วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

พระพุทธรูป.๔ พระพุทธนาคน้อย

พระพุทธนาคน้อย 



พระพุทธนาคน้อย วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

   พระพุทธนาคน้อย หรือหลวงพ่อนาค ที่ชาวจีนนิยมเรียกว่า "ลักน้อย" หรือ "ซำปอกง" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุที่ใช้สร้างพระเป็นพระเนื้อนากปิดทอง หน้าตักกว้าง ๔.๒๕ เมตร หรือ ๘ ศอก ๑๒ นิ้ว สูง ๕.๓๐ เมตร ศิลปะแบบสุโขทัย ได้อัญเชิญลงมาจากสุโขทัย

สถานที่ประดิษฐาน

   ประดิษยฐาน ณ พระวิหาร วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร เชิงสะพานพุทธฯฝั่งธนบุรี กรุงเทพ มหานคร

   พระพุทธนาคน้อย เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย อัญเชิญมาจากจังหวัดสุโขทัย ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ว่าอัญเชิญมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช หรือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หลักฐานมีอยู่สองประการคือ

๑. รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ครั้งที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมพระพุทธรูปต่างๆ จากหัวเมือง เหนือ จำนวน ๑๒๔๘ องค์ ไปยังกรุงเทพฯ เพื่อบูรณะซ่อมแปลงให้งดงามบริบูรณ์แล้วพระราชทานไปประดิษฐานตามพระอารามต่างๆ สันนิษฐานว่าพระพุทธนาคน้อยคงจะอัญเชิญมาพร้อมกันในครั้งนี้ พร้อมกับพระศรีศากยมุนี ซึ่งประดิษฐานในพระวิหารวัดสุทัศนเทพ วราราม และเรียกพระนามสามัญว่า พระพุทธนาคใหญ่

พระพุทธนาคน้อย

๒.วัดประยุรวงศาวาสนั้น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศบุนนาค) เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าพระยาคลังว่าที่พระคลังและว่าที่สมุห กลาโหม ได้อุทิศสวนกาแฟสร้างวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๑ แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๕ พระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า วัดประยุรวงศาวาส มีคำบอกเล่าสืบต่อกันมาอีกกระแสหนึ่งว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญ เชิญพระพุทธนาคน้อยมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. ๒๓๗๔ แล้วพระราชทานให้เป็นพระประทานในพระวิหาร วัดประยุรวงศาวาสสืบมา


สาเหตุที่เรียกว่า พระพุทธนาคน้อยหรือ หลวงพ่อนาค นั้นนอกจากข้อสันนิษฐานที่ว่าอัญเชิญมาจากสุโขทัยพร้อมกับพระศรีศากยมุนี หรือพระพุทธนาคใหญ่ที่ประดิษฐานในพระวิหารวัดสุทัศนเทพวรารามแล้ว ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า

     ครั้งหนึ่งทำนั่งร้าน ไม้นั่งร้านไปกระแทกถูกแก้มพระ ปูนแตกกระเทาะ พบว่าเนื้อองค์พระเป็นนาก จึงพอกปูนไว้ตามเดิม พระพุทธนาคน้อยนี้เป็นที่นับถือ และเคารพบูชาของทั้งพุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวจีนเชื้อสายไทย ด้วยเห็นความมหัศจรรย์และอภินิหารหลายอย่างของท่านเชื่อ กันว่ามีเทพยดาหลายองค์สถิตอยู่ในองค์พระในหมู่ชาวจีนเชื้อสายไทยต่างเรียกพระนามพระพุทธนาคน้อยว่า ลักน้อย ซึ่งแปลว่ากลีบ บัว ๖ ชั้น อันประดับอยู่ใต้ฐานชุกชีและนิยมยกย่องเรียกเป็น ซำปอกง


วิหารพระพุทธนาคศักดิ์สิทธิ์

     พระวิหารหลวงพ่อพระพุทธนาคเป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทย กว้าง 16.99 เมตร ยาว 20.19 เมตร เป็นวิหาร 5 ห้อง หลังคาลด 2 ชั้น หน้าบันสลักลวดลายดอกไม้สวยสดงดงามและปิดทองประดับกระจกแพรวพราว มีซุ้มประตู 4 ประตู บานประตูประดับมุก

     พระวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย หน้าตักกว้าง 4.25 เมตร สูง 5.70 เมตร มีพระนามว่า พระพุทธนาค ประชาชนเรียกกันว่า พระพุทธนาคน้อย  เป็นพระพุทธรูปโบราณคู่กับพระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหารวัดสุทัศนเทพวราราม พระพุทธรูปทั้งสองนี้ ประกอบด้วยพระพุทธลักษณะสมัยสุโขทัยเหมือนกัน คือ มีพระรัศมีเปลวแต่ไม่มีไรพระสก ชายผ้ารัดประคตเป็นเขี้ยวตะขาบและประทับนั่งขัดสมาธิราบเช่นเดียวกับ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก พระพุทธนาคนี้ได้รับอัญเชิญจากจังหวัดสุโขทัยมาประดิษฐานไว้ ณ พระวิหารวัดประยุรวงศาวาส เมื่อ พ.ศ. 2374

     พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวจีน ให้ความเคารพบูชาในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธนาคเป็นอย่างยิ่ง ด้วยได้รับสิ่งที่เป็นอัศจรรย์หลายประการ และโดยทั่วไปมักเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธนาคน้อย เพื่อให้คู่กับพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม ที่เรียกว่า พระพุทธนาคใหญ่ พุทธศาสนิกชนชาวจีนได้ขนานนาม พระพุทธนาค นี้ว่า " ลักน้อย " แปลว่า กลีบบัว 6 ชั้น 
     พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมเรียกพระพุทธนาคน้อยว่า ซำปอกง (หลวงพ่อโต) 

วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพระวิหารและพระพุทธนาคเป็นศิลปโบราณสถานวัตถุของชาติและพระศาสนา ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 66 ตอนที่ 64 วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492

ใน พ.ศ. 2550 พระพรหมบัณฑิตขณะยังเป็นพระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส รูปปัจจุบัน ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับจากประเทศศรีลังกา พม่า และที่ค้นพบในพระบรมธาตุมหาเจดีย์ วัดประยุรวงศาวาส มาประดิษฐานในพระวิหาร






ที่มา...ประวัติวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และ วิกิพิเดีย




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น