แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568

หลวงพ่อกับของวิเศษ 12.หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ.4

 


หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อพรหมกับกระดาษม้วนเล็กๆม้วนหนึ่ง

  วันนี้วันครูของปี พ.ศ.2568 ระลึกถึงครูอาจารย์ทั้งพระทั้งฆราวาส อยู่ๆก็ระลึกถึงหลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ ระลึกถึงความเมตตาของหลวงพ่อพรหมที่มีต่อลูกศิษย์ และท่านเมตตาไปถึงผู้ที่ยังไม่ได้เป็นศิษย์ รวมถึงผู้ที่กำลังจะเป็นลูกศิษย์

  วันหนึ่งของราวๆ 40 ปีก่อน ข้าพเจ้าแวะไปกราบหลวงพ่อพรหมที่กุฏิ นั่งสนทนาสัพเพเหระกับท่านไปเรื่อยๆ แล้วก็มีลูกศิษย์หลวงพ่อแวะเข้ามากราบท่าน ทั้งร่วมวงสนทนากันแบบบ้านๆ ศิษย์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนต่างคุยกันอย่างสนิทสนม หลวงพ่อท่านก็รินน้ำชาให้ข้าพเจ้ายกไปแจกเหล่าลูกศิษย์

  ระหว่างที่กลุ่มลูกศิษย์สนทนากับหลวงพ่อนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าประตูกุฏิแล้วค่อยๆหมอบคลานเข้ามานั่งด้านหลังสุด กลุ่มลูกศิษย์ต่างก็ขยับที่ให้ผู้มาใหม่ เพื่อให้เข้าไปกราบหลวงพ่อพรหมได้ เหล่าศิษย์ของหลวงพ่อพรหมมักจะปฏิบัติเช่นนี้เสมอโดยที่หลวงพ่อท่านไม่ต้องบอก

  ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า ท่านที่เข้ามาใหม่นี้เป็นหญิงวัยกลางคน มีสีหน้าเศร้าหมองกังวล พวกศิษย์ที่มากราบหลวงพ่อพรหมก่อนหน้านี้ ต่างก็เชิญให้เข้าไปกราบสนทนากับหลวงพ่อให้ใกล้ๆ

เลขโชคที่หลวงพ่อเคยเขียนให้ข้าพเจ้า ซึ่งถูกทุกงวด


  หญิงวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเศร้าหมองมอบคลานเข้าไปกราบหลวงพ่อแล้วนั่งนิ่งไม่ได้พูดอะไรกับหลวงพ่อ หลวงพ่อพรหมท่านมองๆท่านผู้นี้ อยู่ๆหลวงพ่อก็พูดขึ้นมาก่อนว่า...เออๆ...ท่านหันไปค้นกระดาษแถวนั้นมาฉีก แล้วเขึยนอะไรยุกยิกลงไป ที่แท้ท่านเขียนเลขเด็ดให้นั่นเอง

  หลวงพ่อพรหมท่านยื่นเศษกระดาษให้หญิงวัยกลางคน แล้วบอกว่า...พวกมึงดูกันเอง...ทุกคนก็ขอดูเลขมหาโชคนั้น หญิงวัยกลางคนท่านนี้ก็ให้ดู

  พอหญิงวัยกลางคนท่านนี้ก้มกราบหลวงพ่อพรหม แล้วขยับตัวถอยออกมาจะกลับ หลวงพ่อพรหมท่านเรียกไว้ว่า...รอก่อนๆอย่าเพิ่งไป...หลวงพ่อเข้าไปในห้องนอนเล็กๆของท่าน พอท่านออกมาจากห้องก็มีม้วนกระดาษหนาประมาณ 1 นิ้วฟุตกว่าๆอยู่ในมือ


  หลวงพ่อพรหมท่านยื่นม้วนกระดาษเล็กๆให้หญิงวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเศร้าหมอง หลวงพ่อพูดว่า...เอ้า กูให้มึงไปทำทุน...แล้วหลวงพ่อก็กลับนั่งประจำที่นั่งของท่าน

  ตั้งแต่ที่หญิงวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเศร้าหมองเข้ามาที่กุฏิ จนกระทั่งกลับออกไปนั้น ท่านผู้นี้ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่คลานมากราบหลวงพ่อพรหมเท่านั้น

  ข้าพเจ้าจำได้แม่นถึงม้วนกระดาษเล็กๆม้วนนั้น เห็นเลยว่าเป็นธนบัตรใบละ100บาทกับ 20บาทอย่างละหลายใบ ม้วนเป็นก้อนกลมหนาประมาณ 1 นิ้วฟุตกว่าๆ ที่รู้ก็เพราะขนาดธนบัตรหรือแบงค์ไม่เท่ากัน มีสีแดงและสีเขียว ม้วนเป็นก้อนอย่างแน่นมีหนังสติ๊กรัดเอาไว้ ประมาณว่าต้องเกินกว่า 500บาทของเมื่อ 40ปีก่อน น่าจะมีถึงหนึ่งพันบาทด้วยซ้ำ

  พอหญิงวัยกลางคนท่านนี้กลับไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงกราบเรียนสอบถามหลวงพ่อว่า หญิงวัยกลางคนผู้นี้เป็นศิษย์เก่าที่สนิทกันหรือ เพราะตั้งแต่ท่านผู้นี้เข้ามากราบหลวงพ่อ จนกระทั่งกลับไปนั้น ท่านผู้นี้ไม่ได้คุยอะไรกับหลวงพ่อเลยสักคำ ทั้งยังเห็นหลวงพ่อท่านเขียนเลขให้ แถมยังเมตตาให้เงินไปอีกจำนวนหนึ่งด้วย คำตอบของหลวงพ่อพรหมทำให้ข้าพเจ้าตื้นตันจุกในอก เพราะ...

  หลวงพ่อพรหมท่านตอบว่า...เปล่า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขาเพิ่งมาหากูเป็นครั้งแรก เขากำลังเดือดร้อนสาหัส...ท่านยังพูดอีกว่า...ถึงให้เลขไปเขาก็ไม่มีเงินซื้อเลข  แล้วเขาจะพ้นเคราะห์คอขาดบาดตายได้ยังไง กูเลยเวทนาต้องให้เงินไปซื้อ จะถูกรางวัลมีเงินไปแก้ไขเรื่องได้....ข้าพเจ้าฟังแล้วอึ้ง รู้สึกสะเทือนใจ และรู้สึกอิ่มเอิบใจไปกับความเมตตาของหลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ

  แน่นอนว่าหวยในงวดนั้น ออก 3 ตัวตรง ตรงกับเลขมหาโชคที่หลวงพ่อพรหมเขียนให้หญิงวัยกลางคนผู้นั้น ศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ถ้าเล่นเลขโชคก็ต้องถูกรางวัลมีเงินใช้

  ม้วนกระดาษเล็กๆม้วนแน่นจนหนา 1 นิ้ว หลวงพ่อพรหมท่านรวมจากปัจจัยที่ศิษย์ถวายคนละเล็กละน้อย เพื่อถวายหลวงพ่อไว้ใช้ส่วนตัว แต่หลวงพ่อพรหมท่านมอบให้ผู้ที่มาหาท่านเป็นครั้งแรกได้อย่างง่ายๆ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เป็นศิษย์ท่านในขณะนั้นเลย ท่านรู้ได้ว่าผู้ที่มาหาท่านกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ความเดือดร้อนอันจะทำให้เกิดเหตุร้ายแรงของชีวิต ท่านจึงให้โชคลาภพร้อมเงินทุนที่จะทำให้สำเร็จในโชคนั้น เพื่อให้ชีวิตเขาพ้นวิกฤตไปได้

  เรื่องนี้แสดงถึงญาณหยั่งรู้ที่สุดแสนจะฉับไวของหลวงพ่อพรหม ท่านไม่ต้องนั่งสมาธิเพ่งอะไรเลย แค่ท่านมองนิดเดียวก็รู้ต้นสายปลายเหตุของบุคคลนั้นๆแล้ว(ข้าพเจ้าเจอกับตัวเองหลายครั้ง)

  ข้าพเจ้าคิดว่า ของวิเศษที่สุดของหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือนั้น คือความเมตตากรุณาที่หลวงพ่อมีให้ศิษย์ ทั้งยังเมตตาไปถึงผู้ที่ไม่ได้เป็นศิษย์ของท่านอีกด้วย


เรื่อง จากความทรงจำที่ข้าพเจ้าอยู่ในเหตุการณ์

ภาพ จากเลขโชคลายมือของหลวงพ่อที่ข้าพเจ้าเก็บรักษาไว้

ภาพหลวงพ่อพรหมจากสำเนาที่ทำต่อๆกันมา อ้างอิงได้จากหนังประวัติหลวงพ่อพรหมที่คุณธีรพล คงอาชาภัทร จัดพิมพ์





วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568

หลวงพ่อกับของวิเศษ 11.หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ.3

 


หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา

เรื่อง ประสบการณ์หลวงพ่อพรหมให้ของขวัญ ปีใหม่

  วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2567 ไป พ.ศ.2568 ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เพราะป่วยมาหลายสัปดาห์ พออยู่กับบ้านก็ระลึกอดีตไปเรื่อย นึกถึงงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อราวๆ40ปีก่อน ช่วงนั้นยังทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง มีงานเลี้ยงในวันสิ้นปีที่โรงแรมดังในกรุงเทพฯ แบบว่าบริษัทใจป้ำกล้าจัดงาน

  ในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้น แน่นอนว่าต้องมีการจับสลากแจกของขวัญ ซึ่งทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้หลายสิบรางวัล แต่ละรางวัลไม่ใช่ขรี้ๆ ล้วนเป็นของดีมีราคา เพราะขืนทางบริษัทแจกของขวัญกิ๊กก๊อก รับรองได้ว่าเหล่าพนักงานจะรุมด่าคณะกรรมการจัดงานอย่างแน่ๆ ขนาดแค่ของชำร่วยที่ไล่แจกในงาน ถ้าดูกระจอกยังโดนด่าเลย

  ข้าพเจ้าไม่เคยขาดงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของบริษัท ก็แมร่งเล่นจัดงานที่โรงแรมดังๆทุกปี อาหารชั้นยอดโชว์ชั้นเยี่ยม ของขวัญสุดเจ๋ง...แต่ ข้าพเจ้าไม่เคยได้ของขวัญเลย ไม่เคยได้แม้แต่ครั้งเดียวจนน่าแปลกใจ เพราะทำงานมาหลายปี คนเก่าๆเขาต้องเคยได้รางวัลจากการจับสลากของขวัญบ้างสักครั้ง ในสาขาที่ข้าพเจ้าอยู่นั้น มีข้าพเจ้าเพียงคนเดียวที่ไม่เคยได้เลย ทั้งๆที่ของขวัญรางวัลโคตรเยอะ

  ปีหนึ่งของเมื่อราวๆ 40ปีก่อน ในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในปีนั้นข้าพเจ้าเป็นกรรมการจัดงานกับเขาด้วย ไม่ได้นึกถึงเรื่องของขวัญรางวัลเพราะไม่เคยได้จนชินไปแล้ว ขณะที่นั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงาน บนเวทีก็มีการประกาศผู้ได้รับรางวัลของขวัญไปเรื่อยๆทีละชื่อ คือจะฉับสลากรางวัลไปเรื่อยๆเป็นระยะๆ เลขตรงกับใครก็ขึ้นไปรับของขวัญ ซึ่งก็ไม่มีชื่อข้าพเจ้า ก็เหมือนทุกๆปี

  อยู่ๆข้าพเจ้าก็นึกถึงหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ นึกแบบคุยกับท่านว่า....โอ้โฮ หลวงพ่อ..ผมอยู่บริษัทนี้มาตั้งหลายปี ยังไม่เคยได้ของขวัญงานปีใหม่อะไรกับเขาเลย หลวงพ่อเมตตาช่วยให้ผมได้ของขวัญด้วยนะ

  สักครู่โฆษกประกาศว่า ขี้เกียจประกาศทีละชื่อแล้ว เพราะเริ่มเมาเหล้ากันมาก ขอจับสลากประกาศรายชื่อรวบยอดรางวัลที่เหลือทั้งหมดเลย แล้วเรียกชื่อมารวดเดียวตามของขวัญที่เหลืออยู่สิบกว่ารางวัล ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ทั้งหมดเป็นของดีที่สุด...แล้วก็ประกาศเลขของข้าพเจ้าด้วย...ข้าพเจ้าสะดุ้ง นึกถึงหลวงพ่อพรหมทันที

คล้ายๆรุ่นนี้แต่น่าจะเก่ากว่า


  ของขวัญชุดสุดท้ายนี้ ยังไม่ประกาศว่าใครได้อะไร เพราะเสือกทำเป็นเกมว่า ให้ทุกคนลุ้นจับสลากวัดดวงด้วยตัวเองกับมือ ของขวัญราคาแพงพอๆกัน มีทั้งเหมาะกับผู้หญิงและผู้ชาย ข้าพเจ้าชอบเครื่องเสียงที่สุดฮิตในสมัยนั้นซึ่งมีอยู่รางวัลเดียวในงาน คือเครื่องเสียงโซนี่ที่เรียกว่า มินิคอมโป ส่วนรางวัลอื่นๆไม่อยากได้ไม่ถูกจริต แถมยังเป็นของขวัญแบบผู้หญิงๆด้วย ในที่สุดก็วัดดวงจับสลากกันทีละคน

  ถึงคิวข้าพเจ้าจะจับสลาก ก็ระลึกถึงหลวงพ่อพรหมว่า ไหนๆหลวงพ่อช่วยให้ผมได้มีโอกาสรับของขวัญในงานเลี้ยงบริษัท ก็ขอเป็นชุดเครื่องเสียงนะครับ อย่าให้ได้พวกน้ำหงน้ำหอมอะไรเลย (รางวัลน้ำหอมแพงๆมีหลายรางวัล โอกาสจับฉลากโดนมีเยอะมาก)) ขณะนั้นก็แอบเอามือทาบตรงหน้าอกที่มีเหรียญหลวงพ่อพรหมรุ่นนารายณ์ปี 09 แล้วล้วงลงไปในกล่องสลาก

  ขณะที่ล้วงลงไปในกล่องใส่สลากนั้นเอง ยังไม่ทันที่มือจะถึงก้นกล่อง อยู่ๆก็รู้สึกว่ามีอะไรเด้งลอยขึ้นมาติดฝ่ามือที่กางอยู่ ข้าพเจ้าจึงกำเอาไว้แล้วดึงมือออกจากกล่อง พอแบมือดูก็เป็นสลากหมายเลขของขวัญ ปรากฏว่าของขวัญชิ้นนั้นก็คือ ชุดมินิคอมโปของโซนี่ที่ข้าพเจ้าอยากได้นั่นเอง


  เท่ากับว่าข้าพเจ้าไม่ได้จับเลขรางวัล เพราะยังไม่ทันที่มือจะล้วงลงไปถึงกองกระดาษหมายเลขที่ม้วนอยู่ แต่กระดาษสลากรางวัลนั้น กลับลอยขึ้นมาติดฝ่ามือข้าพเจ้า...แบบนี้เจออภินิหารแบบจะๆตรงๆของหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือว่า ท่านให้ของขวัญปีใหม่

  วันปีใหม่ ข้าพเจ้าขับรถไปกราบหลวงพ่อพรหมที่วัด พอก้มกราบท่านเท่านั้น ท่านอมยิ้มพูดว่า...สมใจมึงแล้วมั๊ยล่ะ...ข้าพเจ้ารีบกราบหลวงพ่อพรหม ยิ้มแต้บอกท่านว่า..สมใจมากๆเลยครับ.. แล้วนึกว่า เราโชคดีมากๆที่ได้พบได้เป็นศิษย์ของ..หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ


ของขวัญปีใหม่อีกปีหนึ่ง

  ปีหนึ่งซึ่งจำไม่ได้ว่าก่อนที่ข้าพเจ้าได้รางวัลหรือหลังปีนั้น จำได้แค่ว่า  ในตอนเช้าวันสิ้นปีได้ไปกราบหลวงพ่อพรหม ระหว่างที่นั่งสนทนากับท่าน มีศิษย์ทยอยมากราบขอพรในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันมาก จนกระทั่งถึงเวลาที่หลวงพ่อจะฉันเพล ท่านก็ว่า...เดี๋ยวพวกมึงอยู่กินข้าวพระกันก่อนนะ

  ข้าพเจ้ามีธุระจะต้องรีบกลับ จะรอรับประทานอาหารคงจะกลับไม่ทันธุระ ขณะนั้นหลวงพ่อเริ่มก้าวจะเดินแล้ว ข้าพเจ้าจึงจับชายจีวรหลวงพ่อแล้วขอท่านว่า...หลวงพ่อ ผมขอเช็คไปให้แม่ด้วย...ท่านก็หัวเราะหึๆตามสไตล์ท่านว่า...ปู้โธ่ มึงไม่บอกตั้งแต่แรก เอ้า กูให้ไปทีเดียวดูกันเอง....พวกศิษย์ที่นั่งอยู่ต่างยิ้มดีใจ

 หลวงพ่อหันกลับไปฉีกเศษกระดาษมาเขียนเลข 2 ตัว ยื่นให้ข้าพเจ้า แล้วท่านเดินไปหอฉัน พวกศิษย์ต่างขอจดเลขกันไปแบบแฮปปี้สุดๆ หลายคนบอกว่าไม่รู้เลยว่าหลวงพ่อให้เลขได้ด้วย

บางทีท่านเขียนเลขมาแบบนี้ ศิษย์จะรู้ว่าท่านให้ตัวไหน


  วันนั้นข้าพเจ้าขอเลขไปให้แม่จริงๆ ศิษย์รุ่นเก่าจะรู้กันว่า ถ้าบอกหลวงพ่อว่า..ขอเช็ค..นั้นคือขออะไร และในที่สุดหวยปีใหม่ของปีนั้น ก็ออกมาตรงตามที่หลวงพ่อท่านให้มา ราวกับว่าท่านให้เช็คไปเบิกเงินกันเอาเอง..แม่ข้าพเจ้าถูกหวยในงวดนี้

  นี่คือเรื่องของขวัญปีใหม่ของหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ ที่ท่านเมตตามอบให้ศิษย์

ภาพหลวงพ่อพรหมนั่งรับสังฆทาน


ป.ล. สำหรับท่านที่ไม่มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อ และอยากได้ภาพของหลวงพ่อไว้บูชา ข้าพเจ้าขอเล่าเรื่องภาพหลวงพ่อพรหมรับสังฆทานให้ฟัง

  ว้นหนึ่งได้ไปถวายสังฆทานกับหลวงพ่อพรหม เมื่อถวายสังฆทานแล้วได้ขออนุญาติถ่ายภาพท่าน หลวงพ่อพรหมท่านว่า...เอ้า มึงถ่ายภาพกูให้สวยไปเลยนะ...แล้วหลวงพ่อก็ให้พรรับสังฆทานก่อน แล้วท่านนั่งยิ้มให้ข้าพเจ้าถ่ายภาพ ใช้กล้องฟิมล์ ASAHI PENTEX รุ่น SPOTMATIC

  ข้าพเจ้าถ่ายภาพหลวงพ่อพรหมนั่งรับสังฆทานไว้หลายภาพ พอถ่ายภาพเสร็จปรากฏว่า...หลวงพ่อท่านยังนั่งยิ้มนั่งนิ่งไม่กระคุกกระดิกอยู่จนนานเกิน 5 นาที จนข้าพเจ้าสงสัย จึงเข้าไปนั่งดูใกล้ๆขนาดชิดตัวท่าน หลวงพ่อก็ยังนั่งยิ้มๆนิ่งอยู่อย่างนั้น

  ข้าพเจ้าเข้าใจได้ในทันทีว่า...หลวงพ่อพรหมท่านเข้าสมาธิเข้าฌานอธิษฐานจิตให้ไว้ในการถ่ายภาพครั้งนี้แล้ว ภาพนี้จึงเป็นของวิเศษที่ท่านมอบให้ศิษย์ทั้งหลาย สามารถอัดภาพทำสำเนาต่อๆไปได้ เพราะท่านกำหนดอธิษฐานจิตไว้ในรูปนามดังภาพนี้แล้ว

  หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็จับแขนหลวงพ่อแล้วเขย่าๆเบาๆอยู่สักพัก หลวงพ่อท่านก็ถอนสมาธิ

  เมื่อข้าพเจ้าอัดภาพนี้ไปขอให้หลวงพ่อลงจารให้ โดยนำไป 2 ใบ ท่านก็ว่า..เออๆ ภาพนี้ดีแล้ว..ท่านหยิบปากกาเมจิกมาจารให้ ภาพที่มีกรอบกระดาษท่านจารให้ดังรูป ส่วนอีกภาพท่านจารไว้ที่ด้านหลังภาพ ข้าพเจ้าเก็บรักษาไว้จนบัดนี้

  ภาพหลวงพ่อพรหมนั่งรับสังฆทาน ทุกท่านสามารถอัดสำเนา หรือโหลดไฟล์ไปปริ๊นต์ภาพ แล้วอธิษฐานถึงหลวงพ่อพรหม เท่านี้ก็มีภาพหลวงพ่อพรหมไว้เป็นศิริมงคลยิ่ง

เรื่อง จากความทรงจำ

ภาพ หลวงพ่อพรหมรับสังฆทาน เป็นภาพที่ข้าพเจ้าถ่ายไว้เอง

       ภาพอื่นๆจากรูปที่เคยติดไว้ในกรอบที่กุฏิบ้าง และมีในหนังสือเล่มม่วงทึ่คุณธีรพล คงอาชาภัทรจัดพิมพ์ ภาพเก่าส่วนมากหาต้นตอเจ้าของภาพไม่เจอแล้ว






วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2567

หลวงพ่อกับของวิเศษ 9.หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ 2

 


หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

  เรื่องของหลวงพ่อพรหมนั้นข้าพเจ้าเล่าให้ฟังได้หลายตอน เพราะได้แวะไปกราบนมัสการท่านบ่อยๆ ทั้งยังมีประสบการณ์ของวิเศษหลวงพ่อพรหมหลายครั้ง และได้เคยคุยกับศิษย์ของหลวงพ่อที่เป็นเจ้าของประสบการณ์จริงอีกหลายคน ข้าพเจ้าเคยเขียนเล่าไว้ในนิตยสารอยู่หลายตอน ใครๆเขาก็เอาไปเล่าต่อในสื่อต่างๆกันมาก ทั้งข้อเขียนทั้งคลิป แต่น้อยรายมากที่จะให้เครดิตต้นทาง

  เรื่องราวหลวงพ่อพรหมกับของวิเศษ ข้าพเจ้าจะค่อยๆเล่าไปที่ละตอนตามโอกาสสะดวก สลับกับบทความอื่นๆบ้าง

หลวงพ่อพรหมกับหมาก 1 คำ

  เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับข้าพเจ้า เป็นเรื่องที่เกิดกับศิษย์วัดราชบพิธฯ กรุงเทพฯ ท่านเจ้าคุณรูปหนึ่งของวัดราชบพิธฯได้เล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่เกิดกับลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณ แล้วท่านผู้นี้กลับมาเล่าให้ท่านเจ้าคุณฟัง เรื่องนี้อาจจะไม่ตื่นเต้น แต่ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งมาก

  หลวงพ่อพรหมท่านมีความคุ้นเคยกับวัดราชบพิธฯมาก โดยสมเด็จพระสังฆราชวาสน์ พระองค์เป็นคนอยุธยา และรู้จักคุ้นเคยกันกับโยมบิดาของหลวงพ่อพรหมด้วย ถึงขนาดว่าเสด็จมางานฌาปนกิจโยมบิดาของหลวงพ่อพรหม ในครั้งนั้นยังเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และพระองค์ทราบถึงคุณวิเศษของหลวงพ่อพรหมเป็นอย่างดี ถึงกับไว้วางใจให้หลวงพ่อพรหมอธิษฐานจิตวัตถุมงคลหลายครั้ง

  ท่านเจ้าคุณรู้จักหลวงพ่อพรหมก็เพราะ ท่านเจ้าคุณเคยเป็นพระรับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระสังฆราขวาสน์นั่นเอง ทั้งยังเคยเห็นคุณวิเศษหลวงพ่อพรหมหลายครั้ง และศิษย์วัดราชบพิธฯรุ่นเก่าจะรู้จักหลวงพรหมด้วย มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อพรหมหลายอย่าง

  วันหนึ่งแวะได้สนทนากับท่านเจ้าคุณ พอคุยถึงพระอาจารย์ที่เคยมาเสกปลุกวัตถุมงคลที่วัดราชบพิธฯว่า ท่านเจ้าคุณเคยเจอที่เจ๋งๆบ้างไหม ในตอนนั้นท่านเจ้าคุณยังไม่รู้ว่าข้าพเจ้านับถือหลวงพ่อวัดขนอนเหนือ

  ท่านเจ้าคุณเล่าว่า ต้องหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ สมเด็จพระสังฆราชวาสน์ยังเชื่อถือเลย หลวงพ่อพรหมมีวิทยาคมสูงมากอำนาจจิตแก่กล้าสุดๆ แบบนี้ขั้นอภิญญาแล้ว รู้วาระจิตมีตาทิพย์ ข้าพเจ้าถามท่านเจ้าคุณว่ารู้ได้อย่างไร ท่านจึงเล่าให้ฟังว่า



  วันหนึ่งลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณเกิดขัดสนไม่มีเงินใช้ นึกไปนึกมาก็จำได้ว่า หลวงพ่อพรหมให้เลขเด็ดได้ ก็เลยตัดสินใจเดินทางไปวัดขนอนเหนือเพื่อไปกราบหลวงพ่อพรหมแล้วขอเลขโชคลาภ แต่เพราะความขัดสนไม่มีเงินสุดๆในขณะนั้น จึงไม่มีเงินที่จะซื้อของไปถวายหลวงพ่อ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินพอแค่ค่าตั๋วรถไปกลับเท่านั้น เลยจนปัญญาที่จะหาของไปถวาย หรือแม้แต่ซองปัจจัยก็ไม่มี

  ขณะที่เดินไปป้ายรถเมล์เพื่อจะขึ้นรถเมล์ไปลงสถานีหมอชิต ได้เดินผ่านแผงขายดอกไม้ที่มีหมากพลูจัดเป็นชุดไว้ขาย ท่านผู้นี้นึกอยากซื้อหมากพลูไปถวายหลวงพ่อพรหม แต่ขณะนั้นเหลือเงินแค่ 1 บาท จึงซื้อหมากพลูทั้งชุดไม่ได้ ความอยากมีของไปถวายหลวงพ่อ จึงถามแม่ค้าว่า...เหลือเงิน 1 บาท ขอซื้อหมากคำหนึ่งจะได้ไหม....แม่ค้าก็ใจดียอมขายให้

  ศิษย์วัดราชบพิธฯท่านนี้ดีใจรับเอาหมาก 1 คำนั้นมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แล้วจึงเดินทางไปวัดขนอนเหนือ ระหว่างทางก็นึกไม่สบายใจที่มีแค่หมากพลูเพียง 1 คำไปถวายหลวงพ่อ

  เมื่อไปถึงจุดลงรถหน้าทางเข้าวัด ท่านผู้นี้เกิดรู้สึกอายที่มีหมากมาถวายแค่ 1 คำ จึงลังเลที่จะเข้าไปหาหลวงพ่อพรหม เกิดเปลี่ยนใจจะขึ้นรถ บ.ข.ส.กลับกรุงเทพฯ แต่ความเดือดร้อนขัดสนไม่มีเงินในขณะนั้น จึงจำตัดสินใจหวังพึ่งเลขเด็ดจากหลวงพ่อ เพราะไม่เห็นหนทางทางทางอื่นแล้ว

  ขณะที่เดินเข้าวัด มือก็จับกระเป๋าเสื้อที่มีหมากพลู 1 คำนั้น นึกอายตัวเองนึกเกรงใจหลวงพ่อ ลังเลที่จะถวายหมาก 1 คำ...เดินไปก็กุมประเป๋าเสื้อที่มีหมาก 1 คำไปด้วยจนถึงกุฏิหลวงพ่อพรหม ปรากฏว่าประตูกุฏิปิดแล้ว มาช้าเกินไป

  ท่านผู้นี้เดือดร้อนเงินทองจริงๆ กะว่าหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือเป็นที่พึ่งสุดท้าย จะขอเลขเด็ดไปแทงหวย แต่กุฏิหลวงพ่อปิดแล้ว ทั้งตนเองยังมีแค่หมากพลู 1 คำมาถวายหลวงพ่อแค่นั้น อายหลวงพ่อมาก กลัวหลวงพ่อพรหมจะไม่รับ ศิษย์วัดราชบพิธฯท่านนี้จึงหันกลับ ตัดสินใจจะเดินทางกลับบ้าน


  ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงก๊อกแกร๊กๆตรงหน้าต่างกุฏิ พอหันกลับไปมอง ปรากฏว่าว่า....หลวงพ่อพรหมแง้มหน้าต่างแล้วยื่นมือออกมา ท่านพูดว่า...มึงเอาหมากมา

  ท่านผู้นี้งงๆแต่ก็รีบหยิบหมาก 1 คำออกมาถวายโดยใส่ในฝ่ามือหลวงพ่อพรหม หลวงพ่อรับหมากพลู 1 คำแล้วฉันหมากเดี๋ยวนั้น (ซึ่งที่จริงหลวงพ่อไม่ฉันหมาก)

  และแล้ว หลวงพ่อพรหมยืนมือออกมาอีก โดยมือกำอะไรไว้บางอย่าง ท่านพูดว่า...มึงเอาไป....แล้วท่านก็ปิดหน้าต่าง

  ปรากฏว่าว่าสิ่งที่หลวงพ่อพรหมยื่นให้นั้น คือ เศษกระดาษชิ้นหนึ่ง มีตัวเลขอยู่ 3 ตัว...ศิษย์ท่านเจ้าคุณไม่ได้คุยเรื่องมาขอเลขอะไรกับหลวงพ่อเลย ไม่ทันได้เอ่ยปากขอเลขโชคลาภ แต่หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือที่อยู่ในกุฏิกลับทราบเรื่องราวความเดือดร้อนของท่านผู้นี้ ทราบว่ามาพร้อมหมากพลู 1 คำ และมาขอเลขโชคลาภ

  ในที่สุดท่านผู้นี้ก็กลับไปหาเงินมาซื้อเลขนี้ และถูกตรงๆ ได้เงินไปแก้ไขความเดือดร้อนได้

  นี่แหละคือ หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ

เรื่อง จากคำบอกเล่าของท่านเจ้าคุณ

ภาพ จากกรอบเดิมของวัด และหนังสือประวัติหลวงพ่อพรหมเล่มม่วง ข้าพเจ้าเขียน รวมกับฉบับของคุณประเสริฐ เรืองสุรัตน์ จัดทำโดยคุณ ธีรพล คงอาชาภัชร


วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2567

หลวงพ่อกับของวิเศษ 5...หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ.1

 



หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธย

แหวนพิรอดหลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ

  เรื่องของแหวนพิรอดของหลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ ข้าพเจ้าเคยเล่าไว้ในหลายที่ แต่ไม่ได้รวบรวมเรื่องของแหวนพิรอดเอาไว้ให้เป็นเรื่องเดียว พอเกิดเหตุคอมพิวเตอร์โดนไวรัสโจมตี ไฟล์งานเปิดไม่ได้  แถมยังเป็นไปได้ว่าคงสูญเสียไฟล์แน่ๆ จึงต้องค่อยๆนึกรวมเรื่องราวเอามาเล่าไว้อีกครั้ง โดยจะรวมเรื่องของแหวนพิรอด(ซึ่งทำมาในรูปแบบแหวนปลอกมีด) เอามารวมไว้ในตอนเดียว พร้อมทั้งเรื่องที่เพิ่งนึกออกด้วย

แหวนพิรอด แหวนปลอกมีด หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ

  หลวงพ่อพรหมท่านได้สร้างวัตถุมงคลในรูปแหวนพิรอดมาตั้งแต่ท่านยังหนุ่ม แรกๆก็เป็นแหวนพิรอดแบบดั้งเดิม ที่ทำจากผ้าตีเกรียวถักหัวแหวนเป็นเงื่อนพิรอด มีทั้งที่เป็นแหวนพิรอดแขนและแหวนพิรอดนิ้ว มีประสบการณ์คุ้มครองป้องกันภัยเป็นที่เลื่องลือ ต่อมามีการทำแหวนพิรอดออกมาในแบบแหวนโลหะ ที่นิยมกันมากก็เป็นแหวนรูปทรงโบราณง่ายๆ แบบที่เรียกว่า แหวนปลอกมีด

  ข้าพเจ้าเคยมีประสบการณ์อภินิหารแหวนพิรอดของหลวงพ่อพรหมหลายครั้ง ทั้งยังได้คุยกับมิตรสหายที่เคยพบอภินิหารแหวนพิรอดแหวนปลอกมีดของหลวงพ่อพรหม เจ้าของประสบการณ์เล่าให้ฟังด้วยตัวเอง ไม่ใช่แบบเขาเล่าว่าโดยที่ไม่รู้ว่าคือเขาคนไหน ประสบการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องจริง

1.อภินิหารแหวนครองพิภพ เรื่องเล่าแหวนวิเศษของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ

   เรื่องนี้คนขับแท็กซี่ได้เล่าให้ฟัง ข้าพเจ้าเรียกแท๊กซี่ไปส่ง ระหว่างที่คุยกันแกเล่าว่า พระที่แกนับถือคือ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง กับ หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ เพราะเจอประสบการณ์มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งที่หวาดเสียวที่สุดเป็นเรื่องที่เกิดกับลูกชาย ซึ่งแกมอบแหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหมให้ลูกชายสวมนิ้วไว้

  แกเล่าว่า ลูกชายพาแฟนไปเที่ยวน้ำตก (จำไม่แม่นแล้ว ประมาณน้ำตกพริ้วหรือน้ำตกเขาชะเมา) แกว่าลูกชายกับแฟนดันปีนขึ้นไปเล่นบนน้ำตกชั้นบนที่คนไม่ค่อยขึ้นไป และเป็นฤดูน้ำหลากเสียด้วย

  ขณะที่เล่นน้ำกันอยู่ดี ๆ ก็เกิดเป็นตะคริว จึงค่อย ๆ ไหลไปตามกระแสน้ำ คนที่ไปเที่ยวด้วยกันวิ่งมาช่วยไม่ทัน ทั้งลูกชายกับแฟนพยายามเกาะตัวกันไม่ให้หลุด แต่ก็ไหลไปตามน้ำจนเกือบถึงหน้าผาน้ำตก

  อภินิหารแหวนครองพิภพก็ได้ปรากฏ..ทั้งสองคนจะไหลตกหน้าผา อยู่ ๆ มือก็ไปสะดุดกับหินใต้น้ำ คือท้องแหวนพิรอดไปเกี่ยวกับแง่งหินเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้น้ำมองไม่เห็น ร่างที่จะตกหน้าผาน้ำตกจึงหยุดค้าง จนมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน

  ลุงแท็กซี่แกไม่รู้ว่าข้าพเจ้าเป็นศิษย์หลวงพ่อพรหม แกว่าแหวนที่ลูกชายใส่นั้นไม่รู้ว่าผ่านการควักจิ๋มมาแล้วสักเท่าไหร่ เพราะลูกเจ้าชู้ ชอบล้วง ๆ ควัก ๆ ไม่เลือก แหวนถูโดนจิ๋มมาเยอะ ไม่ยักจะเสื่อม หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือนี่แน่จริง ๆ

บังเอิญหรืออภินิหาร ประสบการณ์เหมือนกับที่เกิดกับข้าพเจ้าเลย (ยกเว้นเรื่องใส่แหวนไปควักจิ๋ม)

แหวนปลอกมีด ล.พ.พรหมวัดขนอนเหนือ


2.อภินิหารแหวนครองพิภพ เรื่องเล่าแหวนวิเศษ ของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ

จากความทรงจำ... ข้าพเจ้ามีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนนับถือศาสนาคริสต์ แต่เจ้านี่ชอบดูถูกเหยียดหยามศาสนาพุทธ ยิ่งข้าพเจ้าชอบเรื่องเครื่องรางของขลัง มันก็ยิ่งว่าโคตรงมงาย เวลาที่มันมาว่าศาสนาพุทธนั้น หลายเรื่องเราเถียงมันไม่ได้เลย เพราะพวกนี้มีวิธีพูดในเรื่องที่เราไม่กล้าเถียง ประมาณว่ามีการยกเรื่องดังกล่าวมาสอนให้โต้เถียงชาวพุทธ ข้าพเจ้าเคยเจอเรื่องทำนองนี้จากเพื่อนต่างศาสนา แต่เขาพูดเรื่องเดียวกัน

  อยู่ ๆ วันหนึ่ง เพื่อนคนนี้แวะมาหาที่บ้านแล้วเล่าว่า พี่เขยโดนคุณไสย ขอให้ข้าพเจ้าช่วยพาไปหาพระที่เก่ง ๆ ช่วยแก้ให้หน่อย ตอนนั้นอยากจะเยาะเย้ยมันว่า ทำไมมึงไม่เอาขนมปังกรอบและน้ำมนต์ของพระเจ้าในพิธีโบสถ์คริสต์ให้พี่เขยมึงกิน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่ามันเคยเยาะเย้ยเราเรื่องพุทธไว้มากแล้วเรารู้สึกไม่ดี ครั้งนี้ก็อย่าไปกล่าวล่วงถึงศาสนาของเขาจะดีกว่า พอคิดได้ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรมันไป ได้แต่ถามมันว่า มึงไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์แล้วคราวนี้ทำไมมึงถึงว่าพี่เขยโดนของ

  เพื่อนเล่าว่า... พี่มันป่วยแบบแปลกประหลาด คือบางทีอยู่ ๆ ก็เกิดอาการหวาดผวา บางทีปวดร้าวทั่วร่าง บางทีเหมือนเจ็บที่หัวใจ ไปหาหมอหลายครั้งก็รักษาไม่หาย พอมาตอนหลังอาการยิ่งแปลกสุด ๆ จึงเชื่อว่าโดนทำคุณไสยจากผู้หญิง คือปัญหาชู้สาวของพี่เขยนั่นเอง

  เพื่อนเล่าอาการพี่เขยต่อว่า... ตอนหลังมานี้เกิดอาการเจ็บปวด หมดแรง และเกิดเหตุเล็บดำ อึดอัด หายใจลำบาก ตอนที่เจ็บครั้งหลังนี้เหมือนเจ็บลามขึ้นหัวใจ แล้วเล็บจะดำขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนคนที่เล็บช้ำ ๆ

  พอถึงขั้นเล็บดำนี้ พี่เขยและพี่สาวได้ตระเวนหาอาจารย์ไสยศาสตร์รักษา แต่ก็ไม่หาย ต่อมาไปหาอาจารย์ทางพรหมศาสตร์ท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้ก็แน่จริง รักษาได้ แต่ถอนของแล้วอีกไม่นานก็โดนของอีก และแก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ คือแก้ได้ แต่ป้องกันไม่ได้ จนถึงขั้นเล็บดำ แก้ไม่ไหวแล้ว

  เพื่อนจึงนึกถึงข้าพเจ้า มันบอกว่าทีแรกก็ว่าจะมาหา แต่นึกถึงที่เคยหาว่า พุทธและเครื่องรางของขลังเป็นเรื่องงมงาย มันเลยอายไม่กล้ามาหา แต่คราวนี้หมดปัญญาจริง ๆ จึงบากหน้ามาหา ขอให้หาพระเก่ง ๆ ช่วย

  ตอนนั้นยังไม่สะดวกพาไปหาหลวงพ่อพระอาจารย์ต่าง ๆ ที่รู้จัก แต่รู้ว่าเรื่องนี้รอไม่ได้ เพราะพี่เขยเพื่อนทรมานและหวาดกลัวมาก ถึงขั้นเริ่มป้ำ ๆ เป๋อ ๆ แล้ว

หลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว

  ข้าพเจ้านึกถึงหลวงพ่อพรหม และนึกไปถึงว่า... จะอย่างไรก็ดี เพื่อน และพี่สาว พี่เขย เป็นคริสต์ จะให้พระเครื่องไปคงไม่เหมาะ เลยหยิบแหวนพิรอดรุ่นหนึ่งที่คุณประเสริฐ เรืองสุรัตน์ สร้างถวายหลวงพ่อให้ไป บอกว่าให้เอาไปใส่ไว้ อย่าถอด แล้วนัดวันที่จะพาไปหาหลวงพ่อพรหม

หลังจากนั้นเพื่อนก็เงียบหายไปหลายวัน พอถึงวันนัดที่จะไปกราบหลวงพ่อ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า... พอพี่เขยใส่แหวนพิรอดก็สะดุ้งงง ๆ แล้วกลับมาพูดคุยรู้เรื่อง อาการที่เล็บดำก็ประหลาด คือสีเล็บที่ดำ ๆ นั้นค่อย ๆ จางลงออกไปทางปลายเล็บ (คือคุณไสยถูกคัดออกไป) บางทีคล้ายจะเกิดอาการเหมือนแหวนรัดนิ้ว คับนิ้วจนรู้สึกได้ ลักษณะสภาพแวดล้อมเหมือนตอนที่จะโดนของ แต่แหวนรัดนิ้วแล้วไม่เกิดเรื่องร้าย จึงเชื่อว่าแหวนพิรอดป้องกันคุณไสยได้

พอพาไปกราบหลวงพ่อพรหม ยังไม่ทันได้เล่าให้หลวงพ่อพรหมฟังเลย ท่านมองหน้าพี่เขยเพื่อนแล้วหัวเราะว่า... เออ ๆ หายแล้ว ๆ หมดเคราะห์หมดโศกกันเสียที ต่อไปมึงก็อย่าเจ้าชู้

  หลวงพ่อไม่ได้ทำพิธีอะไรเพิ่มให้ คุณไสยถูกล้างหายแค่ใส่แหวนพิรอดนวโลหะแค่วงเดียว

ภาพปกหนังสือประวัติหลวงพ่อพรหม เล่มคุณประเสริฐ จัดพิมพ์


3.แหวนปลอกมีด หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ

  เมื่อปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 นี้เอง ข้าพเจ้าผู้เขียนมีประสบการณ์คุณวิเศษวัตถุมงคลของหลวงพ่อพรหม ครั้งนี้เจอเข้ากับตัวเองเลยทีเดียว ทั้งเนื้อทั้งตัวมีของขลังติดตัวแค่แหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหม รับมาจากมือหลวงพ่อ ได้สวมแหวนเนื้อเงินและนวโลหะที่นิ้วมือขวา ปกติก็จะใส่แหวนแบบนี้มาโดยตลอด

ตอนตี 4 ของวันนั้น อยู่ ๆ ก็มีเสียงของตกลงพื้นเสียงดัง พอได้ยินก็รู้ว่าเป็นจานกระเบื้องแน่ ๆ เสียงถึงขนาดนี้  พอเข้าไปดูที่หลังบ้าน ก็เห็นเศษจานกระเบื้องแตกเกลื่อนพื้น จานกระเบื้องใบนี้ข้าพเจ้าวางไว้บนเตาแก๊ส

เมื่อเห็นว่าจานกระเบื้องร่วงจากเตาแก๊สจริง ๆ ก็งง ๆ ว่ามันหล่นลงมาได้อย่างไร ก็เราวางไว้ดี ๆ แล้วนี่หว่า... จะว่ามีหนูมาเบียดชนจานจนจานตกลงจากบนเตาแก๊สก็ไม่น่าเป็นไปได้ ข้าพเจ้าจึงมอง ๆ ดูแถวพื้นใต้เตาแก๊ส ใต้โต๊ะ พอมองดูดี ๆ ก็ต้องสะดุ้ง เพราะมองเห็นงูเหลือมกำลังเลื้อยอยู่ กะขนาดว่างูเหลือมตัวนี้ยาวราว ๆ ร่วม 5 เมตร ขนาดตัวใหญ่หนาประมาณแขนคนตัวใหญ่ๆ

งูตัวนี้แหละ

งูเหลือมดันเลื้อยไปอยู่ที่ใต้โต๊ะตรงมุมหลังบ้าน ข้าพเจ้าจึงรีบหาอุปกรณ์มาทำบ่วงจับงูเดี๋ยวนั้น โดยใช้ด้ามของไม้ถูพื้นที่เป็นท่อกลวง แล้วเอาเชือกร่มร้อยเข้าไปให้ปลายเชือกไปโผล่ที่ปลายด้ามไม้ถูพื้น แล้วผูกเป็นเงื่อนรูดที่ปลายท่อ วิธีการนี้ถ้าเราคล้องบ่วงเข้าที่หัวงูได้แล้ว พอดึงเชือกจากปลายท่ออีกด้าน เชือกก็จะรัดงูให้ติดคาอยู่กับปลายท่ออีกด้านหนึ่ง...

พอทำเครื่องมือจับงูเสร็จ ก็พยายามที่จะยื่นปลายไม้ถูพื้นที่มีบ่วงโผล่ที่ปลายท่อ ให้บ่วงนี้ไปคล้องที่บริเวณคอของงูเหลือมให้ได้ ปรากฏว่าเจ้างูเหลือมมันฉกเข้าที่บ่วง เอาบ่วงคล้องงูไม่สำเร็จสักที เพราะงูเหลือมส่ายหัวหลบ แถมบางจังหวะยังฉกสู้อีกด้วย จนในที่สุดไอ้เจ้างูเหลือมดันหนีเข้าไปขดตัวอยู่หลังกองหนังสือ ซึ่งเป็นที่นั่งประจำของข้าพเจ้าเสียด้วย เจ้างูเหลือมมันแทรกตัวเข้าไปอยู่ในช่องว่างระหว่างฝาผนังกับโต๊ะหนังสือ โดยมีประตูมุ้งลวดที่ถอดวางพิงผนังบังตัวงูอยู่

ข้าพเจ้าพยายามเอาบ่วงคล้องงูจนสำเร็จแต่เจ้างูเหลือมมันดึงตัวสู้ งูดึงจนบ่วงที่รัดตัวงูถึงขั้นเริ่มรูดจากตัวงูเหลือมไปเรื่อย ๆ จนตำแหน่งของบ่วงไหลไปจนเกือบถึงช่วงปลายหาง บางทีก็โผล่หัวออกมาฉกเชือกร่มด้วย

เอาล่อเอาเถิดกับงูเหลือมจนสว่าง จวนจะได้เวลาที่ต้องเตรียมตัวไปส่งลูกที่มหาวิทยาลัย ถ้าปล่อยงูเหลือมอยู่อย่างนี้ พอข้าพเจ้าไปส่งลูกแล้วกลับมาที่บ้าน ก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่างูเหลือมมันเลื้อยออกจากบ้าน หรือมันยังแอบซ่อนอยู่ในบ้าน ซึ่งอย่างหลังนี้อันตรายมาก ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจที่จะเอามือจับงูเหลือมยัดใส่ถุงขยะ ตอนนั้นก็เสียว ๆ แหยง ๆ แต่มันจำเป็น

ข้าพเจ้าขยะแขยงที่จะจับโดนตัวงูเหลือม เลยเอาถุงมือพลาสติกบาง ๆ มาสวมมือทั้งสองข้าง เอาถุงดำมาวางใกล้ ๆ พอเริ่มดึงเชือกที่รัดท่อนหางงูเหลือม เจ้างูเหลือมก็สู้อีก ในที่สุดด้วยความร้อนใจและยั๊วะเจ้างูเหลือมมาก ข้าพเจ้าจึงเอามือจับหางงูเหลือมแล้วลากออกจากซอกที่มันซ่อนตัว...

ขณะที่จับหางงูเหลือมแล้วลากออกมานั้นเอง ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจว่าทำไมงูมันไม่สู้แล้ว เพราะดึงงูออกมาแบบสาวเชือกง่าย ๆ (ขยะแขยงที่รู้สึกว่าตัวมันลื่น ๆ เย็น ๆ เหม็นสาบคาว ๆ) พอสาวงูเหมือนสาวเชือก มือหนึ่งก็จับหางยัดลงถุงดำ อีกมือก็ดึงลากงูออกมาเรื่อย ๆ

จังหวะสุดท้ายที่ลากงูเหลือม ช่วงหัวงูดันโผล่ออกมาห่างข้อมือแค่ไม่เกิน 2-3 นิ้วฟุต ตอนนั้นข้าพเจ้าตกใจเหมือนกัน รีบเอามือจับช่วงคองูเหลือม แต่จับพลาด ดันไปจับให้งูมีระยะที่จะม้วนมาฉกได้ ระยะฉกข้อมือและห่างใบหน้าแค่ 1 ฟุต

แต่แล้ว... ข้าพเจ้าเพิ่งสังเกตเห็นเรื่องแปลกว่า ตอนที่สาวลากงูเหมือนสาวเชือกนั้น ตอนที่ดึงส่วนที่เป็นเชือกนั้น เจ้างูเหลือมมันสู้ แต่พอใช้มือจับโดนตัวงูเหลือม เจ้างูเหลือมไม่สู้ซะงั้น หางงูไม่รัดแขนขาข้าพเจ้าเลย จับโดนช่วงคองูที่จับพลาดจนทำให้มีระยะงูฉก แต่งูเหลือมมันนิ่งไปเฉย ๆ เหมือนมันหมดแรงเหี่ยวเฉา ตอนนั้นเองที่ข้าพเจ้านึกถึงแหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหม ที่สวมนิ้วมือข้างที่จับคองู เห็นเลยว่างูมันเหี่ยวเฉาแบบหมดแรง

สุดท้ายก็เอางูเหลือมตัวใหญ่ยัดลงถุงดำ เหมือนกับเอากองเชือกใส่ถุงได้ง่าย ๆ งูเหลือมไม่มีปฏิกิริยาทางกายภาพอะไรเลย ไม่ดิ้น ไม่บิดตัว ไม่ขดตัว ลองนึกถึงตอนเราเก็บม้วนเชือกหรือสายยางท่อน้ำ ก็ประมาณนั้น หลังจากนั้นก็เอากระดาษมาเขียนว่า “งูเหลือม” แปะกระดาษไว้ที่ถุง แล้วเอาไปวางไว้ในถังขยะหน้าซอย โดยบอกเจ้าหน้าที่ว่า จับงูเหลือมตัวใหญ่ยัดใส่ถุงมาให้เรียบร้อย

เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องเป็นอภินิหารของวิเศษของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ อย่างแน่นอน งูเหลือมตัวใหญ่ยาวเกือบ 5 เมตร กลับหมดฤทธิ์ไปอย่างกระทันหัน จนข้าพเจ้าจับยัดลงถุงดำได้อย่างง่าย ๆ แหวนปลอกมีดที่ข้าพเจ้าใส่ ก็คือแหวนวงที่ 2 และ 3 นับจากซ้าย

แหวนที่ใส่ตอนจับงูเหลือม


4.อภินิหารแหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหม

  เรื่องนี้เกิดขึ้นกับรุ่นน้องที่ข้าพเจ้ามอบแหวนพิรอดหลบในให้ไป รุ่นนี้เป็นแหวนปลอกมีดรุ่น 2 ที่คุณประเสริฐ เรืองสุรัตน์ สร้างถวายหลวงพ่อพรหม

  รุ่นน้องคนนี้เป็นนักเที่ยว ชอบเที่ยวหญิงบริการ มักจะไปกับคู่หูซึ่งก็เป็นรุ่นน้องของข้าพเจ้าเหมือนกัน  การเที่ยวของสองคนนี้ เที่ยวทั้งโสเภณีโรงแรม ซ่องต่างจังหวัด อาบอบนวด โรงน้ำชา เที่ยวสาวบาร์ เขาจะไปกันสองคนเป็นเพื่อนรักกัน

  เจ้าคนที่ข้าพเจ้ามอบแหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหมให้ไปนั้น เคยมาสอบถามข้าพเจ้าว่า..เผลอไปล้วงจิ่มผู้หญิงหลายคน แหวนโดนจิ่มหญิง แหวนของหลวงพ่อนี้จะเสื่อมไหม...ข้าพเจ้าตอบว่า..ไม่มีวันเสื่อม

  วันเวลาผ่านไป รุ่นน้องสองคนนี้ก็ยังเที่ยวผู้หญิงอยู่เป็นประจำ ในที่สุด...รุ่นน้องสองคนนี้ คนหนึ่ง..ติดโรคเอดส์...

  คนที่รอดจากการติดโรคเอดส์ คือคนที่ใส่แหวนปลอกมีดหลวงพ่อพรหม

  รุ่นน้องคนนี้เล่าว่า...ความจริงแล้วคนที่ควรจะติดโรคเอดส์ก็คือตัวเขา แต่เขารอดมาได้เพราะ...อภินิหารแหวนหลวงพ่อพรหมช่วยไว้แน่ๆ...เขาเล่าว่า วันที่ไปเที่ยวสาวบาร์ เขาถูกใจสาวคนหนึ่งมากๆ ส่วนเพื่อนก็เลือกสาวอีกคนหนึ่งมานั่งดริ๊งส์ ก็กอดจูบลูบไล้นัวเนียกันไป

  ขณะที่เขาล้วงจะจับจิ๋ม อยู่ๆก็นึกถึงว่าใส่แหวนพระอยู่ เป็นแหวนพระอาจารย์ของหัวหน้าด้วย ก็เลยรู้สึกไม่ดีว่าเคยใส่แหวนจับโดนจิ๋มสาวๆหลายคน เหมือนไม่เกรงใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย เขาจึงถอดแหวนออกจากนิ้ว แปลกที่ถอดแหวนไม่ออก ทั้งๆที่แหวนก็ไม่ได้คับนิ้วอะไรเลย แต่ความหื่นอยากล้วงจิ๋มมีมากอยากล้วงอยากจับจิ๋มสุดๆ ก็เลยรีบไปเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะฟอกสบู่ให้นิ้วลื่นๆจะได้ถอดแหวนออก

  เจ้านี่พยายามถอดแหวนเท่าไรก็ถอดไม่ออก เลยกลับมาที่โต๊ะ  ปรากฏว่าเจ้าเพื่อนดันขอเปลี่ยนคู่มานัวเนียกับสาวบาร์ที่ตัวเขาเลือกไว้ตั้งแต่ทีแรก ด้วยความรักเพื่อนก็เลยแลกคู่กัน เจ้าคนนี้ไปนัวเนียกับสาวอีกคน รุ่นน้องสองคนนี้ควงสาวบาร์สองคนนี้เป็นแฟนกันตลอดมา

  พอวันรุ่งขึ้น ถอดแหวนปลอกมีดได้ง่ายๆซะงั้น

  วันเวลาผ่านไป สองคนนี้ก็ยังเที่ยวอยู่ ยังเที่ยวสาวบาร์คู่เดิม..ผ่านไปราวๆหนึ่งปี เรื่องก็เกิด...สาวคนหนึ่งเป็นโรคเอดส์...ก็คือสาวคนที่รุ่นน้องที่ใส่แหวนหลวงพ่อพรหมเลือกไว้ทีแรก แต่เกิดการเปลี่ยนคู่ เพื่อนที่ขอแลกหญิงจึงติดโรคเอดส์ไปด้วย...รุ่นน้องที่ใส่แหวนหลวงพ่อพรหมจึงรอดจากโรคเอดส์

  รุ่นน้องที่ใส่แหวนหลวงพ่อพรหมรอดจากโรคเอดส์เพราะ...มัวเข้าห้องน้ำไปถอดแหวนเพื่อจะมาจับจิ๋มสาวที่เป็นเอดส์ ซึ่งถ้าจับแล้วก็ต้องร่วมเพศต่อแน่นอน แล้วเพื่อนอาศัยจังหวะนี้เปลี่ยนคู่ตัดหน้าไปอย่างฉิวเฉียด เพื่อนเลือกสาวบาร์ที่เป็นเอดส์แทน....ต่อมารุ่นน้องที่ติดเอดส์ก็เสียชีวิต

  ลองคิดดูว่าเรื่องนี้ เป็นอภินิหารหรือไม่



เรื่อง...จากความทรงจำ
ภาพ จากหนังสือประวัติหลวงพ่อพรหม และภาพที่ข้าพเจ้าถ่ายไว้