แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกสวาท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกสวาท แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.26 คุณไสยลูกสวาด

 




คุณไสยลูกสวาท(ลูกสวาด) lovepotion, Love spell

  สภากาแฟแถวบ้านข้าพเจ้าจะเป็นแหล่งรวมเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไร้สาระ แต่เรื่องที่มีสาระก็มีเหมือนกัน ที่ข้าพเจ้าชอบที่สุดคือ เรื่องย้อนระลึกความจำ ถ้าวันไหนที่สภากาแฟมีคนวัยเดียวกับข้าพเจ้าหรืออายุมากกว่า วันนั้นจะชวนกันระลึกความหลัง แล้วความทรงจำที่ต่างลืมกันไปบ้าง จะถูกชาวเจเนอเรชั่นเบบี้บูมเมอร์ช่วยกันต่อจิ๊กซอร์ความทรงจำที่ลืมไปให้สมบูรณ์ขึ้นได้ แต่วันไหนมีพวกไอ้เนี้ยวมาคุยก็เหรี้ยเลย...แมร่ง มีแต่เรื่องไร้สาระเพ้อเจ้อ หรือไม่ก็เรื่องXXX…ไอ้หอกหัก มรึงถามกรูได้ไงว่า...อาจารย์ XXXน้องออยแล้วยัง หรือถามว่า...อาจารย์ xxxหญิงมากี่คนแล้ว..ไอ้เนี้ยวนี่เหรี้ยจริงไรจริง

  ในที่สุดไอ้เนี้ยวถามเรื่อง...คุณไสยลูกสวาทหรือลูกสวาด...ลุงอายุ 80 บอกว่า...อาจารย์เล่าให้มันฟังเถอะ ไม่งั้นมันกวนไม่ยอมกลับ...เอาวะเล่าก็เล่า เลยจำมาเขียนให้อ่านกันแบบไม่ประเทืองปัญญา

ยาเสน่ห์ ยาแฝด เสน่ห์ยาแฝด

  สมัยโบราณมีความเชื่อเรื่องเครื่องยาอาถรรพ์ที่ทำให้คนมาหลงรัก แต่ความรักแบบนี้ไม่ใช่รักแบบความรักจริงๆ เพราะมันออกไปทางบังคับสะกดจิตใจหลงใหลยอมมาคลอเคลีย หรือทำให้หลงเลอะเลือนคล้อยตามยอมตัวร่วมเพศ ของแบบนี้มักเรียกรวมๆว่า...เสน่ห์ยาแฝด

  ข้าพเจ้าได้ยินเรื่องเสน่ห์ยาแฝดครั้งแรกตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมปลาย ตอนไปเที่ยว จ.ปราจีนบุรี พวกลุงๆเขาเล่าให้ฟังสนุกๆ แถมยังมีหลวงน้าแปเล่าเสริมด้วย ฟังแล้วยังไม่เข้าใจเรื่องยาเสน่ห์ที่ว่า ถ้าแอบให้ผู้หญิงกินได้ จะได้อึ๊บๆผู้หญิง ลุงก็ไม่ขยายความเรื่องอึ๊บๆให้ด้วย ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเพิ่งเริ่มต้นเข้าวัยทีน ยังไม่มีความรู้สึกแบ่งเพศเลย สมัยนั้นเด็กผู้ชายเป็นหนุ่มช้ากว่าที่เด็กผู้หญิงเป็นสาว ยังไม่เข้าใจว่าตอนเล่นกับเพื่อนผู้หญิงแล้วมือเราไปโดนนมเพื่อนผู้หญิง ทำไมมันโกรธวะ

  เมื่อเรียนชั้นมัธยมค่อยรู้จักแยกความเหมาะสมความแตกต่างระหว่างเพศ ด้วยความอยากรู้ว่านมผู้หญิงมันเป็นยังไง ข้าพเจ้ากับเพื่อนถึงกับยอมเสียเงินคนละ1บาท เพื่อจับนมเพื่อนหญิงจอมแก่น เจ้าเพื่อนหญิงนี้วันไหนที่เงินค่าขนมไม่พอ สมัยนั้นข้าวแกงที่โรงอาหารจานละ2บาท มันจะเรียกเลยว่า...พวกแกมาฉับนมฉันเดี๋ยวนี้ ทีละ 1 บาทห้ามบีบนมนะโว๊ย...ข้าพเจ้าอุดหนุนมันไปหลายครั้งเหมือนกัน

ภาพโฆษณาผ้าอนามัยโกเต๊กซ์


  เจ้าเพื่อนหญิงนี้มันเคยเล่าเรื่องเสน่ห์ยาแฝดให้ฟังด้วย มันว่ายายเล่าให้ฟังอีกที ข้าพเจ้าฟังแล้วขำๆผสมงงๆ เพราะเพื่อนหญิงจอมแก่นมันเล่าว่า..เสน่ห์ยาแฝดใช้ประจำเดือนทำ...ตอนนั้นข้าพเจ้ายังไม่รู้จักประจำเดือน มันยังบอกว่าก็ที่..โกเต๊กซ์ไง..ข้าพเจ้าพยักหน้าอย่างงงๆเพราะไม่รู้ว่าโกเต๊กซ์ใช้ทำอะไร เพื่อนสาวจอมแสบเล่าว่าเขาให้เอาประจำเดือนไปให้ผู้ชายกิน ผู้ชายจะหลงรัก พอถามว่าทำไมถึงหลงรัก เพื่อนหญิงจอมแสบมันบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

  เรื่องที่เพื่อนหญิงจอมแสบสมัยเรียนมัธยมเล่าเรื่องเสน่ห์ยาแฝดให้ฟัง แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับสักเท่าไร จะรู้จักได้ยินมาทั้งชายหญิง ไม่ใช่ว่าความเชื่อเรื่องเสน่ห์ยาแฝดมีแต่ผู้ชายที่ใช้เสน่ห์ยาแฝด ผู้หญิงก็ใช้เสน่ห์ยาแฝดได้เหมือนกัน

  หลายปีต่อมาเรียนจบทำงานแล้วได้เห็นโลกภายนอกกว้างไกลมากขึ้น ในวงสนทนาในวงเหล้า คุยไปคุยมาก็มักมีเรื่องลึกลับมหัศจรรย์ไสยศาสตร์เอามาคุยกันเรื่อยเฉื่อย ก็ยังมีคุยเรื่องเสน่ห์ยาแฝดกันสนุกๆ ข้าพเจ้าเคยคุยเรื่องนี้กับเหล่าคนเก่าแก่ซึ่งเก่าและแก่จริงๆ ได้ฟังแง่มุมของเสน่ห์ยาแฝดหลายเรื่อง แม้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อเรื่องเสน่ห์ยาแฝด ท่านก็เล่าให้ฟังแต่จะเน้นไปในทางแก้ไข ท่านว่าไปบังคับสะกดใจให้ผู้หญิงเสียเนื้อเสียตัวมันบาป บางอย่างมันเป็นอัปมงคล

  ข้าพเจ้าได้ยินได้ฟังเรื่องเสน่ห์ยาแฝดมาตั้งแต่เริ่มเข้าวัยทีน มาจนถึงวัยทำงาน จนกระทั่งวัยหลังเกษียณแล้ว ก็ยังมีคนเล่าลือถึงเสน่ห์ยาแฝด โดยเฉพาะในวงเหล้ายิ่งเหมือนกันเลย คือ พอดื่มเหล้าครึ้มๆคุยกันเรื่อยเฉื่อย ในที่สุดก็วกเข้าเรื่องแปลกพิลึกกึกกืออภินิหารอาถรรพ์เวท ยังไงๆก็มักมีเรื่องเสน่ห์ยาแฝดอยู่เสมอ แล้วพวกหนุ่มๆจะหูผึ่ง อยากจะได้เสน่ห์ยาแฝดไปใส่ให้ผู้หญิงกิน จะได้ฟักกิ้งหญิงให้ได้ ซึ่งข้าพเจ้าจะด่าไปทุกครั้ง โดยเฉพาะไอ้หอกเนี้ยวนี่โดนเขกกบาลไปหลายที

เสน่ห์ยาแฝดมีกี่แบบ

  เท่าที่เคยได้ยินเรื่องพวกเสน่ห์ยาแฝด ซึ่งอาจเรียกต่างกันบ้างว่า ยาเสน่ห์ ยาแฝด หรือเรียกรวมๆว่าเสน่ห์ยาแฝด พบว่ามีหลายตำราหลายความเชื่อหลายๆสูตร ก็พอจะแยกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 4 แบบ คือ

1.วิทยาคมลบผงวิเศษ

2.ใช้คราบสกปรกในกาย

3.ใช้พืชพันธุ์เป็นเครื่องยา

4.ใช้แรงผี

  การแยกประเภทเสน่ห์ยาแฝดนี้ เป็นการอนุมานของข้าพเจ้าเอง โดยแยกตามส่วนผสมที่ใช้ซึ่งมีหลายตำราหลายวิธี แต่วัตถุประสงค์ตรงกันคือ ต้องให้คนกินเข้าไป พอกินแล้วจะหลงรักแบบงงงวยยอม

1.วิทยาคมลบผงวิเศษ

  วิธีลบผงวิทยาคมเอาไปใช้ทำเสน่ห์นี้ บางท่านอาจจะแย้งว่าไม่ใช่ยาเสน่ห์เพราะไม่มีผักหญ้าพืชสมุนไพรอะไรเลย เป็นเพียงผงดินสอพองเท่านั้น แต่ถ้าพิจารณาวิธีการใช้แล้ว ก็ยังเป็นการให้บุคคลเป้าหมายกินเข้าไป หรือให้ใกล้เคียงกับการกินที่สุดคือให้เคี้ยวในปาก โดยเอาผงที่ลบได้ตามวิชา ใช้ผสมกับสิ่งที่บุคคลเป้าหมายจะกินหรือเคี้ยว ซึ่งในสมัยโบราณนั้นนิยมกินหมากเคี้ยวหมากกันเป็นปกติ จึงมักจะใช้ผงวิทยาคมมหาเสน่ห์แอบผสมลงในเต้าปูนคือปูนที่ใช้กินกับหมากพลู

 ในตำราโบราณหลายเล่ม มีบอกไว้ว่า..ยันต์นี้(หรือนะ) ใช้ทำผงใส่เต้าปูนเป็นยาเสน่ห์​ ใส่ในหมากพลูคำที่จะให้เขากิน​ ใส่ในตุ่มน้ำที่เขาตักกิน

  เท่าที่เคยเห็นตำราลบผงทำเสน่ห์ใส่ในเต้าปูนแบบนี้ ยันต์ที่ลงแล้วลบเป็นผงจะเป็นยันต์เล็กง่ายๆ ตัวนะแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน หรือลงอักขระเพียงตัวเดียวก็มี คาถาเสกมักจะเป็นพวกคาถามหาละลวย รักๆหลงๆ เคลิบเคลิ้ม อะไรทำนองนี้ เช่นคาถานี้

  อมมะละลวย มะหาละลวย ใครเห็นงงงวยหลงใหลรักใคร่ รักกูหลงกูฯ

  หรือ  นะละลวยหันหาหันมา อยู่มิได้ ร้องไห้มาหากูฯ

แบบลบผงวิเศษที่เห็นบ่อย

2.ใช้คราบสกปรกของร่างกาย

  วิธีนี้ในหลายตำรามักบอกคล้ายๆกัน จะมีต่างกันบ้างเล็กๆน้อยๆในตอนจัดหาวัสดุ ส่วนมากจะตรงกันตรงที่ใช้คราบขี้ไคล ขัดๆถูๆเอามาใส่ลงในลูกสวาด โดยคว้านเอาไส้ลูกสวาดออกก่อน พอยัดขี้ไคลลงไปแล้วให้อุดรูให้แน่นด้วยชันโรง แล้วกลืนลูกสวาดทั้งลูกลงไปในท้อง นอนภาวนาคาถานึกถึงบุคคลเป้าหมายจนหลับ พอตื่นมาให้รอเก็บลูกสวาทที่ออกมากับอุจจาระ เอาลูกสวาทไปล้างให้สะอาด แล้วเอามาบดเป็นผงยาเสน่ห์ บางตำราให้ทำซ้ำถึง 3 ครั้ง 7 ครั้ง

  บางตำรานอกจากใช้ขี้ไคลแล้ว ยังต้องใช้หยดเลือดจากกลางอกผสมลงไปด้วย

  บางตำราใช้ขี้ไคลผสมไคลเสาตลุงช้าง ไคลเสมา ซึ่งในสมัยนี้มีปัญหาสักหน่อย เพราะไม่รู้จะไปขูดตะไคร่ใบเสมาที่วัดไหน ขืนไปขูดอาจโดนคนในวัดกระทืบ เสาตลุงช้างก็มีปัญหา ไม่รู้จะไปเอาไคลเสาตลุงช้างที่ไหน จะไปถึงหมู่บ้านช้างสุรินทร์ก็ไกล

  อีกตำรานี้ตรงกับที่เจ้าเพื่อนสาวจอมแสบเล่าให้ฟัง คือ ให้เอาขี้ไคลผสมกับประจำเดือนใส่ลงในลูกสวาด แล้วกลืนลงไป ตำราว่าที่ต้องกลืนลูกสวาดลงท้องนั้นก็เพราะเป็นการหุงลูกสวาดด้วยธาตุไฟในกาย พอเก็บลูกสวาดที่ออกมากับอุจจาระได้ ก็ให้เผาทำเป็นผงแล้วเอาไปใส่ในอาหารให้ผู้ชายกิน  ตำรานี้บอกเลยว่า..ให้ผู้ชายกิน..คงเพราะตำรานี้ผู้หญิงเป็นคนทำเสน่ห์ใส่ผู้ชายนั่นเอง จึงมีการใช้ประจำเดือนด้วย

  ประจำเดือนที่เอามาใช้นั้น เคยได้ยืนท่านผู้ชราท่านเล่าว่า ให้อาบน้ำในโอ่งน้ำตุ่มน้ำ ตอนอาบให้ถูขี้ไคลตามตัวพอประจำเดือนไหลก็ให้ไหลลงในน้ำนั้น แล้วรอให้ตกตะกอนค่อยรินน้ำทิ้งไป เอาผงตะกอนที่มีประจำเดือนผสมไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามายัดลงในลูกสวาด รอเก็บลูกสวาดตอนถ่ายอุจจาระ เอามาทำคุณไสยลูกสวาด(สวาท)หรือเสน่ห์ยาแฝด หลอกให้ผู้ชายกินจะหลงรักหัวปักหัวปำเขาว่างั้นนะ

  ประจำเดือนที่เอามาใช้ต้องเป็นประจำเดือนของหญิงที่ต้องการทำยาเสน่ห์ มีทั้งใช้วิธีเก็บประจำเดือนแบบที่กล่าวมาข้างต้น และอีกวิธีใช้ผ้าหรือสำลีซับเอาเลือดประจำเดือนมาใช้

  อีกตำราเป็นผู้หญิงทำเสน่ห์ใส่ผู้ชาย เพราะ..ให้เอาขี้ไคลกับขนม้อยซ์เจอร์ หรือขนที่อวัยวะเพศของหญิงนั้นใส่ลงไปในลูกสวาด ให้หญิงนั้นกลืนลงไป ภาวนาคาถาไปจนนอนหลับ แล้วคอยเก็บลูกสวาดจากอุจจาระ เอาไปเผาเป็นผง แล้วใส่ในอาหารให้กิน กินแล้วรักหญิงนั้นแล

  มักเสกภาวนาด้วยคาถาช้างผสมโขลง เช่น อมมะ จิตคิดถึงมหาคิดถึง กูจะเสกให้ช้างกินช้างก็ลืมโขลง กูจะเสกให้โขลงกินโขลงก็ลืมไพร กูจะเสกให้ใครกินก็อยู่มิได้ ร้องไห้มาหากู อมมะสวาหะ

  บางตำราให้เอาสมุนไพรเครื่องหอมผสมผงลูกสวาดที่ได้ก่อนเอาไปใช้ คงเพราะต้องการกลบกลิ่นนั่นเอง ก็มากับอุจจาระจึงน่าจะมีกลิ่นไม่ดี ต้องหาอะไรหอมๆมากลบกลิ่น

  

3.ใช้พืชพันธุ์เป็นเครื่องยา

    คุณไสยลูกสวาทแบบนี้มีทั้งใช้พืชล้วนๆ กับที่ใช้พืชพันธุ์ผสมขี้ไคลเหมือนเดิม ที่ฮิตมากคือ ยอดรักซ้อน ยอดสวาด ยอดกาหลง บางตำราใช้ผักหิ่งหายผี หมากพลูที่เคี้ยวแล้วของหญิงหรือชายที่จะทำลูกสวาด เอามาตากแห้งแล้วบดเป็นผง  ยัดลงในลูกสวาดแล้วกลืนลงท้อง รอเก็บลูกสวาดจากอุจจาระเหมือนตำราแบบอื่น เผาลูกสวาดเสกด้วยคาถามหาเสน่ห์ต่างๆ เช่น คาถาช้างผสมโขลง

  ตำราคุณไสยลูกสวาดแบบนี้ บางตำราใช้พืชพันธุ์ที่เชื่อว่ามีอาถรรพ์ เช่นว่านทางเสน่ห์ ใบไม้รู้นอนที่ขึ้นในป่าช้า

4.ใช้แรงผี

  คุณไสยลูกสวาดยาเสน่ห์แบบนี้ ข้าพเจ้าว่าวิธีทำมันค่อนข้างทะแม่งๆ ยังสงสัยด้วยซ้ำว่า วิธีทำอาจจะเกิดการเล่าต่อๆกันมาจนคลาดเคลื่อน คือได้ฟังมานิดแล้วเอามาเล่าต่อเติมเรื่องให้พิสดารขึ้น หรืออาจจะจำคลาดเคลื่อนไปเอาตำรับการทำเสน่ห์แบบอื่นมารวมกัน ซึ่งเป็นตำรับที่ไม่ต้องมีลูกสวาด

  การใช้แรงผีมาทำเสน่ห์นั้นมีอยู่ เช่น น้ำมันพราย ผงพรายผงผี เส้นผมผี สีผึ้งปิดหน้าศพ ซึ่งเป็นการทำวิชาผีๆสางๆโดยตรง ใช้อำนาจภูติพรายผีสางจากซากศพมาบังคับจิตใจบุคคลที่เป็นเป้าหมาย

  คุณไสยลูกสวาดที่มีซากศพมีผีเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น สมัยข้าพเจ้าเป็นวัยรุ่นยุคเซเว่นตี้จนถึงวัยทำงานแม้กระทั่งลาออกจากงานก่อนปี พ.ศ.2540 เล็กน้อย กระทั่งทำงานส่วนตัวพเนจรไปทั่วประเทศอีกหลายปีบอกตรงๆว่ายังไม่เคยได้เห็นตำราลูกสวาดแบบนี้เลย วิธีนี้อาจมีก็ได้ ข้าพเจ้าอาจไม่เคยเห็นเอง แต่จำได้ว่าได้ยินคนรุ่นหลังเขาเล่าสู่กันฟังในวงเหล้าเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนรุ่นน้องเล่าให้ฟัง ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามันทะแม่งๆชอบกล เพราะ...จะทำเสน่ห์ใส่คนอื่น แต่ดันเอาผงผีมากินเข้าไปในร่างกายตัวเอง

  ตำราคุณไสยลูกสวาดผงผีที่เขาเล่าให้ฟังนั้น ก็เหมือนกับการทำคุณไสยลูกสวาดตำรับอื่นๆ คือเอาลูกสวาดมาคว้านไส้ในออก แล้วเอาผงกระดูกผีตายโหงยัดเข้าไป อุดรูด้วยชันโรง แล้วกลืนเข้าไปในท้อง รอจนอุจจาระออกมา แล้วเขี่ยหาลูกสวาดเอามาทำเป็นผงยาเสน่ห์แล้วค่อยเอาไปให้บุคคลเป้าหมายกิน เขาเล่ามาอย่างนี้ ข้าพเจ้าว่ามันทะแม่งๆตรงที่กลืนลูกสวาดผงกระดูกผีตายโหงเข้าไปในตัวคนที่จะทำยาเสน่ห์นี่แหละ


น้ำมันพราย

  เท่าที่เคยคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่คนเก่าแก่ที่เก่าและแก่จริง ถ้าเป็นเรื่องทำเสน่ห์ด้วยผงกระดูกผี  จะเป็นการเอาผงผีหรือสิ่งที่มาจากศพเช่นน้ำมันพราย ผงพราย คนโบราณท่านเรียกวิธีใช้ว่า..ดีด..คือ หาทางดีดยาเสน่ห์ผงผีน้ำมันผีนี้ให้โดนตัว หรือหาทางผสมในของกินให้บุคคลเป้าหมายกินให้ได้

สีผึ้งพราย

สีผึ้งภูตพราย
    สำหรับคุณไสยลูกสวาดผงผี ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่า น่าจะทำแล้วเอาไว้พกติดตัวมากกว่า ทำนองเป็นพวกลูกอมลูกสะกด ที่อาศัยแรงผีปีศาจช่วยเวลาไปจีบสาวจีบหนุ่ม มันไม่น่าจะใช่ว่าเอาผงผีมากลืนเข้าตัว แบบนี้มันยังกับทำของเข้าตัวเองชัดๆ แต่ข้อสันนิษฐานของข้าพเจ้าอาจจะผิดก็ได้ ที่แน่ๆข้าพเจ้าไม่แนะนำให้กลืนลูกสวาดผงผีเข้าตัว อยู่ดีๆเอาซากศพมากินนี่มันชอบกลๆอยู่นะ

  คุณไสยลูกสวาดนี้เขาทำกันมาตั้งแต่ยุคโบราณ ทำกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย ยกเว้นตำรับที่ใช้ประจำเดือนที่แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิงเขาทำเท่านั้น

  ข้าพเจ้าเล่าเรื่องคุณไสยลูกสวาดเรื่องไร้สาระและไม่ประเทืองปัญญาให้คนในสภากาแฟฟังแล้ว อยู่ๆไอ้เนี้ยวถามว่าจะซื้อลูกสวาดได้ที่ไหน ตอบมันว่า..เขาขายกันโครมๆในลาซาด้าชอปปี้ ยังมีคนซื้อเอามาไว้ให้กรูดูเลย..ไอ้เนี้ยวถามว่ายังมีอยู่ที่บ้านอาจารย์ไหมขอหน่อย ข้าพเจ้าเขกหัวมันไปทีว่า...ไอ้หอกหักมึงจะริทำรึ...ข้าพเจ้าลุกขึ้นจะกลับบ้านเพราะฝนจะตก อยู่ๆมีมือมาจับชายเสื้อฉุดตัวไว้ก่อน หันไปดู อ้าว ลุงอายุ 80 นี่หว่า แกว่า...เผื่อผมสัก4-5ลูก...ชะอ้าว

ลูกสวาดลาซาด้าช็อปปี้ขายกันแบบนี้


เรื่อง...จากความทรงจำที่เคยเห็นตำรา เคยสอบถามพระอาจารยต่างๆ คนรุ่นก่อน

ภาพ เม็ดลูกสวาด จากลาซาด้า

       โฆษณาผ้าอนามัย  จาก Pantip

        ขวดและสีผึ้ง ภาพภ่ายของ sihawatchara




วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.๙ เสน่ห์ยาแฝด หงส์ร่อนมังกรรำ

หงส์ร่อนมังกรรำ(hong-ron-mung-korn-rum)
witchcraft-spell captivate



เสน่ห์ยาแฝด..หงส์ร่อน – มังกรรำ

   
   ความเชื่อในเรื่องคุณไสยมีอยู่ในทุกชาติทุกภาษา ความเชื่อเรื่องนี้มิใช่ว่าเชื่อถือกันเฉพาะแต่ในสมัยโบราณ เพราะในสมัยนี้ก็ยังมีคนเชื่อว่าคุณไสยนี้มีจริง ดังจะเห็นได้จากข่าวที่มักมีเรื่องที่เกี่ยวข้องเล่าลือกันเรื่องคุณไสยกันอยู่เนืองๆ ซึ่งหลายๆคนเชื่อว่าจริง และมีที่เห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระก็มาก

   เรื่องของคุณไสยที่เรามักเคยได้ยินได้ฟังมามักเป็นเรื่องคุณไสยที่ทำร้ายคนให้เจ็บตาย และคุณไสยที่ทำให้รักหลงจนหัวปักหัวปำ ส่วนคุณไสยในเรื่องอื่นๆมักไม่ค่อยมีการกล่าวถึงกัน คนที่ถูกคุณไสยนั้นจะเรียกกันว่า โดนของ

   คุณไสยที่เล่าขานกันในวงสนทนาบ่อยๆมักมีเรื่องคุณไสยที่ทำให้หลงรักรวมอยู่ด้วย คุณไสยแบบนี้มีอยู่มากแบบ มีตั้งแต่การเสกของให้กิน เสกหุ่นแบบฝังรูปฝังรอย เสกแบบสร้างมโนภาพ คุณไสยแบบที่ทำให้หลงรักที่มักกล่าวถึงกันบ่อยๆนั้น ก็คือคุณไสยชนิดเสน่ห์ยาแฝด

   เสน่ห์ยาแฝดเป็นคุณไสยชนิดที่คนกินเข้าไป ซึ่งทั้งหมดเป็นการถูกหลอกให้กิน เสน่ห์ยาแฝดทำนองนี้ที่คนไทยเราต้องเคยได้ยินกันมากนั้น ก็คือแบบที่เรียกว่า หงส์ร่อนมังกรรำ

ภาพจากละคร นางมาร อังไอน้ำให้เกิดหยดน้ำที่จิ๋ม

   หงส์ร่อนมังกรรำนั้นคนมักคิดว่าเป็นเสน่ห์ยาแฝดเพียงหนึ่งอย่าง แต่แท้ที่จริงแล้วแยกเป็นสองอย่างคือ หงส์ร่อนอย่างหนึ่ง และมังกรรำอีกอย่างหนึ่ง คนโบราณท่านว่า ถ้าใครโดนทั้งหงส์ร่อนและมังกรรำ คนๆนั้นนับว่าโชคร้ายซวยสุดๆ และปล่อยไว้นานเกินไปจะแก้ไขได้ยาก  เพราะทั้งหงส์ร่อนและมังกรรำนี้ เป็นคุณไสยชนิดที่กินเข้าไปอยู่ในร่างกาย ถ้าปล่อยไว้นานคุณไสยก็จะกินก็จะเข้าไปถึงกระดูก

หงส์ร่อน

   หงส์ร่อนเป็นการทำเสน่ห์ยาแฝดแบบที่เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิง คือผู้หญิงเป็นฝ่ายทำคุณไสยใส่ผู้ชาย หงส์ร่อนนี้ไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ชายเป็นคนทำ

   คนโบราณท่านเล่าต่อๆกันมาว่า หงส์ร่อนเกิดจากการทำเสน่ห์ยาแฝดใส่เข้าไปในข้าว แล้วจึงนำข้าวนั้นไปหลอกให้ผู้ชายกิน เมื่อผู้ชายเผลอกินเข้าไปแล้วไม่นานก็จะเกิดความงงงวยลืมตัว จะหลงรักผู้หญิงที่ทำหงส์ร่อนใส่ เป็นการหลงรักแบบหัวปักหัวปำไม่ได้สติ ถ้ากินหงส์ร่อนติดต่อกันไปนานๆแล้ว สุดท้ายต้องเสียสติ

ภาพจากละคร นางมาร ให้ไอน้ำกลั่นตัวจากจิ๋มหยดลงในหม้อข้าว

   การทำเสน่ห์ยาแฝดแบบหงส์ร่อนนั้น เมื่อพิจารณาดูแล้วคนทำต้องเป็นผู้หญิงจริงๆ เพราะลักษณะที่ทำเป็นตัวชี้ชัดว่าต้องเป็นผู้หญิงจึงจะทำได้ โดยเริ่มจากการหุงข้าวซึ่งเรื่องนี้โดยปกติเป็นเรื่องของผู้หญิงอยู่แล้ว เมื่อหุงข้าวจนสุกดีแล้ว ก็ยกหม้อข้าวลงมาวางไว้กับพื้น แล้วเปิดฝาหม้อข้าวออกมา ซึ่งแน่นอนว่าข้าวที่เพิ่งหุงสุกใหม่ๆจะต้องมีไอร้อนพุ่งขึ้นมา

   หญิงที่จะทำหงส์ร่อนจะถลกกระโปรงหรือผ้าถุง แล้วยืนคร่อมหม้อข้าวคล้ายๆกางกระโจมเหนือหม้อข้าว จากนั้นจึงจะส่ายร่อนเอววนไปมาเหนือหม้อข้าว ไอร้อนจากหม้อข้าวจะลอยขึ้นไปโดนอวัยวะเพศ เนื่องจากมีกระโปรงหรือผ้าถุงคร่อมไว้ ไอน้ำนั้นจึงถูกจำกัดให้อยู่ใต้กระโปรงหรือผ้าถุง ไอน้ำจึงรมถูกอวัยวะเพศเกิดเป็นหยดน้ำเกาะอวัยวะเพศนั้น ในระหว่างที่ส่ายร่อนเอวก็จะนึกถึงใบหน้าผู้ชายที่จะโดนเสน่ห์ยาแฝด บางตำรามีคาถาให้ท่องพร้อมกับร่อนเอวไปด้วย

   เมื่อเกิดหยดน้ำเกาะอวัยวะเพศหญิงแล้วยังไม่เพียงเท่านั้น ความร้อนจากไอน้ำที่อบอยู่ใต้ผ้าถุงย่อมทำให้เกิดเหงื่อด้วย ในที่สุดทั้งหยดน้ำจากอวัยวะเพศหญิงและเหงื่อจากช่วงล่างของร่างกายก็จะหยดลงไปในหม้อข้าว เหงื่อมหาสยิวนี้จึงผสมเข้ากับข้าวสวยได้อย่างแนบเนียน ทีนี้ความซวยก็จะเกิดกับผู้ชายที่กินข้าวหม้อนี้เข้าไป จะหลงรักหญิงเจ้าของเหงื่อมหาสยิวนี้แบบหน้ามืดตามัวไม่ได้สติ



ภาพจากละคร นางมาร


ภาพจากภาพยนตร์ คนเล่นของ


มังกรรำ

   เสน่ห์ยาแฝดแบบมังกรรำนับว่าย่ำแย่ไปกว่าหงส์ร่อนเสียอีก แต่ผู้ทราบตำนานมังกรรำแบบนี้มีน้อย มักจะเข้าใจว่าเป็นการอาบน้ำทำเสน่ห์ หรือคิดว่าเป็นยาลูกสวาทที่มีการกินเข้าไป แล้วรอถ่ายอุจจาระออกมา จากนั้นจึงเก็บลูกสวาทเอาไปทำเป็นยาเสน่ห์ วิธีนี้มีชื่อเรียกว่าทำคุณไสยลูกสวาท



   คุณไสยยาเสน่ห์แบบใช้ลูกสวาทจะคล้ายๆกับมังกรรำ แต่ผู้ที่จะทำนั้นไม่จำกัดเพศ คือคนทำเป็นได้ทั้งชายหญิง จะให้กรีดเอาเลือดที่กลางหน้าอก แล้วผสมขี้ไคลกับกระดาษสาลงยันต์ เอาทั้งหมดนี้อุดเข้าไปในลูกสวาทที่เจาะรูไว้ จากนั้นจึงกลืนลูกสวาทลงท้อง แบบนี้ในทางไสยศาสตร์เรียกว่าหุงยาเสน่ห์ด้วยไฟธาตุในตัว แล้วรอจนอุจจาระออกมา ให้เก็บเอาลูกสวาทนี้ไปป่นเป็นผงทำยาเสน่ห์ให้คนกิน ซึ่งทำคุณไสยหรือของนี้ให้กินทั้งผู้ชายผู้หญิง จากการใช้คุณไสยลูกสวาทที่ไม่จำกัดว่าเอาไปใช้กับเพศใด ดังนั้นคุณไสยลูกสวาทจึงไม่ใช่มังกรรำ แต่ก็ใกล้เคียงมาก



   เสน่ห์ยาแฝดมังกรรำนี้ต้องใช้ของสิ่งหนึ่งที่มีเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น นั่นก็คือเลือดประจำเดือน

   มังกรรำแบบสุดย่ำแย่นั้น ผู้หญิงจะต้องรอจนมีประจำเดือนหรือเมนส์ แล้วจะลงไปแช่น้ำในอ่าง จากนั้นจะทำการถูขี้ไคลตามเนื้อตามตัว ตอนถูตัวนี่เองที่คล้ายๆกับรำ บางตำราว่าให้รำไปถูขี้ไคลไป ที่สำคัญคือจะต้องรอให้เลือดประจำเดือนหยดลงไปในน้ำด้วย เท่ากับว่าหญิงที่ทำเสน่ห์ยาแฝดจะต้องนั่งแช่ในอ่างน้ำ แล้วรอจนเลือดประจำเดือนออกมาผสมกันไปกับน้ำ ยิ่งมีเลือดประจำดือนมากก็ยิ่งได้ยาเสน่ห์มาก 
   
   เมื่อในอ่างน้ำมีทั้งขี้ไคลและประจำเดือนแล้ว ก็จะรอให้ขี้ไคลกับประจำเดือนตกตะกอน แล้วรินน้ำทิ้งเหลือเอาไว้แต่ตะกอนขี้ไคลและตะกอนของเลือดประจำเดือน เพื่อเอาไปตากแดดให้แห้ง ก็จะได้เป็นผงขี้ไคลผสมผงของเลือดประจำเดือนที่แห้งแล้ว เป็นเสน่ห์ยาแฝดแบบที่เอาไปให้ผู้ชายกิน


ถูขี้ไคลและอาจแถมประจำเดือน


   เชื่อกันว่าใครโดนทั้งหงส์ร่อนและมังกรรำ ก็จะซวยที่สุดเข้าทำนองผีซ้ำด้ามพลอยเคระห์ร้ายซ้ำซาก ถือว่าเป็นการโดนของหรือคุณไสยแบบที่สกปรกโสมมเป็นเสนียดจัญไรอย่างที่สุด จะลืมตัวไม่ได้สติ จะเพ้อหลงรักผู้หญิงที่ทำของใส่ ที่สุดแล้วก็จะเสียสติ 

   อย่างไรก็ตามโบราณท่านว่ามีผูกก็ต้องมีแก้ ของในโลกนี้ย่อมมีที่แพ้ทางกัน ท่านว่าถ้าไม่รู้วิทยาคมวิธีแก้หงส์ร่อนมังกรรำ ก็ให้แก้ด้วยการเอาน้ำท้องเรือมาให้กินและอาบ น้ำท้องเรือก็คือน้ำจากแม่น้ำลำคลองที่ซึมเข้ามาในท้องเรือ เป็นน้ำที่เราเห็นคนพายเรือเขาวิดน้ำออกจากท้องเรือนั่นเอง น้ำนี้จะซึมเข้ามาตามแนวรอยต่อไม้ที่ชันยาเรือเริ่มชำรุด น้ำท้องเรือนี้เป็นคู่ปรับกับหงส์ร่อนมังกรรำอย่างชะงัด

   ความเชื่อเรื่องคุณไสยนี้ยังคงมีอยู่เสมอ ทั้งหงส์ร่อนและมังกรรำต่างก็เป็นคุณไสยที่ชั่วร้าย แต่ที่มาที่ไปก็คงมาจากความรัก แต่เป็นความรักที่ไม่สมหวัง เลยเห็นแก่ตัวต้องใช้คุณไสยบังคับคนให้มารัก คนที่ถูกคุณไสยหรือถูกของนั้น เชื่อว่าจะมีใบหน้าที่หมองคล้ำผิดปกติ จะใจลอยพร่ำเพ้อ จะซูบผอมกินไม่ได้นอนไม่หลับ ท้ายที่สุดแล้วถ้าแก้ไม่ทันก็ถึงกับวิกลจริตเสียสติได้

   วิธีป้องกันคุณไสยอย่างง่ายๆโบราณท่านให้หาว่านหางช้างมาปลูกไว้ เชื่อกันว่าว่านหางช้างมีคุณวิเศษป้องกันคุณไสยลมเพลมพัดทั้งหลายได้ แต่ถ้าถึงขนาดแอบเอาหงส์ร่อนมังกรรำมาให้กินนั้น อย่างนี้ก็คงป้องกันได้ลำบากแล้ว


ภาพจากknowledgeintheword.org ว่านหางช้าง





ถูขี้ไคลเอามาทำเสน่ห์ซะเลย


ภาพจาก ikapook


ใครคิดนะ ให้ถูขึ้ไคลกับปล่อยประจำเดือนในถังน้ำแบบนี้


เรื่องจากความทรงจำที่เคยได้สนทนากับพระอาจารย์ต่างๆ และผู้ใหญ่รุ่นเก่าที่เคยเห็นคุณไสยเสน่ห์ยาแฝดแบบหงส์ร่อนมังกรรำ
ขอขอบคุณภาพจากแหล่งที่มาที่แจ้งไว้ในภาพ