จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม
Crocodile Rampage
ตำนานจระเข้อาละวาดกินคน "ไอ้บอดวัดสามปลื้ม"
ท่านที่ชอบนึกเรื่องเก่าเล่าความหลังนี้
แต่พยายามฝืนที่จะไม่กินของขม และยังไม่ชมเด็กสาว(ให้เห็น)
อย่างนี้จะนับว่าเริ่มแก่แล้วหรือยัง
คาดว่าท่านทั้งหลายคงจะตอบว่ายังไม่แก่อย่างแน่นอน
ดังนั้นเรามานึกเรื่องเก่าเล่าความหลังกันให้พอเคลิ้มๆ..
เชื่อหรือไม่ว่าสมัยก่อนนั้นเมืองไทยของเรามีจระเข้มาก
หมายถึงจระเข้ตามธรรมชาติ ไม่ใช่จระเข้แบบที่เขาเลี้ยงไว้ในฟาร์มจระเข้ของสมัยนี้
จระเข้เมืองไทยนั้นมีมาก แม้แต่สมัยที่ผู้เขียนหรือแอดมินนี้ยังเป็นเด็ก ก็ยังเคยเห็นจระเข้ริมแม่น้ำในต่างจังหวัด
ถึงจะเห็นไม่กี่ครั้งแต่ก็ยังแสดงว่าจระเข้ตามธรรมชาติยังมีอยู่จริง
ถ้าเป็นสมัยอยุธยาแล้ว เรื่องจระเข้เป็นเรื่องธรรมดาๆ
ตามแม่น้ำลำคลองยังมีจระเข้อยู่มากมาย ถึงขนาดว่าเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศสชุดลาลูแบร์
ที่มายังสยามสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังต้องอึ้งทึ่งถึงจำนวนจระเข้ที่เห็นในสยาม
ถึงกับเห็นมีจระเข้อยู่ตามแม่น้ำลำคลองของอยุธยาเมืองหลวงกันเลย
ตอนที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กจนถึงวัยรุ่นนั้น เวลาที่จะไปซื้อขนมของกินอร่อยๆ ก็จะต้องเดินไปซื้อขนมที่ย่านสะพานหัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่าของผู้เขียน ที่สะพานหันจะมีขนมขายเยอะแยะไปหมด ขนมที่ผู้เขียนจะไปซื้อโดยมากจะเป็นขนมกรวย แต่ที่สะพานหันจะมีทั้งขนมไทยจีนแขกฝรั่ง เรียกว่ามีขนมครบทุกชนิด
![]() |
ภาพจากตำราภาพเทวรูปของกรมศิลปากร |
ตอนที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กจนถึงวัยรุ่นนั้น เวลาที่จะไปซื้อขนมของกินอร่อยๆ ก็จะต้องเดินไปซื้อขนมที่ย่านสะพานหัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่าของผู้เขียน ที่สะพานหันจะมีขนมขายเยอะแยะไปหมด ขนมที่ผู้เขียนจะไปซื้อโดยมากจะเป็นขนมกรวย แต่ที่สะพานหันจะมีทั้งขนมไทยจีนแขกฝรั่ง เรียกว่ามีขนมครบทุกชนิด
ไปสะพานหันทั้งทีแล้ว เรื่องมันก็ต้องแถมด้วยการเดินดูของเล่นที่มีขายอยู่แถวๆนั้นด้วย
ถ้าเวลายังเหลือยังไม่ถึงช่วงตอนเย็น บางทีก็เดินต่อไปตามตรอกสะพานหันเพื่อไปออกทางที่จะต่อไปสำเพ็ง
แล้วจึงเดินไปตามถนนจักรวรรดิอีกนิดเดียว จุดหมายปลายทางก็คือจะไปดูจระเข้ที่วัดสามปลื้ม
ซึ่งอยู่ในบ่อที่ทางวัดทำไว้ให้จระเข้ตัวหนึ่ง จระเข้ตัวนี้เป็นจระเข้เจ้าของตำนานจระเข้กินคนอันเลื่องชื่อว่าดุโคตรๆ
“ไอ้บอดวัดสามปลื้ม”นั่นเอง
รูปหล่อท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนี |
จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มจะอยู่ในบ่อจระเข้ที่อยู่บริเวณก่อนถึงพระอุโบสถ
อยู่บริเวณข้างศาลาที่มีรูปหล่อของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี)
บ่อจระเข้จะมีรั๊วกั้นปลอดภัย สามารถไปยืนริมรั๊วมองดูจระเข้ได้อย่างสะดวก
รั๊วกั้นขอบบ่อจระเข้วัดสามปลื้ม |
บ่อจระเข้วัดสามปลื้มใหญ่พอสมควร |
ภาพโดยสีหวัชร บ่อจระเข้วัดสามปลื้ม เห็นใต้ถุนกุฏิเป็นถ้ำ |
ตอนที่ผู้เขียนยังเด็กนั้น พอไปดูจระเข้ที่บ่อนี้ ก็จะนึกว่าจระเข้เป็นหินแกะไว้
เพราะไม่เห็นว่าจระเข้มันจะกระดุกกระดิกอะไรเลย
ตอนนั้นนึกว่าเป็นจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มแน่นอน
เพราะจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มมีชื่อเสียงโด่งดังมาก
เด็กๆจะโดนขู่ว่าห้ามเล่นน้ำในคลอง(สมัยนั้นยังพอเล่นน้ำคลองได้)
ถ้าเล่นน้ำแล้วเดี๋ยวจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มจะมากัดไล่งับก้น
จระเข้ที่เคยเห็นตอนเด็กนั้น
ไปๆมาๆก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มหรือไม่
เพราะผู้เขียนไม่ได้เป็นคนในยุคที่จระเข้ไอ้บอดกำลังอาละวาด
จำได้ว่าตอนที่ทางบ้านพาไปดูบ่อจระเข้วัดสามปลื้มนั้น ระยะเวลาห่างจากครั้งจระเข้ไอ้บอดอาละวาดราวๆยี่สิบกว่าปีหน่อยๆแล้ว
แต่ในบ่อยังมีจระเข้อยู่จริงๆ
แปลกแต่จริงที่สืบไม่ได้ว่าจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มตายเมื่อไร
ภาพโดยสีหวัชร..เรือนตู้กระจกจระเข้ไอ้บอด |
จระเข้ไอ้บอดมีชื่อโด่งดังอื้อฉาวเพราะเข้ามาอาละวาดในพระนคร
ได้อาละวาดกินคนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา เล่ากันว่าจระเข้ไอ้บอดกินคนไปแล้วหลายคน
ทั้งยังอาละวาดอยู่นานเป็นปี ซึ่งตามธรรมชาติของจระเข้นั้น
พอกินคนสักทีแล้วก็ไปกบดานอยู่ในที่ซ่อนเป็นเวลานาน แล้วก็ออกมาอาละวาดกันใหม่
เหตุที่เรียกจระเข้ตัวนี้ว่าไอ้บอดเพราะตาบอดข้างหนึ่ง คนทั้งหลายจึงเรียกจระเข้กินคนตัวนี้ว่าจระเข้ไอ้บอด
ข่าวจระเข้ไอ้บอดอาละวาดหนักจะอยู่ในช่วงปีพ.ศ.๒๔๘๕
แต่เรื่องราวของจระเข้ไอ้บอดนี้ไปๆมาๆก็กลับไม่ยุติว่า คุณปู่จระเข้ไอ้บอดนั้นท่านอุตสาหะว่ายน้ำมาเที่ยวจนถึงพระนคร(กรุงเทพฯ)ตั้งแต่ปีพ.ศ.ไหน
เพราะมีเรื่องเล่ามาหลายกระแส
แต่ที่แน่ๆคือจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มมีตัวตนอยู่จริงๆ
อาละวาดอยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ กินคนไปหลายคนจริงๆ
ตำนานคุณปู่จระเข้ไอ้บอดที่คนเชื่อและจำกันมากที่สุดนั้น
จะเป็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ในปีพ.ศ.๒๔๘๕
ระยะนั้นมีจระเข้ออกอาละวาดกินคนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
จระเข้ตัวนี้เป็นจระเข้ใหญ่มีตาข้างเดียว ส่วนตาอีกข้างหนึ่งบอดไป
จึงเรียกจระเข้ตัวที่อาละวาดนี้ว่าไอ้บอด
ซึ่งเป็นจุดสังเกตของประชาชนว่าใช่จระเข้ตัวนี้แน่ๆ
ภาพโดยสีหวัชร..เรือนตู้กระจกเหนือบ่อจระเข้ แล้วทำความสะอาดยังไงหวา |
จระเข้ไอ้บอดอาละวาดในพระนครอย่างเหิมเกริม
คนที่อยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะกลัวจระเข้ไอ้บอดมาก
จระเข้ไอ้บอดนี้แน่ไม่แน่ก็ขนาดว่ามาอาละวาดอยู่แถบปากคลองตลาดยันสะพานพุทธไปถึงทรงวาดกันเลย
อาละวาดทั้งๆที่แถบดังกล่าวเป็นย่านที่มีคนพลุกพล่าน ประชาชนพากันหวาดกลัวกันมาก
ในที่สุดจึงต้องระดมกำลังกันไล่จับจระเข้ไอ้บอด
การระดมกำลังจับจระเข้ไอ้บอดต้องทำหลายครั้ง
จนกระทั่งจระเข้ไอ้บอดมาอาละวาดแถวๆสะพานพุทธ
จึงมีการระดมกำลังช่วยกันจับจระเข้ไอ้บอด เล่ากันว่าล้อมจับจนจระเข้ไอ้บอดหนีเข้าไปทางวัดบพิตรพิมุข(วัดเชิงเลน)
เกือบจับได้แต่ก็หลุดไปจนเข้าไปอยู่ภายในวัดสามปลื้ม(วัดจักรวรรดิ)ที่อยู่ถัดขึ้นไป
ในที่สุดจระเข้ไอ้บอดหนีเข้าไปอยู่บริเวณใต้ถุนกุฏิพระที่วัดสามปลื้ม(วัดจักรวรรดิฯ)
คนล้อมจับจระเข้ไอ้บอดซึ่งครั้งนี้ไม่พลาดแน่ จระเข้ไอ้บอดกำลังจะถูกรุมฆ่า
แต่พระท่านสงสารจึงขอบิณฑบาตชีวิตไอ้บอดไว้ และขุดพื้นใต้กุฏิให้เป็นถ้ำให้จระเข้อยู่
นับแต่นั้นมาจระเข้กินคนก็กลายเป็น “ไอ้บอดวัดสามปลื้ม”
เป็นตำนานจระเข้กินคนสุดดังของสยามประเทศนับแต่นั้นมา
![]() |
ภาพจาก board.trekkingthai.com ท่านเจ้ามา |
อีกตำนานหนึ่งว่าพระพุฒาจารย์มา หรือท่านเจ้ามาวัดสามปลื้มเป็นผู้เลี้ยงจระเข้ไว้ตัวหนึ่ง
ต่อมามีคนชอบไปแกล้งเอาไม้แหย่จระเข้เล่นจนพลาดไม้ไปแทงตาจระเข้จนตาบอดไปข้างหนึ่ง
จึงกลายเป็นจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม
ปีพ.ศ.๒๔๘๕เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯครั้งใหญ่
จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มเกิดหลุดจากบ่อออกมาอาละวาดกินคนไปหลายคน ในที่สุดก็ถูกจับไปไว้ในบ่อจระเข้ที่วัดสามปลื้มตามเดิม
แต่ตำนานเรื่องนี้ผู้เขียนพิจารณาแล้ว ก็มีความเห็นส่วนตัวว่ามีน้ำหนักค่อนข้างอ่อนไป เพราะพระพุฒาจารย์มาหรือท่านเจ้ามานั้น
ท่านมรณภาพในปีพ.ศ.๒๔๕๗ ห่างจากปีที่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มอาละวาดถึง ๒๘ ปี
คุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลิ้มตายในปีไหนไม่ทราบแน่ชัด เรื่องนี้เหลือเชื่อสุดๆที่หาข้อมูลไม่ได้
เคยพยายามสอบถามคนแถววัดสามปลื้มและพระในวัดแล้ว ก็ตอบไม่ได้สักรายทั้งๆเวลาห่างจากช่วงที่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มอาละวาดอยู่เจ็ดสิบกว่าปี
คุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มต้องมีชีวิตอยู่หลังจากปีพ.ศ.๒๔๘๕อีกหลายปี
เพราะจระเข้เป็นสัตว์อายุยืนพอสมควร เรื่องราวจึงไม่น่าที่จะลืมเลือนสูญหายไปได้ง่ายๆขนาดนี้
ตอนที่ผู้เขียนเห็นคุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มครั้งแรกนั้น
เป็นช่วงหลังพ.ศ.๒๕๐๐ไม่เกินสิบปี ดีไม่ดีผู้เขียนอาจทันได้เห็นคุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มตัวจริงก็ได้
เสียดายที่ลืมถามหลวงปู่ทองวัดสามปลื้ม รวมทั้งหลวงปู่ผ่อง หลวงปู่ผิว หลวงปู่ปรง
ซึ่งท่านทั้งหมดนั้นทันยุคจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม
ในบ่อปัจจุบันยังมีจระเข้ |
ในปัจจุบันบ่อจระเข้บ้านของคุณปู่จระเข้บอดก็ยังมีอยู่
และยังมีจระเข้ตัวเป็นๆอยู่ด้วย เท่าที่มองเห็นมีอยู่ในบ่อใหญ่สองตัว ที่บ่อใหญ่นั้นมีตัวหนึ่งใหญ่เหมือนกัน
ที่บ่อเล็กอยู่ติดๆกันก็มีจระเข้สองตัวเช่นกัน
ตรงบ่อจระเข้บ่อใหญ่มีจระเข้สต๊าฟไว้ตัวหนึ่ง
ยืนยันกันว่านี่แหละคือคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลื้ม โดยทำเป็นเรือนตู้กระจกยกลอยเหนือบ่อจระเข้
สามารถมองเห็นคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลิ้มได้ แต่กระจกออกจะมีฝุ่นจับสักหน่อย
จะเช็ดทำความสะอาดก็คงยากไม่ใช่เลย
เพราะเรือนตู้กระจกคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลื้มนี้ ดันยกลอยอยู่เหนือบ่อที่ข้างล่างยังมีจระเข้ตัวเป็นๆรออยู่
อย่างนี้คงหาคนช่วยเช็ดกระจกยากเสียแล้ว
บ่อจระเข้ เห็นถ้ำด้วย |
จระเข้ในปัจจุบันตัวใหญ่พอสมควร |
จระเข้บ่อเล็ก |
ยื่นกล้องเข้าไปถ่ายภาพมาได้แค่นี้เอง |
จระเข้ปู่บอดหรือจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม |
ขอขอบคุณที่มาของภาพและข้อมูล
ภาพของสีหวัชรอนุญาตให้นำไปใช้ได้
มันมีไข่ หลายสิบฟอง อยู่ข้างๆ ตัวมันในตู้กระจก คิดว่าน่าจะไม่ใช้ตัวผู้นะคะ
ตอบลบ