วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปัดฝุ่นเรื่องเก่าไทย.27 ตะกรุดสาลิกา

 

ตะกรุดสาลิกา  Charm amulet

  นั่งติดฝนที่สภากาแฟ สภาจึงเปิดทำงานล่วงเวลาต่อไป วงสนทนาท่ามกลางสายฝนพรำๆสนทนาเรื่องไร้สาระ ไปๆมาๆไอ้เนี้ยวถามถึงเรื่องของขลังใช้จีบสาวอีกแล้ว ดูมันจะมุ่งมั่นเรื่องจีบสาวโดยพึ่งไอเท็มพิเศษเสียจริงๆ เขกหัวมันไปที แต่ลุงเพื่อนร่วมวงสนทนากับโกเจ้าเก่าสนับสนุนให้เล่า ก็เล่าให้ฟังเท่าที่จำได้ เล่าไปแล้วก็เลยบันทึกความทรงจำเล่าสู่กันฟังกันลืม

ตะกรุดสาลิกา-สาริกา

  สมัยโบราณที่มีความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาเครื่องรางของขลัง จะมีวิทยาคมใช้ในทุกๆด้าน แยกประเภทการใช้ไปตามจุดมุ่งหมายด้วย ถ้าจะให้เป็นด้านเจรจาขายของหรือทางเจ้าชู้ ก็มีวิทยาคมใช้อยู่หลายแบบ แบบหนึ่งที่โด่งดังก็คือวิทยาคมสาลิกา

 ข้าพเจ้าเคยเห็นตะกรุดสาลิกามาตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมต้น เห็นเขาใส่พานให้ทำบุญในงานวัดที่บ้านมารดาที่ จ.ปราจีนบุรี ลักษณะเป็นตะกรุดทองแดงขนาดประมาณ 1 ซ.ม. หลวงน้าบอกว่า..อันน้อยนี่ตะกรุดสาลิกาไว้เกี้ยวสาว..แล้วหลวงน้าหัวเราะลั่นว่า..เจ้ายังตัวน้อยบ่ต้องใช้หรอก...ข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าเกี้ยวสาวคืออะไร พอมองดูของในพานยังมีแบบที่ใส่ไว้ 2 ดอกหลังพระเครื่องรูปแม่นางกวักเลี่ยมพลาสติก หลวงน้าบอกว่านี่ตะกรุดสาลิกาคู่ และมีแบบที่เป็นตะกรุด 3 ดอกอยู่ด้านหลังรูปพระประจำวันเกิด หลวงน้าบอกว่า นี่ตะกรุดสาลิกาสามกษัตริย์ ข้าพเจ้าเห็นมีตะกรุดตั้ง3ดอกเลยทำบุญเช่าไว้ สมัยนั้นทำบุญ 3 บาท วัตถุมงคลเหล่าหลวงปู่เคนถ้ำเขาอีโต้เสกปลุกให้ ตอนนั้นจำว่าตะกรุดเล็กๆเรียกว่า ตะกรุดสาลิกา

  พอเรียนประถมปลายโตขึ้นมาหน่อย เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน(นับจาก พ.ศ.2569ลงไป)เด็กเรียนประถมปลายนับว่าเป็นเด็กโตได้แล้ว พ่อแม่ส่วนมากไม่ค่อยเข้มงวดอะไร ยอมให้ไปเที่ยวไกลบ้านสักหน่อยได้เอง ที่เที่ยวสมัยนั้นมีงานวัดรวมอยู่ด้วย ข้าพเจ้าไปเที่ยวงานวัดที่อยู่ห่างจากบ้านมากขึ้น เช่น อยู่ฝั่งธนบุรีข้ามไปเที่ยวงานภูเขาทองวัดสระเกศ วัดอินทร์บางขุนพรหม วัดสุทัศนฯ ในงานวัดต่างๆจะมีแม่ชี(จริงหรือเก็ก็ไม่รู้) มาตั้งแผงขายเครื่องรางของขลัง มีตะกรุดสาลิกาขายทุกงาน แสดงว่าตะกรุดสาลิกาเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อย

  เมื่อเรียนมัธยมเขามองว่าเป็นหนุ่มสาวกันแล้ว ช่วงก่อน พ.ศ.2520 สมัยนั้นสาวเรียนจบมัธยมจำนวนหนึ่งแต่งงานเป็นเรื่องไม่แปลกเท่าไร บางครอบครัวที่ยังหัวโบราณมากๆยังไม่ให้ลูกสาวเรียนต่อด้วยซ้ำ เพื่อนผู้หญิงบางคนของข้าพเจ้ายังมีสามีมีครอบครัวไปแล้ว เด็กผู้ชายรุ่นข้าพเจ้านับว่าเริ่มวัยรุ่นเริ่มมีเสียงแตกเป็นเสียงเป็ด เริ่มสนใจผู้หญิง เริ่มจีบหญิง เด็กหนุ่มแรกรุ่นจึงต้องหาของดีไว้จีบสาว ประมาณว่าเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ของดียอดฮิตไว้จีบสาวในยุคนั้นก็คือ พระขุนแผนและตะกรุดสาลิกานั่นเอง

   สมัยเรียนมัธยมจำได้ว่า อาหารในโรงอาหารโรงเรียนจานละ 2 บาท กระเพาะปลาใส่ไข่เป็ดราคาชามละ 2.50บาท น้ำหวานถ้วยละ50 สตางค์ แต่ราคาวัตถุมงคลพวกเหรียญจะอยู่ที่ 20บาท ตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญที่ 20 บาท ถ้าเป็นตะกรุดโทนก็อยู่ระหว่าง 50-100บาท ถึงทางวัดจะไม่กำหนดราคาเป็นเรื่องเป็นราว แต่คล้ายๆเป็นมรรยาทของคนทำบุญบูชาที่จะทำบุญประมาณนี้ ตอนนั้นถ้าข้าพเจ้าไปเที่ยววัดไหนแล้วมีตะกรุดสาลิกาก็มักทำบุญบูชา บางทีกราบหลวงปู่หลวงพ่อท่านก็ให้มาแล้ว

  ตอนเรียนมัธยมพบว่า ตะกรุดสาลิกาไม่ใช่จำกัดแค่ขนาด 1 ซ.ม. ตะกรุดที่มีขนาดไม่เกิน 1 นิ้วฟุต จะเรียกเป็นตะกรุดสาลิกาเหมือนกัน และที่ทำเอาสะดุ้งก็คือ ตะกรุดสาลิกายาวแค่ 2 ม.ม.ก็มี แถมยังเป็นแบบที่หลวงปู่หลวงพ่อไม่ค่อยยอมให้ใครง่ายๆด้วย แบบนี้เรียก ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา

  ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาดอกแรกที่ไปเสาะหาในช่วงเรียนมัธยม ก็คือของหลวงพ่อเผือกวัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็น จ.สมุทรปราการด้านที่ติดกับฝั่งธนบุรี ข้าพเจ้าเดินทางไปวัดจากแดงได้ง่ายมาก แค่ขึ้นรถเมล์ที่ผ่านหน้าบ้านไปพระประแดง แล้วต่อรถสองแถวไปวัดจากแดง

  หลวงพ่อเผือกท่านทำตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาขลังมาก ส่วนมากเป็นตะกรุดเงินยาวประมาณ 2ม.ม. แต่ท่านว่าใช้เป็นทองคำจะดีกว่า ท่านไม่ได้หมายความว่าตะกรุดทองคำขลังกว่า แต่เป็นตะกรุดทองคำปลอดภัยกว่าตะกรุดเงิน เพราะทองคำไม่เป็นสนิม คะกรุดสาลิกาทองคำใส่ในดวงตาแล้วสบายใจมากกว่า

  ตอนเรียนช่างกล(ราวๆ50ปีก่อน)  มีเพื่อนเป็นคนเมืองเพชร ข้าพเจ้าจึงรู้จักหลวงพ่อแลวัดพระทรง จ.เพชรบุรี ท่านดังทางสักยันต์มาก แต่ท่านก็มีตะกรุดสาลิกาขลังมาก ท่านทำตะกรุดสาลิกาทั้งแบบดอกเดียวและสองดอก ยาวประมาณเกือบ 1 นิ้วฟุต แบบสองดอกจะร้อยเชือกผูกเป็นคู่ กราบเรียนสอบถามท่านเรื่องตะกรุดสาลิกา ท่านเมตตาเล่าว่าลงไว้ด้วย นะสาลิกา

หลวงพ่อแลวัดพระทรง

ตะกรุดสาลิกาคู่

  ช่วงเรียนช่างกล ป.ว.ช.-ป.ว.ส. รวม 5 ปี ช่วงนี้ไปกราบพระอาจารย์ต่างๆหลายรูปหลายจังหวัดที่เป็นบ้านเพื่อนๆ โดยเฉพาะจังหวัดใกล้ๆ จ.นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยาไปกราบหลวงปู่เหรียญวัดบางระโหง หลวงปู่สายวัดบางรักใหญ่ หลวงพ่อทองสุขวัดสะพานสูง หลวงปูเส่งวัดบางนา หลวงพ่อบุญเทียมวัดลาดหลุมแก้ว หลวงพ่อบุญไทวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หลวงพ่อวัดไทรน้อย หลวงปู่จูวัดเขียนเขต หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช หลวงพ่อบุญนาควัดประดู่ทรงธรรม หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ ถ้าจังหวัดไกลๆไปตอนปิดเทอม เช่นทางภาคใต้ในช่วงนั้นหลวงปู่หลวงพ่อที่มีชื่อเสียงว่าของจริงยังมีมาก หลวงปู่จันทร์วัดโฉลกหลำ พ่อท่านแก่นวัดทุ่งหล่อ หลวงพ่อบุญทองวัดดอนศาลา หลวงพ่อมุมวัดนาสัก หลวงพ่อกล่ำวัดศาลาบางปู แน่นนอนว่าต้องกราบเรียนสอบถามเรื่องตะกรุดสาลิกาจากหลวงพ่อต่างๆด้วย ก็ได้ความทำนองเดียวกัน ท่านมักเล่าตรงกันว่าตะกรุดสาลิกาเอาไว้สำหรับหนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม หรือพ่อค้าแม่ค้าเจรจาขายของได้ง่าย ตะกรุดสาลิกานั้นมักรักษาไว้ไม่ได้ ท่านเล่าขำๆว่า ที่รักษาไว้ไม่ได้ก็เพราะตะกรุดดอกมันเล็กๆ ชอบหล่นหายหาไม่เจอ

หลวงปู่เผือกวัดจากแดง

  ตะกรุดสาลิกาที่ข้าพเจ้ามีอยู่ได้ทดลองใช้ตั้งแต่ครั้งวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน พบว่าดีทางเจรจาธุรกิจและเจรจาจีบสาวจริงๆ ตอนเรียนมัธยมไปจีบสาวมุสลิมแสนสวย เพื่อไม่ให้ถูกคนที่บ้านสาวตำหนิว่าห้อยพระเข้าบ้านเขา ดังนั้นไปที่บ้านเธอก็ต้องถอดสายสร้อยพระเก็บไว้บ้าน ข้าพเจ้ามีตะกรุดสาลิกาใส่ที่เปลือกตาดอกเดียว ปรากฏว่าที่บ้านเพื่อนสาวอิสลามนั้นมีแต่ผู้หญิง สวยทั้งบ้าน พอไปถึงบ้านเธอ พี่สาวเธอเอาขนมมาให้รับประทาน จังหวะหนึ่งมองสบตายิ้มพอดี วันนั้นกลายเป็นพี่สาวคนสวยมานั่งแย่งน้องสาวคุยซะงั้น พอข้าพเจ้าจะกลับ คนน้องสาวที่ข้าพเจ้าจีบบอกว่า..สงสัยพี่สาวฉันจะชอบเธอ ไม่เห็นเขาจะคุยกับผู้ชายที่ไหน ในที่สุดกลายเป็นข้าพเจ้ากับพี่สาวของเธอ ต้องแอบควงกันไปเที่ยว ซึ่งข้าพเจ้าก็งงๆทำตัวไม่ถูกไม่กล้าปฏิเสธ จะจีบคนน้องที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน ไหงกลายเป็นคนพี่กลายเป็นสลับตัวไปเสียได้

  ตอนเรียนช่างกลชั้น ป.ว.ส. เพื่อนขอของดีไปจีบสาวที่เดินผ่านแล้วเพื่อนมันชอบมากๆ เป็นสาวรุ่นพี่หลายปีทำงานแล้วด้วย วัยต่างกันจนพวกข้าพเจ้ายังปรามๆมันว่านี่คนละรุ่นแล้ว แต่ไอ้เพื่อนมันเสือกรักจริงเสียแล้ว เพื่อนๆดูแล้วไม่มีทางจีบได้ ไอ้เพื่อนเห็นข้าพเจ้ามีสาวพาณิชย์มาชอบหลายคน มันเลยคิดว่าน่าจะมีของดีเลยอ้อนวอนขอ ข้าพเจ้าไม่รู้จะทำอย่างไรก็มอบตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เคยลองใช้สมัยเรียนมัธยม ให้ไป ในใจยังนึกว่าไม่น่าจีบติด เพราะมันคนละรุ่น ยิ่งผู้หญิงเขาทำงานแล้ว ต้องไม่มาสนใจหนุ่มช่างกลที่ยังเรียนไม่จบแน่ๆ

  เมื่อเพื่อนได้ตะกรุดสาลิกาไปแล้ว มันก็แยกตัวออกไปดักสาวรุ่นพี่ทุกวัน เวลาผ่านไปสักหนึ่งเดือน ขณะที่เลิกเรียนตอนค่ำ พวกข้าพเจ้านั่งดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ริมเขื่อนท่าน้ำ ไอ้เพื่อนคนนี้มันควงแขนพาผู้หญิงสวยมาร่วมวงด้วย พวกข้าพเจ้ามองแล้วสะดุ้ง กลายเป็นสาวรุ่นพี่วัยทำงานนั่นเอง หลังจากวันนั้นในวงเหล้าก็มักมีสาวสวยคนนี้มานั่งด้วยประจำ พอจะกลับบ้าน ไอ้เพื่อนคนนี้ไม่เคยกลับที่พักของมันเลย เพราะมันได้ที่พักใหม่เป็นบ้านของสาวรุ่นพี่คนนี้นั่นเอง ก็เป็นผัวเมียกัน สุดท้ายเพื่อนไม่คืนตะกรุดสาลิกา มันบอกว่า..กูยึด

    ตอนข้าพเจ้าเรียนจบทำงานใหม่ๆ ได้รับตะกรุดหลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา จ.มุกดาหาร โชคดีได้รับมาทุกขนาดตั้งแต่ตะกรุดโทนจนถึงตะกรุดสาลิกา มีตะกรุดสาลิกาขนาด 1ซ.ม.กว่าๆถักเชือกหุ้ม แบบนี้ใช้ห้อยคอหรือพกติดตัว และมีตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตารวมอยู่ด้วย โดยได้รับมาจากพระอาจารย์สอนกรรมฐานรูปหนึ่งของข้าพเจ้า ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงปู่ดี ตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาของหลวงปู่ดีเป็นตะกรุดเงิน ข้าพเจ้าวัดขนาดดูจะอยู่ระหว่างขนาด 1 ม.ม.กว่าๆหรือ 2 ม.ม. ลงอักขระตัวเดียว คือ นะ

หลวงปู่ดีวัดศรีมณฑา

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีมีข้อห้ามสำคัญคือ ถ้าได้เสียกับผู้หญิงแล้วต้องรับเลี้ยง ถ้าผิดข้อห้ามแล้วตะกรุดจะหายไป เรื่องนี้พระอาจารย์ของข้าพเจ้าที่เป็นศิษย์หลวงปู่ดีเคยไม่เชื่อ ท่านเล่าว่าหลวงปู่ดีจะเรียกวัตถุมงคลคืนจากคนที่ผิดข้อห้าม ท่านจะทำพิธีในโบสถ์จะเรียกกลับในวันพระ พระอาจารย์ของข้าพเจ้าไปนั่งเฝ้าใกล้ชิดเอาไฟฉายไปส่องด้วย ท่านเล่าว่ามีวัตถุมงคลหล่นลงในบาตรดังกริ๊กๆ ชิ้นเล็กเสียงเบาหน่อย ถ้าเป็นตะกรุดโทนจะหล่นดังแกร๊ง ตะกรุดที่กลับมามากที่สุดก็คือตะกรุดสาลิกา เพราะได้เสียกับผู้หญิงแล้วไม่รับเลี้ยง เป็นพวก ฟันแล้วทิ้ง

ตะกรุดสาลิกาแบบพกติดตัว

  ตอนที่ได้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดี ข้าพเจ้าก็ทดลองใช้โดยใส่ไว้ที่เปลือกตาบ้าง ใส่ใต้ลิ้นบ้าง แต่ไม่ได้นึกจะจีบใครในบริษัทจริงๆจังๆ เพราะสาวออฟฟิศสวยๆส่วนใหญ่ดันเป็นสาวรุ่นพี่ สาวรุ่นเดียวกันมีน้อยกว่า สวยน้อยกว่าด้วย แถมยังเลิกงานไม่ทำโอที ข้าพเจ้าเข้าบริษัทก็ร่วม 1 ทุ่มทุกวัน ในบริษัทเหลือแต่สาวรุ่นพี่ที่ทำโอที พอทดลองตะกรุดสาลิกา ก็เลยลองความขลังกับสาวๆรุ่นพี่ทั้งนั้น บางคนระดับสาวใหญ่แต่ยังสวยโสด ปรากฏว่าวาบหวิวหวานชื่นสุดๆ แต่ตอนทดลองตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีนั้น ได้แต่นัวเนียไม่กล้าได้เสียไม่กล้าXXX ภายหลังอยากXXXจึงไม่ได้ใช้ตะกรุดสาลิกาหลวงปู่ดีอีกเลย

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงพ่อทองดำวัดเวฬุวัน จ.มุกดาหาร ลูกศิษย์หลวงปู่ดีท่านหนึ่ง ตอนทำกฐิณไปช่วยวัด ท่านมอบให้ข้าพเจ้ามา 1 กำมือ มีขนาดราวๆ 1 ซ.ม.กว่าๆถึง 2 ซ.ม. ท่านว่าตะกรุดสาลิกานี้ดีเน้อไว้หยอกสาว

  ตะกรุดสาลิกาของหลวงปู่ดีข้าพเจ้าปิดเป็นความลับ ไม่ให้คนในบริษัทรู้ว่าพระอาจารย์ท่านมอบให้ข้าพเจ้าทั้งหมดที่เหลือ คงรู้แค่ว่าตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อทองดำข้าพเจ้ามีหลายดอก รุ่นน้องมาขอก็ให้ไปลองใช้ ก็เห็นจีบหญิงได้เป็นตัวเป็นตนแต่งงานกัน เคยมอบให้ ผ.จ.ก.สาวร้านคอฟฟี่ช๊อปแถว ถ.สีลม ที่สวยแค่พอไปวัดไปวาได้ไปลองใช้ ร้านของเธอมีสาวๆสวยกว่าเธอมาก แต่เธอที่ได้ตะกรุดสาลิกากลับเป็นคนที่มีลูกค้ามาชอบมากที่สุด

  เท่าที่ได้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อทั้งหลายถึงเรื่องวิทยาคมตะกรุดสาลิกา ได้ข้อมูลตรงกันว่า ตะกรุดสาลิกาจะเป็นตะกรุดดอกเล็กๆไม่เกินประมาณ 1นิ้วฟุต ถ้าเป็นขนาดจิ๋วคือขนาดประมาณ 2 ม.มบวกลบเล็กน้อยตามการตัดแผ่นโลหะได้สะดวก แบบนี้เป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตา อักขระที่ลงในตะกรุดสาลิกาจะเป็นอักขระหัวใจต่างๆตามแต่ตำรา ส่วนมากมีอักขระ 4-5ตัว หรือเป็นยันต์สี่เหลี่ยมเล็กๆยันต์สามเหลี่ยมเล็กๆมีอักขระ 3-4ตัว หรือลงเป็นวิชานะ เช่น นะสาลิกา ถ้าเป็นตะกรุดสาลิกาใส่ดวงตาที่เล็กกระจิ๋วหลิว แบบนี้จะลงอักขระแค่ 1-2ตัวเท่านั้น

  หลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว ท่านลงตะกรุดสาลิกาดอกจิ๋วไม่ถนัด ท่านว่ามันเล็กกระจิ๋วหลิวเกินไปจับไม่ถนัด ให้ข้าพเจ้าช่วยจัดการมาให้ ท่านให้จารอักขระ มิ ตัวเดียว หรือ นะตัวเดียว ถ้าจารสองตัวได้ให้จาร พุทโธ นั่งจารอยู่เดือนหนึ่ง ได้ตะกรุดเกินครึ่งขวดเนสกาแฟ พอท่านเสกปลุกเสร็จ ท่านให้มา 1 ถุงน้ำจิ้ม ข้าพเจ้าไม่ได้นับ แต่กะว่าน่าจะมีราวๆ 500 ดอก ต่อมาถวายให้พระพวกกันบ้าง แจกบ้าง ตอนหลังนึกได้ว่า...ของแจกฟรีต่อให้ดีอย่างไร ในทางจิตวิทยาคนที่ได้ของฟรีมักไม่เห็นค่า...แต่ของห่วยๆเก๊ๆที่เสียเงินซื้อ แบบนี้มีค่า เพราะเสียเงินซื้อไปแล้ว...ภายหลังข้าพเจ้าจึงขายเสียเลย ทีนี้มีราคาแล้วกลับเริ่มหวง เป็นกันซะอย่างนี้

ตะกรุดสาลิกาหลวงพ่อเจือวัดกลางบางแก้ว

  ข้าพเจ้าอยากรู้อักขระเลขยันต์ที่ลงในตะกรุดสาลิกา ได้คลี่ตะกรุดของหลายพระอาจารย์ ที่พบจะเป็นตัวนะสาลิกาแบบต่างๆ อักขระ นะ, มิ, มะ, ชิ, สิ, สุ, อิ, ปิ, โส, นิ, พุทโธ, เอหิ, ถ้าอักขระเกิน 2 ตัว มักพบว่าลงไว้ด้วย มะอะอุ, อิธะคะมะ, การะวิโก, กาลิกาโก, สาลิกานัง ยังมีที่จำได้ไม่แม่นอีกจึงไม่ขอบอกไว้ นอกจากนี้ยังพบแบบที่ลงเป็นตัวเลขอีกด้วย

  คาถาที่เสกปลุกตะกรุดสาลิกาแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ต้องเป็นคาถาสาลิกาลิ้นทอง คือ ชิวหายัง  มะธุรังวาจัง ชิวหาวาจันติ ผุสสิตวา สันทังสุตตวา จะสุนทะรัง ปิยาเยวะ ปิยันตุนาฯ

  คาถาอื่นๆที่ใช้ก็เป็นคาถาเมตตามหานิยมบทต่างๆ เช่น ปิโยฯ ,โสกา ,

  บางตำราท่านว่า ให้ลงไปนอนในโลงศพเสกตะกรุดสาลิกา เรียกว่า สาลิกาจับปากโลง คือเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โลง แบบนี้หลวงพ่อเพิ่มวัดสามปลื้ม ท่านทำอยู่เหมือนกัน บ้านหลังแรกของข้าพเจ้าอยู่ห่างจากวัดสามปลื้มไม่ถึง 1 ก.ม. เดินเรื่อยๆไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงกุฏิหลวงพ่อเพิ่ม สมัยนั้นมีหนุ่มๆไปขอตะกรุดสาลิกาจากท่านมาก

  บางตำราว่า สาลิกาจับปากโรง โรง ร เรือ ไม่ใช่ ล ลิง แบบนี้หมายถึงโรงลิเก คือต้องเสกจนกว่าจะมีนกมาเกาะที่โรงลิเกนั้น หรือรอจนมีนกมาเกาะโรงลิเก จึงจะลงอักขระได้

  วิทยาคมสาลิกานี้ นอกจากจะลงตะกรุดสาลิกา ยังมีทำเป็นผ้ายันต์ ทำเป็นตัวนกสาลิกา มีแบบที่ลงวิชาที่ฟัน ที่ลิ้น ซึ่งทุกแบบดีทางเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์ เจรจาค้าขายดี ข้าพเจ้าเคยทดลองตะกรุดสาลิกาของพระอาจารย์รุ่นเก่ามีประสบการณ์ดีจริง แต่ยุคนี้ไม่ใช่วัยที่ข้าพเจ้าจะโลดแล่นจีบสาวอีกแล้ว หรือไปเสาะแสวงหาพระอาจารย์ จึงแนะนำตะกรุดสาลิกายุคใหม่ไม่ได้ ก็ลองเสาะหากันเอาเอง 

เรื่อง  จากความทรงจำที่ได้กราบเรียนสอบถามหลวงปู่หลวงพ่อต่างๆ และจากประสบการณ์ตนเองและเพื่อนๆ
ภาพ   หลวงพ่อแล  หลวงปู่เผือกจากอินเทอเน็ต
ภาพ   หลวงปู่ดี และตะกรุดสาลิกาทุกภาพ  เป็นของข้าพเจ้า



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น