้นความจำเรื่องแหวนพิรอดที่หลงลืมไปกลับมาได้อีกไม่น้อย
ระลึกอดีตแล้วก็สะดุ้งเหมือนกันว่า
เรื่องแหวนพิรอดที่ข้าพเจ้าได้รู้เห็นครั้งแรกนั้นก็ปาข้าไปถึงหกสิบกว่าปีแล้ว(นับจาก
พ.ศ.2569) ข้าพเจ้าได้รู้เรื่องราวของแหวนพิรอดครั้งแรกในงานวัดพระพิเรนทร์
ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน
ตอนเรียนชั้นประถมต้นนั่งรถรางไปโรงเรียน
ขากลับจากโรงเรียนก็เดินกลับต้องเข้าตรอกเล็กออกวัดพระพิเรนทร์ จนถึงประถมปลาย ตอนไปโรงเรียนข้าพเจ้าต้องเดินผ่านกลางวัดพระพิเรนทร์ทุกวัน
จำได้ว่าวันหนึ่งเดินผ่านตรอกเล็กๆที่มีอาเจ่กขายก๋วยจั๊บ(โคตรอร่อย)
ซึ่งเป็นทางลับเข้าวัดพระพิเรนทร์ของคนในพื้นที่ วันนั้นที่วัดมีงานใหญ่ซึ่งไม่ใช่งานวัดประจำปี
ในงานมีเสียงดนตรีไทยดังตลอดเวลา คุณป้าที่วัดบอกว่านั่นเขาไหว้ครูศิลปิน
ที่แท้เขามีงานไหว้ครูศิลปิน มีคนดนตรีไทย
วงลิเก และมีดารานักร้องมาไหว้ครู จำได้ว่าเห็นสมบัติ
เมทะนี โสภา สถาพร กับดาราตลก(ยุคเก่า)หลายท่าน เห็นบนศาลาใหญ่มีหัวโขนตั้งเรียงรายเป็นชั้นๆสวยงามมาก
เห็นลุงคนหนึ่งใช้นิ้วเจิมหน้าผากให้พวกศิลปิน โดยที่นิ้วมีใส่แหวนวงเขื่องๆดำๆ
ได้ยินลุงป้าแถวนั้นแกเล่าว่า..นี่คือแหวนพิรอด..แกว่าเป็นของดีของขลัง
แถวบ้านยังมีค่ายมวยไทยเล็กๆเป็นตึกแถว
อยู่เยื้องกับบ้านข้าพเจ้ามองจากหน้าบ้านก็เห็นเขาเตะต่อยกระสอบทรายแล้ว บางทีเห็นเฮียที่ซ้อมมวยเอาปลอกแขนมาใส่ที่ต้นแขน ลักษณะเป็นเชือกถัก ข้าพเจ้าเห็นแล้วชอบเลยถามเฮียแกดู แกว่านี่แหวนพิรอด แบบนี้เรียก..พิรอดแขน..นักมวยจะใส่ตอนขึ้นชกบนเวทีมวย
ข้าพเจ้าจึงค่อยทราบว่า แหวนพิรอดมีแบบสวมนิ้วและสวมที่ต้นแขน
ตอนเรียนชั้นมัธยมข้าพเจ้าไปอยู่บ้านอีกหลังที่ฝั่งธนบุรี
ได้รับแหวนพิรอดแขนมาจากหลวงน้าที่วัดอนงคาราม ลักษณะเป็นแหวนพิรอดเก่าที่ทำจากจีวร
ได้สอบถามหลวงน้าถึงวิธีทำ ท่านว่าใช้จีวรเก่ามาฉีกเป็นริ้วลงยันต์ฟั่นเป็นเชือก
แล้วถักสานเป็นเงื่อนพิรอด ให้เงื่อนนี้เป็นหัวแหวนพิรอด แล้ว
เก็บปลายให้เป็นวงแหวนกะขนาดให้ใส่ต้นแขนได้ มีคุณวิเศษป้องกันอันตรายต่างๆ อยู่ยงคงกระพันหนังเหนียวจะไปไหนก็รอดกลับมาได้
ข้อมูลเรื่องแหวนพิรอดมาได้มากจริงๆในช่วงเรียนช่างกล
เพราะเป็นหนุ่มไปเที่ยวไกลๆได้แล้ว
ยิ่งมีเพื่อนๆเป็นคนต่างจังหวัดก็ยิ่งไปเที่ยวบ้านเพื่อนตอนปิดเทอม
ได้ไปกราบพระอาจารย์ต่างๆ กราบเรียนสอบถามเรื่องวิทยาคม แน่นอนว่าต้องมีเรื่องแหวนพิรอดด้วย
50 ปีก่อนตอนเรียนช่างกล ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่เพชรบุรี ได้ทราบว่าหลวงพ่อไหวัดบางทะลุ
ท่านมีแหวนพิรอดขลัง แน่นอนว่าข้าพเจ้าย่อมไปถึงวัดบางทะลุ
กราบนม้สการได้แหวนพิรอดนิ้วและพระพิมพ์สมเด็จองค์เล็กมาด้วย เรื่องตำราแหวนพิรอดของท่าน
เป็นยันต์พญานาคเกี้ยว ได้กราบเรียนสอบถามมาเหมือนกัน
ด้วยความเคารพนับถือหลวงพ่อไห ต่อมาข้าพเจ้ายังได้ไปทำบุญวันเกิดที่วัดบางทะลุด้วย
ได้รับแหวนพิรอดมาอีก จนภายหลังยังทบทวนเรื่องตำรับแหวนพิรอดหลวงพ่อไห โดยท่านเจ้าอาวาสคือหลวงพี่ช่วย
ได้ทวนตำรับจริงที่มีอยู่ที่วัดฟื้นความทรงจำให้แม่นขึ้น
![]() |
| แหวนพิรอดหลวงพ่อไหวัดบางทะลุ |
ช่วงเรียนช่างกลอีกเหมือนกันที่ได้ทราบตำรับแหวนพิรอด
ได้ไปกราบหลวงพ่อบุญไทวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ท่านเมตตาเล่าเรื่องตำรับแหวนพิรอด
และยังมอบแหวนพิรอดให้มาด้วย เป็นแหวนพิรอดนิ้ว ท่านว่าแหวนพิรอดแขนมีคนทำบุญไปหมด
ให้โยมถักมาให้ก็ได้ครั้งละไม่กี่วง
![]() |
| แหวนพิรอดนิ้วหลวงพ่อบุญไท |
ประสบการณ์แหวนพิรอดของหลวงพ่อบุญไทนั้นเลื่องลือมาก ประมาณว่าใน จ.ปทุมธานียุคนั้น
ถ้าเป็นตะกรุดและลูกกรองต้องหลวงพ่อบุญเทียมวัดลาดหลุมแก้ว
ถ้าเป็นแหวนพิรอดต้องหลวงพ่อบุญไท ข้าพเจ้าไปกราบหลวงพ่อบุญไทกี่ครั้งก็ไม่ทันแหวนพิรอดแขนสักที
เลยอดได้
![]() |
| แหวนหลวงพ่อบุญไทวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม |
พระอาจารย์ในจ.พระนครศรีอยุธยา มีหลายรูปที่สืบทอดวิชาแหวนพิรอด
ข้าพเจ้าเคยกราบนมัสการหลายๆหลวงพ่อ เช่น หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช
หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ หลวงพ่อบุญนาควัดประดู่ทรงธรรม
ท่านกล่าวตรงกันว่าหาคนฟั่นเชือกและถักแหวนพิรอดแขนพิรอดนิ้วแทบไม่ได้เลย
คนที่ฟั่นได้ถักได้ก็แก่ชรากันแล้วจึงรับงานถักแหวนไม่ไหว
หลวงปู่หลวงพ่อทั้งหลายที่สืบทอดวิทยาคมแหวนพิรอดจึงไม่ได้ทำออกมาอีก
ทุกหลวงพ่อท่านว่าตำรับตำราแหวนพิรอดยังมีอยู่แต่คนถักแหวนไม่มี
ตำนานแหวนพิรอดยุคเก่า
แหวนพิริดของพระอาจารย์ยุคเก่าที่โด่งดังจนเป็นคำนาน ก็มีแหวนพิรอดของหลวงปู่ม่วงวัดประดู่ทรงธรรม
จ.พระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อเฮงวัดเขาดิน จ.นครสวรรค์ ท่านได้ถวายล้นเกล้ารัชกาลที่5
มีหลักฐานปรากฏในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น ทรงกล่าวถึงขรัวม่วงถวายแหวนพิรอดที่ทำจากกระดาษลงรัก
และหลวงพ่อเฮงเป็นแหวนพิรอดถักด้วยด้าย
![]() |
| ข้อความในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น |
แหวนพิรอดยุคเก่าที่โด่งดังเป็นตำนานยังมีของหลวงพ่อม่วงวัดบ้านทวน
จ.กาญจนบุรี หลวงพ่อยิ้มวัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี หลวงพ่อขันวัดนกกระจาบ จ.พระนครศรีอยุธยา ล้วนขลังเป็นตำนาน
ถ้าจะเสาะหาแหวนพิรอดยุคเก่า ข้าพเจ้าไม่แนะนำ เคยรู้จักคนทำแหวนพิรอดปลอม
เห็นฝีมือแล้วเสียว มีคนรู้จักกันไปซื้อแหวนพิรอดหลวงพ่อยิ้มหลวงพ่อม่วงรวมหลายวง
ซื้อจากคนขายระดับเซียน หมดเงินไปเป็นแสนๆ ปรากฏว่าเก๊ทั้งหมด
ตำรับแหวนพิรอด
จากการที่ได้ไปกราบหลวงปู่หลวงพ่อหลายรูป
ถ้านึกเรื่องแหวนพิรอดได้ก็กราบเรียนสอบถามท่าน มักได้คำตอบตรงกันว่า
แหวนพิรอดเป็นของดีป้องกันสารพัดภัย จำง่ายๆว่ามีแหวนพิรอดก็ย่อมรอดปลอดภัย
และทุกท่านบอกว่าที่ท่านไม่ได้ทำแหวนพิรอดก็เพราะติดปัญหาสำคัญคือ..ไม่มีคนฟั่นผ้าเป็นเชือกไม่มีคนถักแหวนพิรอด...อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าก็ได้เห็นตำราเห็นวิชาแหวนพิรอดมาบ้าง
หลวงปู่หลวงพ่อทั้งหลายท่านว่า..เอ็งลองไปหัดฟั่นผ้าฟั่นกระดาษว่าวถักแหวน
เท่าที่หลวงปู่หลวงพ่อท่านเมตตาเล่าให้ฟังบ้างได้เห็นตำราบ้าง
พบว่าตำรับแหวนพิรอดมีอยู่หลายตำรับ วัสดุที่ใช้ทำแหวนพิรอดแบบถักสานมี 3 แบบคือ
แบบใช้ผ้า แบบที่ใช้กระดาษว่าว และใช้เชือกหรือด้ายกลุ่มแบบสายสิญจน์ ถักเสร็จแล้วจึงลงยางรักเคลือบไว้เพื่อให้ทนทาน
ส่วนแบบที่เป็นโลหะเข้าใจว่า
น่าจะดัดแปลงเปลี่ยนวัสดุเพื่อให้แหวนมีความทนทานมากขึ้นกว่าแบบที่เป็นกระดาษหรือผ้า
ผ้าที่ใช้ทำแหวนพิรอดบางตำรามีคติผสมแรงผี โดยจะใช้ผ้าห่อศพ
บางคติบังคับให้ใช้ผ้าห่อศพผีตายโหงด้วยซ้ำ ประมาณว่าผีดุกว่า
แต่เรื่องผ้าห่อศพนี้ยังมีคติต่างไปอีกว่าที่มาที่ไปมาจากอะไร
เรื่องนี้ไม่ขอเล่าเป็นสาธารณะ เพราะเดี๋ยวอาจดราม่าจึงขอไม่เล่าดีกว่า
เอาเป็นว่าผ้าที่ใช้ทำแหวนพิรอดมีทั้งแบบที่ใช้ผ้าห่อศพและแบบใช้ผ้าทั่วไป
แหวนพิรอดแบบที่ใช้กระดาษมาถัก
นิยมใช้กระดาษว่าวเพราะมีขนาดบางและเหนียวทนทาน เมื่อกระดาษบางก็สามารถฟั่นม้วนได้หลายๆชั้น เชือกฟั่นที่ได้จึงมีความทนทานมากขึ้น
การถักแหวนพิรอดยังมีแปลกออกไปอีก คือ
ไม่ได้ถักเป็นเงื่อนพิรอดเพียงอย่างเดียว แต่ถักให้มีหัวแหวนเป็นปุ่มหรือยอดเป็นชั้น
ยิ่งมียอดหลายยอดแหวนก็ยิ่งวงใหญ่ขึ้น
ยันต์แหวนพิรอด
ยันต์ที่ใช้ลงในแหวนพิรอดจะเป็นยันต์ตามแนวยาว
มีหลายยันต์สุดแต่ในตำราของท่านใด อีกแบบจะลงเป็นอักขระเป็นแถวยาวตามริ้วผ้า
ลงอักขระเลขยันต์เสร็จแล้วจึงฟั่นให้เป็นเส้นเชือก แล้วถักเงื่อนพิรอดเป็นหัวแหวน
เก็บปลายเชือกเข้าในเงื่อนให้เป็นรูปวงแหวน
แหวนพิรอดยันต์พญานาคเกี้ยว
![]() |
| ยันต์พญานาคเกี้ยวแบบหนึ่ง |
ตำราแหวนพิรอดของหลวงพ่อที่พระนครศรีอยุธยาที่ข้าพเจ้าได้เห็น
ข้าพเจ้าชอบแบบที่เป็นยันต์นาคเกี้ยวมากที่สุด
ที่พบจะเป็นยันต์นาคเกี้ยวเหมือนๆกัน แต่อักขระที่ลงมีต่างกันบ้าง
มีจนถึงเป็นคาถาต่างบทก็มีเช่น เป็นรูปนาคเกี้ยว แต่อักขระที่ลงไว้ต่างกัน เช่น คาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์
คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า คาถาธาตุ คาถามหาอุด คาถาปิโย
พระอาจารย์ของข้าพเจ้าที่อยุธยาทุกท่านนั้น
ท่านมักใช้ยันต์พญานาคเกี้ยวลงเป็นแหวนพิรอดมากกว่ายันต์อื่น ถ้าเป็นแหวนพิรอดแขน
ก็จะมีอักขระคาถาอื่นๆประกอบเพิ่มเข้าไปตามเนื้อผ้าที่เหลืออีกเยอะ เช่น อิติปิโสแปดทิศ คาถาพระเจ้าห้ามอาวุธ คาถามหาอุด
คาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์ ถ้าเป็นแหวนพิรอดนิ้ว ส่วนมากลงแค่พญานาคเกี้ยว
หรือเพิ่มอักขระหัวใจคาถาเท่าที่มีพื้นที่เหลือพอ
![]() |
| ยันต์นาคเกี้ยวแบบต่างๆ |
รูปนาคเกี้ยวมักลงเป็นลายเส้นพอให้มองว่าเป็นพญานาค
ไม่ค่อยวาดรายละเอียดพวกเกล็ดพญานาคและลายกนก
คงเอาแค่ชักเส้นคร่าวๆพอมองออกว่าเป็นพญานาคเท่านั้น นานๆจึงจะพบแบบที่ชักเส้นเป็นพญานาคแบบจิตรกรรมไทย
บางตำราไม่ได้ลงเป็นรูปนาคเกี้ยว จะเป็นการแยกตัวนาคเกี้ยวที่เป็นคู่
แยกออกมาเป็นนาคเดี่ยว 2 ตน แบบนี้มีทั้งลงอักขระคาถาต่างบทกันเลย
และมีแบบที่ใช้คาถาบทเดียวกัน แต่แยกวรรคแบ่งเป็น 2 ส่วน
เมื่อเอาพญานาคเดี่ยวๆมาซ้อนกันเป็นรูปพญานาคเกี้ยว ก็จะได้อักระคาถาบทเต็ม
เท่าที่กราบเรียนสอบถามพระอาจารย์เรื่องการลงรูปพญานาคแบบ 2 ตน ท่านว่าบางท่านบังวิชารูปนาคเกี้ยวบางท่านชอบลงแบบแยกพญานาคมากกว่านาคเกี้ยว เพราะการชักเส้นยันต์นาคเกี้ยวอาจพลาดชักเส้นยันต์ผิดไปง่ายๆ ถ้าแยกออกมาเป็นพญานาค 2 ตน แบบนี้ชักเส้นยันต์ง่ายกว่าและผิดพลาดน้อย
![]() |
| แบบนี้แยกพญานาคออกมาเป็น2ตน |
แหวนพิรอดยันต์อื่นๆ
แบบนี้เคยพบทั้งที่เป็นรูปยันต์หลายแบบ และ แบบที่ลงเป็นอักขระคาถาบทต่างๆ
ถ้าเป็นรูปยันต์มักเป็นยันต์ตามแนวยาว ซึ่งใช้ลงเป็นมงคลสวมศีรษะก็มี
ถ้าลงเป็นอักขระมักจะลงด้วย อิติปิโสแปดทิศ คาถาพระเจ้าห้ามอาวุธ คาถามหาอุด
คาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์
คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า คาถาพระเจ้าแหวกฤทธิ์ หัวใจนวหรคุณเก้าแบบถอดตัว
![]() |
| ยันต์ลงแหวนพิรอดแบบไม่มีพญานาค |
คาถาเสกแหวนพิรอด
โบราณจารย์ท่านว่า การเสกยันต์ใดๆให้เสกด้วยตัวเอง
คือลงอักขระคาถาในยันต์นั้น ก็เสกด้วยคาถาบทที่ลงนั่นเอง บางตำรับมีคาถาเฉพาะที่ต้องเสก
หากจะเสกตามตำราแล้วยังมีเวลาก็เสกเพิ่ม จะใช้มนต์คาถาที่ถนัดเสกเพิ่มตามแต่เวลาที่มี
บางคติมีคาถาเสกกำกับตอนใช้หรือสวมแหวนพิรอด ก็เสกกันไป
คาถาเสกที่พบมาก
คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเสพุทธะนาเมอิ
อิเมนาพุทธะตังโสอิ อิโสตังพุทธะปิติอิ
คาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์(ขวา) นะมะนะอะ
นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง
คาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์(ซ้าย)
อุ มิ อะ มิ มะ หิ สุ ตัง สุ นะ พุท ธัง อะ สุ นะ อะ
คาถามหาอุด อุทธังอัทโธ ธังอัทโธอุท อัทโธอุทธัง โธอุทธังอัท
พระเจ้าแหวกฤทธิ์
พุทธังแคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท แคล้วคลาดด้วยพระพุทธัง ธัมมังแคล้วคลาด
พระเจ้าย่างบาท แคล้วคลาดด้วยพระธัมมัง สังฆังแคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท
แคล้วคลาดด้วยพระสังฆัง พุทธังแหวก
ธัมมังแหวก สังฆังแหวก
ตามตำรายังมีว่า ถ้าเสกได้ขลังดีแล้ว ถึงเอาแหวนพิรอดโยนเข้ากองไฟ
ไฟนั้นจะไม่อาจเผาไหม้แหวนพิรอดนั้น เรื่องนี้ข้าพเจ้าเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน คือ
เชือกคาดเอวหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ ที่ท่านทำตามตำราหลวงพ่อขันวัดนกกระจาบ
ข้าพเจ้าเผลอวางใกล้เทียนเล่มใหญ่หนัก9 บาท ตอนจุดเทียนทิ้งไว้ไม่ได้ดู
มาเห็นอีกทีเทียนล้มทับเชือกคาด แถมเปลวเทียนยังจ่อเผาเชือกคาดพอดี ปรากฏว่าเชือกคาดเอวหลวงพ่อพรหมไม่เป็นอะไรเลย
วิธีถักแหวนพิรอด
ถ้าจะหัดถักแหวนพิรอด ยุคนี้ง่ายดายสะดวก คือ ไปหาคลิปใน YouTube ที่สอนถักแหวนพิรอด มีคนใจดีลงคลิปสอนไว้มากมาย
ปัจจุบันจะมีพระอาจารย์ใดที่ทำแหวนพิรอด ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เสาะแสวงหาอีกแล้ว
จึงไม่สามารถแนะนำให้ได้
เรื่อง จากความทรงจำที่เคยกราบเรียนสอบถามพระอาจารย์หลายรูป และจากที่ได้ดูตำราเก่า
ภาพ เป็นภาพของ sihawatchara







.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น