วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

นึกเรื่องเก่า เล่าความหลัง กินของขม ชมเด็กสาว.๑๐ จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม


จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม
Crocodile Rampage




ตำนานจระเข้อาละวาดกินคน "ไอ้บอดวัดสามปลื้ม"

ท่านที่ชอบนึกเรื่องเก่าเล่าความหลังนี้ แต่พยายามฝืนที่จะไม่กินของขม และยังไม่ชมเด็กสาว(ให้เห็น) อย่างนี้จะนับว่าเริ่มแก่แล้วหรือยัง คาดว่าท่านทั้งหลายคงจะตอบว่ายังไม่แก่อย่างแน่นอน ดังนั้นเรามานึกเรื่องเก่าเล่าความหลังกันให้พอเคลิ้มๆ..


เชื่อหรือไม่ว่าสมัยก่อนนั้นเมืองไทยของเรามีจระเข้มาก หมายถึงจระเข้ตามธรรมชาติ ไม่ใช่จระเข้แบบที่เขาเลี้ยงไว้ในฟาร์มจระเข้ของสมัยนี้ จระเข้เมืองไทยนั้นมีมาก แม้แต่สมัยที่ผู้เขียนหรือแอดมินนี้ยังเป็นเด็ก ก็ยังเคยเห็นจระเข้ริมแม่น้ำในต่างจังหวัด ถึงจะเห็นไม่กี่ครั้งแต่ก็ยังแสดงว่าจระเข้ตามธรรมชาติยังมีอยู่จริง

   ถ้าเป็นสมัยอยุธยาแล้ว เรื่องจระเข้เป็นเรื่องธรรมดาๆ ตามแม่น้ำลำคลองยังมีจระเข้อยู่มากมาย ถึงขนาดว่าเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศสชุดลาลูแบร์ ที่มายังสยามสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังต้องอึ้งทึ่งถึงจำนวนจระเข้ที่เห็นในสยาม ถึงกับเห็นมีจระเข้อยู่ตามแม่น้ำลำคลองของอยุธยาเมืองหลวงกันเลย


ภาพจากตำราภาพเทวรูปของกรมศิลปากร

   ตอนที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กจนถึงวัยรุ่นนั้น เวลาที่จะไปซื้อขนมของกินอร่อยๆ ก็จะต้องเดินไปซื้อขนมที่ย่านสะพานหัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่าของผู้เขียน ที่สะพานหันจะมีขนมขายเยอะแยะไปหมด ขนมที่ผู้เขียนจะไปซื้อโดยมากจะเป็นขนมกรวย แต่ที่สะพานหันจะมีทั้งขนมไทยจีนแขกฝรั่ง เรียกว่ามีขนมครบทุกชนิด

    ไปสะพานหันทั้งทีแล้ว เรื่องมันก็ต้องแถมด้วยการเดินดูของเล่นที่มีขายอยู่แถวๆนั้นด้วย ถ้าเวลายังเหลือยังไม่ถึงช่วงตอนเย็น บางทีก็เดินต่อไปตามตรอกสะพานหันเพื่อไปออกทางที่จะต่อไปสำเพ็ง แล้วจึงเดินไปตามถนนจักรวรรดิอีกนิดเดียว จุดหมายปลายทางก็คือจะไปดูจระเข้ที่วัดสามปลื้ม ซึ่งอยู่ในบ่อที่ทางวัดทำไว้ให้จระเข้ตัวหนึ่ง จระเข้ตัวนี้เป็นจระเข้เจ้าของตำนานจระเข้กินคนอันเลื่องชื่อว่าดุโคตรๆ ไอ้บอดวัดสามปลื้มนั่นเอง

รูปหล่อท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนี

   จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มจะอยู่ในบ่อจระเข้ที่อยู่บริเวณก่อนถึงพระอุโบสถ อยู่บริเวณข้างศาลาที่มีรูปหล่อของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) บ่อจระเข้จะมีรั๊วกั้นปลอดภัย สามารถไปยืนริมรั๊วมองดูจระเข้ได้อย่างสะดวก

รั๊วกั้นขอบบ่อจระเข้วัดสามปลื้ม

บ่อจระเข้วัดสามปลื้มใหญ่พอสมควร

ภาพโดยสีหวัชร บ่อจระเข้วัดสามปลื้ม เห็นใต้ถุนกุฏิเป็นถ้ำ

  ตอนที่ผู้เขียนยังเด็กนั้น พอไปดูจระเข้ที่บ่อนี้ ก็จะนึกว่าจระเข้เป็นหินแกะไว้ เพราะไม่เห็นว่าจระเข้มันจะกระดุกกระดิกอะไรเลย ตอนนั้นนึกว่าเป็นจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มแน่นอน เพราะจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มมีชื่อเสียงโด่งดังมาก เด็กๆจะโดนขู่ว่าห้ามเล่นน้ำในคลอง(สมัยนั้นยังพอเล่นน้ำคลองได้) ถ้าเล่นน้ำแล้วเดี๋ยวจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มจะมากัดไล่งับก้น

   จระเข้ที่เคยเห็นตอนเด็กนั้น ไปๆมาๆก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มหรือไม่ เพราะผู้เขียนไม่ได้เป็นคนในยุคที่จระเข้ไอ้บอดกำลังอาละวาด จำได้ว่าตอนที่ทางบ้านพาไปดูบ่อจระเข้วัดสามปลื้มนั้น ระยะเวลาห่างจากครั้งจระเข้ไอ้บอดอาละวาดราวๆยี่สิบกว่าปีหน่อยๆแล้ว แต่ในบ่อยังมีจระเข้อยู่จริงๆ

   แปลกแต่จริงที่สืบไม่ได้ว่าจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มตายเมื่อไร

ภาพโดยสีหวัชร..เรือนตู้กระจกจระเข้ไอ้บอด

   จระเข้ไอ้บอดมีชื่อโด่งดังอื้อฉาวเพราะเข้ามาอาละวาดในพระนคร ได้อาละวาดกินคนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา เล่ากันว่าจระเข้ไอ้บอดกินคนไปแล้วหลายคน ทั้งยังอาละวาดอยู่นานเป็นปี ซึ่งตามธรรมชาติของจระเข้นั้น พอกินคนสักทีแล้วก็ไปกบดานอยู่ในที่ซ่อนเป็นเวลานาน แล้วก็ออกมาอาละวาดกันใหม่

   เหตุที่เรียกจระเข้ตัวนี้ว่าไอ้บอดเพราะตาบอดข้างหนึ่ง คนทั้งหลายจึงเรียกจระเข้กินคนตัวนี้ว่าจระเข้ไอ้บอด ข่าวจระเข้ไอ้บอดอาละวาดหนักจะอยู่ในช่วงปีพ.ศ.๒๔๘๕ แต่เรื่องราวของจระเข้ไอ้บอดนี้ไปๆมาๆก็กลับไม่ยุติว่า คุณปู่จระเข้ไอ้บอดนั้นท่านอุตสาหะว่ายน้ำมาเที่ยวจนถึงพระนคร(กรุงเทพฯ)ตั้งแต่ปีพ.ศ.ไหน เพราะมีเรื่องเล่ามาหลายกระแส แต่ที่แน่ๆคือจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มมีตัวตนอยู่จริงๆ อาละวาดอยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ กินคนไปหลายคนจริงๆ

   ตำนานคุณปู่จระเข้ไอ้บอดที่คนเชื่อและจำกันมากที่สุดนั้น จะเป็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ในปีพ.ศ.๒๔๘๕ ระยะนั้นมีจระเข้ออกอาละวาดกินคนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จระเข้ตัวนี้เป็นจระเข้ใหญ่มีตาข้างเดียว ส่วนตาอีกข้างหนึ่งบอดไป จึงเรียกจระเข้ตัวที่อาละวาดนี้ว่าไอ้บอด ซึ่งเป็นจุดสังเกตของประชาชนว่าใช่จระเข้ตัวนี้แน่ๆ

ภาพโดยสีหวัชร..เรือนตู้กระจกเหนือบ่อจระเข้ แล้วทำความสะอาดยังไงหวา

   จระเข้ไอ้บอดอาละวาดในพระนครอย่างเหิมเกริม คนที่อยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะกลัวจระเข้ไอ้บอดมาก จระเข้ไอ้บอดนี้แน่ไม่แน่ก็ขนาดว่ามาอาละวาดอยู่แถบปากคลองตลาดยันสะพานพุทธไปถึงทรงวาดกันเลย อาละวาดทั้งๆที่แถบดังกล่าวเป็นย่านที่มีคนพลุกพล่าน  ประชาชนพากันหวาดกลัวกันมาก ในที่สุดจึงต้องระดมกำลังกันไล่จับจระเข้ไอ้บอด

   การระดมกำลังจับจระเข้ไอ้บอดต้องทำหลายครั้ง จนกระทั่งจระเข้ไอ้บอดมาอาละวาดแถวๆสะพานพุทธ จึงมีการระดมกำลังช่วยกันจับจระเข้ไอ้บอด เล่ากันว่าล้อมจับจนจระเข้ไอ้บอดหนีเข้าไปทางวัดบพิตรพิมุข(วัดเชิงเลน) เกือบจับได้แต่ก็หลุดไปจนเข้าไปอยู่ภายในวัดสามปลื้ม(วัดจักรวรรดิ)ที่อยู่ถัดขึ้นไป
  
   ในที่สุดจระเข้ไอ้บอดหนีเข้าไปอยู่บริเวณใต้ถุนกุฏิพระที่วัดสามปลื้ม(วัดจักรวรรดิฯ) คนล้อมจับจระเข้ไอ้บอดซึ่งครั้งนี้ไม่พลาดแน่ จระเข้ไอ้บอดกำลังจะถูกรุมฆ่า แต่พระท่านสงสารจึงขอบิณฑบาตชีวิตไอ้บอดไว้ และขุดพื้นใต้กุฏิให้เป็นถ้ำให้จระเข้อยู่ นับแต่นั้นมาจระเข้กินคนก็กลายเป็น ไอ้บอดวัดสามปลื้มเป็นตำนานจระเข้กินคนสุดดังของสยามประเทศนับแต่นั้นมา

ภาพจาก board.trekkingthai.com ท่านเจ้ามา

   อีกตำนานหนึ่งว่าพระพุฒาจารย์มา หรือท่านเจ้ามาวัดสามปลื้มเป็นผู้เลี้ยงจระเข้ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมามีคนชอบไปแกล้งเอาไม้แหย่จระเข้เล่นจนพลาดไม้ไปแทงตาจระเข้จนตาบอดไปข้างหนึ่ง จึงกลายเป็นจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม

   ปีพ.ศ.๒๔๘๕เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯครั้งใหญ่ จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มเกิดหลุดจากบ่อออกมาอาละวาดกินคนไปหลายคน ในที่สุดก็ถูกจับไปไว้ในบ่อจระเข้ที่วัดสามปลื้มตามเดิม แต่ตำนานเรื่องนี้ผู้เขียนพิจารณาแล้ว ก็มีความเห็นส่วนตัวว่ามีน้ำหนักค่อนข้างอ่อนไป เพราะพระพุฒาจารย์มาหรือท่านเจ้ามานั้น ท่านมรณภาพในปีพ.ศ.๒๔๕๗ ห่างจากปีที่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มอาละวาดถึง ๒๘ ปี

    คุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลิ้มตายในปีไหนไม่ทราบแน่ชัด เรื่องนี้เหลือเชื่อสุดๆที่หาข้อมูลไม่ได้ เคยพยายามสอบถามคนแถววัดสามปลื้มและพระในวัดแล้ว ก็ตอบไม่ได้สักรายทั้งๆเวลาห่างจากช่วงที่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มอาละวาดอยู่เจ็ดสิบกว่าปี คุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มต้องมีชีวิตอยู่หลังจากปีพ.ศ.๒๔๘๕อีกหลายปี เพราะจระเข้เป็นสัตว์อายุยืนพอสมควร เรื่องราวจึงไม่น่าที่จะลืมเลือนสูญหายไปได้ง่ายๆขนาดนี้

   ตอนที่ผู้เขียนเห็นคุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มครั้งแรกนั้น เป็นช่วงหลังพ.ศ.๒๕๐๐ไม่เกินสิบปี ดีไม่ดีผู้เขียนอาจทันได้เห็นคุณปู่จระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้มตัวจริงก็ได้ เสียดายที่ลืมถามหลวงปู่ทองวัดสามปลื้ม รวมทั้งหลวงปู่ผ่อง หลวงปู่ผิว หลวงปู่ปรง ซึ่งท่านทั้งหมดนั้นทันยุคจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม

ในบ่อปัจจุบันยังมีจระเข้

    ในปัจจุบันบ่อจระเข้บ้านของคุณปู่จระเข้บอดก็ยังมีอยู่ และยังมีจระเข้ตัวเป็นๆอยู่ด้วย เท่าที่มองเห็นมีอยู่ในบ่อใหญ่สองตัว ที่บ่อใหญ่นั้นมีตัวหนึ่งใหญ่เหมือนกัน ที่บ่อเล็กอยู่ติดๆกันก็มีจระเข้สองตัวเช่นกัน


   ตรงบ่อจระเข้บ่อใหญ่มีจระเข้สต๊าฟไว้ตัวหนึ่ง ยืนยันกันว่านี่แหละคือคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลื้ม โดยทำเป็นเรือนตู้กระจกยกลอยเหนือบ่อจระเข้ สามารถมองเห็นคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลิ้มได้ แต่กระจกออกจะมีฝุ่นจับสักหน่อย จะเช็ดทำความสะอาดก็คงยากไม่ใช่เลย เพราะเรือนตู้กระจกคุณปู่จระเข้บอดวัดสามปลื้มนี้ ดันยกลอยอยู่เหนือบ่อที่ข้างล่างยังมีจระเข้ตัวเป็นๆรออยู่ อย่างนี้คงหาคนช่วยเช็ดกระจกยากเสียแล้ว

บ่อจระเข้ เห็นถ้ำด้วย

จระเข้ในปัจจุบันตัวใหญ่พอสมควร

จระเข้บ่อเล็ก

ยื่นกล้องเข้าไปถ่ายภาพมาได้แค่นี้เอง
จระเข้ปู่บอดหรือจระเข้ไอ้บอดวัดสามปลื้ม


ข้อมูลจากความทรงจำในวัยเด็ก , จากผู้ใหญ่ที่เล่าให้ฟัง และจาก puntip.com
ขอขอบคุณที่มาของภาพและข้อมูล
ภาพของสีหวัชรอนุญาตให้นำไปใช้ได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น